หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

วันอังคารที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.๐๐ น.

ณ วัดป่าห้วยเดื่อ ต.หนองหิน

อ.หนองหิน จ.เลย

 

ตั้งใจฟังเอาเด้อ เสียงไม่ดี ถ้าตั้งใจฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา เพิ่นว่าอย่างนั้น มีภาษิตกล่าวไว้ว่า

 

สุสสูสัง ละภะเต ปัญญัง

 

ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา อืม ถ้าฟังไม่ด้วยดี ไม่ได้ อะไรเลย ง่วงเหงาหาวนอนไปเฉยๆ ไม่ได้อะไร ได้มีนิทาน เล่ากันมาอยู่ ยายไปฟังเทศน์ทุกวันพระ พอกลับไปถึงบ้านแล้ว หลานก็เลยถามยายว่า ยาย ไป ไปฟังเทศน์ได้อะไรบ้าง เออ ได้อะไรมาบ้าง เออ ทำไมไม่รู้ แกจะตอบหลานยังไงปะเนี่ย เพราะว่าเวลาฟังเทศน์ นั่งหลับอยู่ หลับกรนครอกๆ ขณะท่านเทศน์ ทีตอบหลานว่ายังไง ปะเนี่ย เออ จำไม่ได้ หรอกยายจำไม่ได้ จำได้แต่ตอนท่านจบแน่ะ ท่านจบลงแล้ว ได้ว่า เอวัง ก็มีด้วยประการ ละฉะนี้ อืม จำได้แค่นี้นะ ยายจำได้ นอกนั้นท่านพูดเรื่องอะไรไม่รู้เรื่องเลย รู้ว่าหลับไป หลับไป เอวังก็มี ด้วยประการฉะนี้

ก็จำขึ้นมาได้ ก็เลยเอาเรื่องนี้มา มาพูดให้ลูกหลานฟัง เอ ไม่ได้ความแหละ ไม่ได้ความ ฉันฟังยังไงไม่ได้ความ เพราะนอนหลับไป เวลาท่าน ฟังเทศน์ มันต้องได้ยินอยู่ที่หู ได้รู้อยู่ที่ใจ ใจเป็นผู้กำหนดจดจำเอา ธรรมเทศนาใดๆ ก็ดี ถ้าไปนอนหลับฟังแล้ว มันจะได้อะไร หรือเปล่าเนี่ย จะไม่มีอะไรได้

ก็เลยตอบหลานไปว่า ท่านเทศน์ เอวังก็มี ด้วยประการฉะนี้ แล้วก็ยายก็รู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว ก็ได้แค่นั่นแหละ มาเล่าให้หลานฟัง ก็จำได้แต่ เอวังก็มี ด้วยประการฉะนี้

นี่ยังนึกอะไรไม่ออกอยู่ มาจู่โจมโรมรันพันตูอย่างนี้ไม่ได้ทัน ตั้งเนื้อตั้งตัวอะไรมา มาช่วยงานเฉยๆ มาให้ความอบอุ่นแก่จิตใจ ศรัทธาทั้งหลายด้วย

เออ วันนี้จะพูดเรื่อง เป็นคติ คติสักเรื่องหนึ่ง เป็นนิทานหรอก เอาอะไรเน้อ ดีเน้อนิทาน นิทานจีนก็มี นิทานคนไทยก็มี นิทานลาวก็มี นิทานนั่นน่ะมีหลายนิทาน จะเอาเป็นคติดีจังเลย อ้า เป็นคติสำหรับสอนกุลบุตรลูกหลานได้ดีมาก

 

กัมมัง วิชชา จะ ธัมโม จะ สีลัง ชีวิตะมุตตะมัง

คนจะดีก็เพราะกรรม คนจะชั่วก็เพราะกรรม กรรมเป็นผู้จำแนกให้เป็นคนเลว ให้เป็นคนดี ก็เพราะกรรมนั่นแหละ ที่ว่า กัมมัง และก็วิชชา จะ ธัมโม จะ กัมมัง เอามาผูกกันกับ วิชชา ความรู้ กำหนดจดจำไว้ได้ดีแล้ว ก็นำไปชี้แจงแสดงให้คนอื่นเขาฟัง เข้าอกเข้าใจดี อ้า

มีอยู่ นิทานคนจีนก็มี คนจีน มีตระกูลหนึ่งในเมืองหลวงของเมืองจีน เมืองอะไร เมืองเจ๋หรือเมืองอะไร มีพระเจ้า หวางตื้อครองราชย์อยู่ พระเจ้าหวางตื้อท่านได้ขุนนางคนหนึ่ง เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ แต่งตั้งให้ เป็นพนักงานเที่ยวจับจ่ายใช้สอยอะไร ไว้เนื้อเชื่อใจทุกอย่างมอบหมายให้ทุกอย่าง เรื่องการเงินการทองก็ดี

ขุนนางผู้นั้นเขาชื่อว่า มิ่งกงฝ่า แล้วเวลาทำงานมาพอสมควร หลายปีมา สมควรแล้วเห็นว่า ขุนนางคนผู้นี้เป็นคนซื่อสัตย์ต่อเราดี เราจัดการสู่ขอผู้หญิงมาแต่งงาน เออ แกต้องการแต่งงานแล้วใช่ไหม เออ ครับผม ว่าเป็นอยู่ว่าเป็นภาษาไทยหรอก ครับผม แล้วจะหาผู้หญิงที่ชอบใจของเธอนะ มีอยู่ที่ไหน เธอหาเจอหรือยัง ยังพระเจ้าค่ะ ยังไม่ได้เจอที่ไหนเลย แล้วพระเจ้าหวางตื้อเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง คู่ควรกับมิ่งกงฝ่า เห็นผู้หญิงคนนี้น่ารักดี น่าเอ็นดูดี เชื่อถ้อยฟังคำผู้เฒ่าผู้แก่ดี แล้วไปสู่ขอ สู่ขอเขาก็ตกลง ตกลงโอเค หรือว่า โอเคด้วย

ไปสู่ขอแล้วก็หาวัน ฤกษ์ดียามดีของ ของเขาอ่ะแหละ แต่งงานให้อยู่กินด้วยกัน แต่งงานให้เป็นขุนนางด้วยเนี่ย มิ่งกงฝ่าเนี่ย เขาเป็นขุนนาง ขุนคลังเป็นนายคลังก็ว่าได้ ทำงานซื่อสัตย์สุจริตไม่ทุจริตสักอย่างเดียว เงินทองก็ไหลมาเทมา เงินภาษีอากรเข้ามาในวังหลวงเท่าไหร่ จ่ายอะไรเท่าไหร่อย่างนี้ ซื่อสัตย์สุจริตดี ทุกบาททุกสตางค์ไม่ให้เสียไปไหนล่ะ อืม พระเจ้าหวางตื้อก็ไว้เนื้อเชื่อใจมาก อ้า

ไม่กินเล็กกินน้อย เงินหลวงไม่ให้ขาดเงินราษฎร์ไม่ให้เสีย อ่ะเฮอะ ซื่อสัตย์จริงๆ ครั้นแต่งงานมาแล้วพูดรวบรัดไป แต่งงานมาแล้วก็ ก็ตั้งท้องล่ะ ตั้งท้องธรรมดา คลอดบุตรออกมาคนแรก ก็ให้พระเจ้าหวางตื้อเป็นคนตั้งชื่อให้ เออ ได้ลูกผู้ชายดีใจจังเว้ย ดีใจด้วย เอาอย่างนี้ก็แล้วกันชื่อว่า จุ๊ก จุ๊กฝ่า ชื่อ จุ๊กฝ่า

ก็รักเด็กนั้นเหมือนกันน่ะ พระเจ้าหวางตื้อรักเด็กอยู่ แต่เด็กไม่เอาไหนเลย ไม่ตั้งใจเล่าเรียนศึกษาอะไรเลย มีแต่เล่นๆๆ ไปอย่างงั้นแหละ ตามเรื่องตามราวของเด็กสมัยเก่า ไม่สนใจในการศึกษาใดๆ ทั้งนั้น ต่อมาอีกก็มาได้ลูกอีกคนหนึ่งชื่อ ฉิ่นฝ่า จุกฝ่าและก็ฉิ่นฝ่า ๒ พี่น้องเพิ่นโตมาด้วยกัน และก็เป็นคนเก ไม่ได้เป็นคนตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอะไร หาแต่ความสนุกสนานอย่างอื่นไป ไอ้จุกฝ่ากับไอ้ฉิ่นฝ่าเนี่ย ก็โตขึ้นมาอีกสักหน่อย ๔ ปี ๕ ปีมาแล้วก็เลยได้ลูกคนหนึ่งอีก คนสุดท้อง คนสุดท้อง เอา ๓ คนก็พอดีนะ ธรรม.. ธรรมดาเมืองจีนเขาเป็นอย่างงั้น เขาคุมกันไว้ เขาไม่ให้เกิดมาก เกิด ๓ คนนี้ก็พอแล้ว ออกมาคนสุดท้องชื่อว่า ชิ้วหลั่น เออ

 

แต่ว่า ชิ้วหลั่นเนี่ย อยู่ในคำสั่งสอนของพ่อ พ่อสอน อะไรๆ ชิ้วหลั่นก็จำได้ดีทุกอย่าง แล้วก็เป็นคนยอดกตัญญูอีกด้วย ไม่ให้พ่อแม่ลำบากใจอย่างใด ทำการทำงานใดๆ ก็รับหมดทุกอย่าง งานบ้าน งานศพ งานส่วนรวม งานอะไร ชิ้วหลั่นเป็นคนวิ่งเต้นขวนขวายหา

แต่พอดีในสมัยนั้น พระเจ้าหวางตื้อเป็นคนกำเริบทั้งเรืองอำนาจ เป็นผู้ยิ่งใหญ่ เออ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ จะใช้งานอะไรแกอย่างงั้น แกอย่างงี้ อ้า ให้แกรับผิดชอบไป ขอรับกระผม พระเจ้าค่ะๆ ไปหมดแหละทุกอย่าง เออ พอลูกโตมาแล้วไปเป็นนั้น ที่ว่าลูกโตมากำลังน่ารัก น่าเอ็นดูทั้งผู้ชาย ๒ คน ผู้หญิงคนหนึ่ง น่ารักน่าเอ็นดูทั้งนั้น

ในสมัยนั้นพระเจ้าหวางตื้อยุ่งยากกับการบ้านการเมืองมาก ไม่ได้ อ้า เอาใจใส่ลูก หาลงแต่คนใช้คนสอยเท่าไหร่ แกก็ดุร้าย ดุร้าย ถ้าใครพูดผิดใจแล้วไล่ส่งเลย เออ ก็เห็นบทหนึ่ง บทที่ทำผิดนิดหน่อยไม่มากหรอก อืม พระเจ้าหวางตื้อก็ดุด่าว่าประจานต่างๆ นานา

ถ้าอย่างงั้น เกล้ากระผมหรือว่าหม่อมฉัน อยู่ไม่ถูกใจของพระองค์แล้ว จะขอลา พระเจ้าหวางตื้อกำลังโมโหอยู่ เธอ เธอจะไปไหน ไปมันอย่างงั้นล่ะแผ่นดินกว้างอยู่

ก็เลยตรัสออกมา ด่าออกมาเลย ถ้าเห็นว่าข้าเลี้ยงแกไม่ได้ แกจะไปทางไหนก็เชิญ เชิญเลย เออ คน คนทั้งบ้านทั้งเมืองมันก็จะไม่มี ไม่มีเท่านี้หรอก เออ ก็คงเอามาใช้ได้หลายคนอยู่ ก็เข้าใจว่า พระเจ้าหวางตื้ออนุญาตสิปะเนี่ย อนุญาตแล้วจะไปไหนก็ไปตามใจ กลับมาบ้านปรึกษากับลูกกับเมีย เอ้ เราจะไปอยู่ไหนดี เห็นมีพี่มีน้องอยู่ไกลๆ โน้น อยู่บ้านนอกออกไปโน้น ใกล้น้ำตกแห่งหนึ่ง ทำเลดี ถ้าไปอยู่ที่นี้ ก็อาจจะตั้งหลักตั้งฐานตั้งเนื้อตั้งตัวได้ เออ ก็ลาพระเจ้าหวางตื้อล่ะ ขอลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ได้ช่วยพระองค์แล้ว

พระเจ้าหวางตื้อหยุดกึก อืม คิดหนักเหมือนกัน ก็ไล่ส่งเลย แกจะไปทางไหนก็ตามใจ เชิญเลย เออ เห็นว่าข้าเลี้ยงแกไม่ได้ แกเห็นว่าข้านี้ เป็นคนด้อยปัญญาหรือยังไง เลี้ยงแกไม่ได้ ก็ไม่เคยขาดเงินดาวน์เงินเดือน ให้ทุกเดือนนะ ก็โมโห ตรัสด้วยความโมโห แกจะไปทางไหนก็ไปได้เลย

กลับมาบ้านก็พูดกับภรรยากับลูกๆ ว่าเราอยู่ไม่ได้แล้ว พระเจ้าหวางตื้อไม่โปรดเราแล้ว ไม่เมตตาเราแล้ว ไล่ ขับไสไล่ส่งเรา เอ้า มากลับมาบ้านก็แต่งของ เท่าที่มีแหละ ของที่ใช้จำเป็นๆ แต่งของใส่กระเป๋าใส่อะไรเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทาง ไปโน้นแหละหมู่บ้านลิ้วฉี่ แกมีเครือญาติอยู่ที่นั้นบ้างอีกหน่อย ก็หนีไปแล้วบัดนี้ คนตกการตกงานเสียใจ มีเงินมีทองก็เล่นการพนันเป็นการใหญ่ เล่นการ การพนันติดการพนัน เล่นไพ่เล่นโบกเล่นอะไร เล่นทุกอย่างล่ะ กลุ้มใจ แก้กลุ้ม เล่นแก้กลุ้มไปอย่างงั้นแหละ มันก็หมดไป หมดไป เนื้อตัวหมดไป หมดไป เงินทองก็เก็บไม่ได้

อ้าวต่อมาหรือไง ภรรยาเลยมาขอร้อง พี่(มิ่งกงฝ่า)เอ้ย เออ อาเฮีย (มิ่งกงฝ่า)เอ้ย เรายังหนุ่มยังน้อยอยู่ เราควรจะตั้งหลักตั้งฐานกัน ไปสับซ่าว(แผ้วถาง)ป่าแห่งนี้ น้ำตก ภูเขามันเป็นภูเขาวนรอบดี๊ดี แล้วมีน้ำตกลงมาใกล้ๆ หมู่บ้านลิ้วฉี่ อ่ะ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวแหละ น้ำไม่อดไม่อยาก มีตลอดแล้งตลอดฝน ภรรยาขอร้องให้หยุดเที่ยว หยุดเล่นการพนัน ติดฝิ่นเฮโรอีนอะไรก็เลิกให้ได้ซะ เรามาตั้งหลักตั้งฐานกันแล้ว อ้าวโอ้ย ไม่ต้องนั่นหรอก เออ เป็นขุนนางขนาดนี้แล้วจะปล่อยให้ตัวตายได้เหรอ
ไม่ตายหรอก เออ อะไรเอาแต่เล่นแต่กินแต่เที่ยว ติดผู้ญาผู้หญิงอื่นก็เที่ยวเละเทะตุ้มเป๊ะไป หมดทุกอย่างล่ะ เป็นเฒ่าแก่ขุนนาง เออ ภรรยาเสียใจว่าสามีไม่เอาใจ ตัวเองก็อุตส่าห์พยายาม ได้ยินว่าเมืองเจียงหนัน เมืองกังไส อ่ะ มีพันธุ์ใบชาอย่างดี ขอลาสามีไป ไปเมือง เมืองเจียงหนัน เมืองกังไสพู้น(โน้น)ล่ะ ไปสืบสาวหาพันธุ์ใบชาอย่างดี ก็ได้ตามเป้า ได้ใบชาอย่างดีแล้วก็ใส่เป้ ข้ามภูข้ามเขามาจากเมืองเจียงหนัน เมืองกังไสพู้น(โน้น)ล่ะ

มาถึงบ้านแล้วก็ขึ้นไปในภูเขาแห่งนั้น ไปถางป่าปลูกใบชา ปลูกเท่านี้ไม่พอ ปลูกไปเรื่อยๆ ไม่มีที่ของใคร มันเป็นที่ว่างเปล่าเฉยๆ ไม่มีใครสนใจกับมัน ไอ้ เมียก็เป็นคนขยันดีนะ เป็นคนขยัน ข้ามภูข้ามเขาไปแต่ละวัน ๒ วันก็ไป ให้เอาใบชามาอีก มาขยับขยายจนเต็มป่าแห่งนั้นนะหว่า ใบชากำลังงาม กำลังเก็บไปขายได้แล้ว ต้องปลูกก่อน เก็บใบชาได้ใส่ตะกร้า มาบ่มไว้ซะก่อนหรือยังไง นี่กรรมวิธีของเขา แล้วพอมันบ่มสุกแล้ว มันดีแล้ว ก็ไปเอามาใหม่ มาขยับขยายอยู่อย่างงั้นหลายเที่ยว ทำอยู่จนได้ใบชาตั้งกี่เอเคอร์(acre) หลายเอเคอร์(acre) เอเคอร์(acre)หนึ่ง มันเป็นไร่หนึ่งเปล่าฮึ อืม ใบชาก็งามขึ้นมา เออ ขึ้นไปอยู่ไร่ใบชาพู้น(โน้น)ล่ะ ภรรยาอยู่กับใบชาอยู่กับไร่ใบชา เหตุนั้นว่ามัน มันราคาดี ขยับขยายจนกว้างขวางจริงๆ

ต่อมาก็ และเมียนั่นแหละ ไล่ทำงานหนัก ไม่ได้พักไม่ได้ อ้า ขุนนางเมียขุนนางแต่ว่า เขาตกงานตกการแล้ว ไม่มีดาวน์ เงินเดือน กินอย่างเก่าแล้วเนี่ย ไปขยับขยายใบชานั่นจนตัวเองป่วย ป่วยเป็นโรคภัยประจำตัวมี เส้นโลหิตหรือโรคหัวใจว่ามันเป็นอยู่ในตัว ตัวก็เหลืองลงๆๆ กินข้าวก็ไม่ได้ กินน้ำก็ไม่ดี ผอมนานๆ เข้าก็เลยตาย

พูดรวบรัดเอา ตาย ภรรยาตายเลยถึงค่อยตาสว่าง มิ่งกงฝ่า ตาสว่าง โอ้ เราเสียภรรยาที่ดี อ้า เมียที่ดี เสียอย่างใหญ่หลวง อย่างนี้เราจะเลิก เราจะเลิกจากการ เออ ทำไร่ใบชา อืม เราจะเลิกจากการเล่นการพนัน อะไรๆ ไม่เอา ไปสับซ่าว(แผ้วถาง)ต่อ ต่อฝีไม้ลายมือของภรรยา ให้ขยับขยายมากออก อ้า เพราะว่ามันใบชาอย่างดี อย่างนี้ราคามันดี ไปขายที่ไหน เขาเอาหมด เขาเหมาหมดในตลาด เนี่ย ทำงานหนัก ไม่ ไม่ห่วงตัวเอง ทำงานหนักทุกวันๆ เอาภรรยาไปฝังไว้โน้นล่ะ ไปฝังฮวงจุ้ยไว้ไร่ใบชา ถ้าเราไปไร่ใบชาที่ไหน เราก็จะได้ไป.. ไปไหว้ ไปจุดธูปเทียนให้ภรรยา

ทำอยู่อย่างนั้นจนเป็นอาจิณ จนชินจนเคย อืม ผอมไม่ห่วงสังขารตัวเองแล้ว บุกใหญ่เลย ให้ขยับขยายออกกว้างกว่าเก่ามากมาย อืม เอาไปขายตลาดแต่ละที มีพระเจ้าหวางตื้ออยู่ในเมืองนั่นแหละเป็นผู้อุดหนุน ไม่รู้จักว่ามิ่งกงฝ่าเป็นเจ้าของไร่ใบชา ไม่รู้จัก เวลาบ้านเมืองเกิดเดือดร้อนมาถูกโกงถูกกิน อะไรๆ มาก็ถึงคิดถึงมิ่งกงฝ่าขึ้นมา ใช้ให้คนตามหามิ่งกงฝ่าให้กลับคืนไปทำราชการอย่างเก่า ให้หาไหนก็ไม่เจอ หาไหนก็ไม่เจอ สวนทางกันอยู่ก็ไม่รู้เรื่องว่าใครเป็นใคร คือแกปล่อยเนื้อปล่อยตัวหมด ขนคางยาวเฟื้อย หนวดมี ขนคางมี แล้วก็เวลาจะไปเอาใบชาไปขาย เอางอบ เอางบ หมวกงอบ หมวกงอบของจีนน่ะ หมวกของจีนน่ะ ใส่ทีเดียว ปกหน้าทีเดียวไปตลาด คนที่รู้จักกันเขาก็ไม่รู้จักหรอก มีแต่อาแป๊ะ อาแป๊ะ เรียกแต่อาแป๊ะเอาใบชามาขาย อ้า ขายดิบขายดี ได้เงินได้ทองแล้วก็กลับคืนไปให้ลูก ลูกสาวกำลังจะแตกเนื้อสาวแล้วล่ะ เป็นสาวแล้วลูกสาว ลูกชายมันเก เขาเห็นว่าเป็นคนอันธพาล เขาเลยจับไปกักไปขัง ในเมืองเจ๋นั่นแหละ ไปกักขังไว้ กักกันไว้ คนอย่างนี้เอาไว้ไม่ได้ ต้องไปทรมาน อืม ไม่ได้มาเห็นพ่อเห็นแม่ตัวเอง แม่ตัวเองตายก็ไม่เคยมาเห็น นั้นพ่อก็เสียสละความสุขส่วนตัว ออกดำเนินชีวิตอันนั้นต่อไป จนว่าล้มป่วยลงปะเนี่ย เออ อ้า มิ่งกงฝ่าล้มป่วยลง หมอแหมก็ไม่ค่อยมี แถวนั่นไม่มีหมอดูแลรักษาอะไรให้ ล้มป่วยหนัก

วันหนึ่งก็เลย มาบอกหลั่นเอ้ย หลั่น อ้า พ่อไม่มีอะไรให้เจ้านะ ไม่มีอะไรให้เจ้า ก็เพราะอะไรถึงไม่มี เพราะไอ้ ๒ ตัวนั้นนะมันมาไถพ่อ ไถอยู่เรื่อยๆ มีเงินมีทองมามันก็ไถเอาไป มันว่าจำเป็น สำหรับเขา จริงๆ มันไถเอาไปกิน กินฝิ่น กินกัญชา ยาเสพติดไปเลยนะ มันไม่เอาไม่ได้ มาไถทุกเดือน มาไถน้องทุกเดือน ไอ้น้องก็เก็บหอมรอมริบไว้ เก็บไว้ในไท่(ถุงยาวใช้คาดเอว) ในไท่(ถุงยาวใช้คาดเอว)ในถุงนะ ใน อยู่นั่นน่ะ เงินนะ

วันหนึ่งจนถึงกับเตะน้องสาว โมโหหลาย มันหิวยาเสพติด
หรืออะไร เตะน้องสาวไปถูกท้อง จุกแอ้กๆๆๆ อย่าเลยพี่เอย พี่ อย่าฆ่าน้อง อย่าตีน้องเลย

ถ้าพี่จะเอามันก็อยู่ในไท่(ถุงยาวใช้คาดเอว)ล่ะ เห็นเงินทองอยู่ในไท่(ถุงยาวใช้คาดเอว)นั่นแหละ แน่ะ ถ้ามันไม่เจ็บมันก็ไม่บอก มันต้องเจ็บอย่างงี้แหละจำไว้นะ ทีหน้าทีหลังกูจะมาเอาใหม่ เออ พ่อเป็นถึงขุนนาง จะไม่มีเงินมีทอง มึงจะงกเอาไปตัวคนเดียวเหรอ ว่าให้น้องเสียหายต่างๆ นานา ไม่ใช่ เออ น้องได้เก็บหอมรอมริบไว้ให้นะ พอถึงวันสารทผี ไปไหว้ผี ไปไหว้ เออ แม่ ก็จะได้เงินจำนวนนี้ เอาไปทำบุญให้ แม่บ้าง เออ ถ้าพี่จะเอาเงินจริงๆ ก็เอาไปได้นะ แต่ว่าเอาไว้ให้น้องหน่อย พอวันสารทผีจะมาถึงแล้ว ใกล้วัน วันสารทผี อ่ะ มันวันสารทจีน ไหว้เจ้า ไหว้ผู้มีพระคุณ อยู่ในไท่(ถุงยาวใช้คาดเอว)แหละ พอได้เจ็บแล้วก็ไม่ต้องบอกว่าอยู่ในไท่(ถุงยาวใช้คาดเอว) ให้เอามาเทออกจากไท่(ถุงยาวใช้คาดเอว)จากถุงเลย

มันเป็นเงินเหรียญ เงิน อ้า อีแปะ อ่ะเงินเหรียญ เงินอะไร กำเอาๆ ใส่กระเป๋าไปเลยจำไว้นะ เดือนหน้ากูจะมาเอาใหม่ อ้า โอ้ย พี่เอ้ย น้องเลี้ยงชีวิตกับพ่อลำบากเหลือเกิน เก็บเงินเก็บทองไว้เท่าไหร่ มีแต่พี่มาไถเอาอย่างงี้ จำไว้นะถึงวันขนมสารทผี กูจะมาเอาใหม่ เออ เก็บไว้ก็แล้วกัน ทำอยู่อย่างงั้นจนชินจนเคย วันหนึ่งไปสอนลูกสาว โอ้ ถ้าเขามีบุญวาสนาบารมีได้เข้าในวังกับเขา ได้รู้จรรยามารยาทบ้าง อ้า ใช้คำว่า เพคะๆ นำ จำได้เพคะ ให้ตอบทั้งอย่างงั้น ถ้าไปเจอเจ้า เจอนาย เจอพระเจ้าแผ่นดิน ใช้คำว่า เพคะๆ จำไว้ดีๆ จรรยามารยาทอะไร จำพ่อสอนหมดทุกอย่าง อืม

ต่อไปต่อมา หลั่นเอ้ย หลั่นเอ้ย เออ พ่อไม่มีอะไรให้เจ้าแล้วมีแต่ไร่ใบชาล่ะ ไร่ใบชา ถ้ารักษามันก็จะได้ อ้า เป็นประโยชน์ต่อไป ขายใบชาเท่านั้นก็พอแล้ว

(เคาะไมค์) ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดังอยู่เหรอ เออ

จำคำสอนของพ่อได้ จรรยามารยาท คำพูดคำจาอะไรจำได้ พ่อบอกยังไงจำได้ดี ผู้หญิงมันใจ เอาใจใส่ เออ จำกิริยามารยาทในรั้วในวัง ถ้ามีโอกาสได้เข้าไปในวังในหยั่งก็ต้องใช้คำ พระ.. อืม ราชาศัพท์ให้ถูกต้อง

พอแล้ววันหนึ่ง อยากกินน้ำ หิวน้ำ หลั่นเอ้ย อยาก คอแห้ง หิวน้ำ หิวน้ำก็กินแล้วน้ำมีอยู่ เออ

เอา น้ำให้พ่อกิน กินกับยาด้วย กินไปแล้วสำลักน้ำ สำลักน้ำ กั้ก กั้ก กั้ก กั้ก กั้ก ไปเลยนั่น บ่กลืนเลย กั้ก กั้ก กั้ก กั้ก เพิ่น.. เพิ่นเลยบ่หายใจเลย ตายในคืนวันนั้น ตายแล้ว ก็เก็บศพของพ่อไว้ที่เตียงนอนนั่นแหละ ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างหนักทีเดียว เสียงน้ำตกภูเขาดังสนั่นหวั่นไหวทั้งบ้านทั้งเมือง จะไปบอกกล่าวพี่น้องทั้งหลาย ให้ทราบก็ไปไม่ได้ เพราะฝนมันแรง ถ้าไปก็ลุยน้ำไปล่ะ เอาไว้นี่ก่อนนะ อ่ะ นอนเฝ้าเตี่ยอยู่ที่นั่นแหละ นอนเฝ้าศพเตี่ย แอ สะอึกสะอื้นให้แล้ว ไม่รู้ใครจะไปหาพี่หาน้องทางไหนมาเป็นเพื่อนเป็นฝูง ก็ไม่มี

เพราะฝนมันตกหนัก น้ำตกภูเขาดังสนั่นหวั่นไหว ได้ยินหมดทุกหลังคาเพิ่นล่ะ มันน้ำท่วมขึ้นมา ท่วมขึ้นมา นอนตะแคร่ไม้ไผ่หรือ(อะ)ไรนะ เตียงๆ ตะแคร่ไม้ไผ่ เอ้ ขาขึ้นพอดี ท่วมขึ้นมา ท่วมขึ้นมา ท่วมขึ้นมา เกือบพ่อจะได้นอนแช่น้ำพู้น(โน้น)ล่ะ ก็เลยเอิ้น(เรียก)โฮอยู่กับตักพ่อแหละ ร้องไห้ก็เหนื่อยแล้ว อะไรก็เหนื่อยแล้ว พ่อทิ้งลูกไปจะอยู่ไหน ให้ลูกลำบากขนาดนี้ อืม

บัดนี้มัน อ้า แม่เฒ่าหยู้หลั้ง แม่เฒ่าหยู้หลั้งเป็นญาติห่างๆ เห็นพ่อตาย แม่ก็ตายไปแล้ว พ่อก็มาตายอีก หลั่นเอ้ย หลั่น ยายจะมาอยู่เป็นเพื่อนเอง เป็นเพื่อนเองหรอก อ้า ยายก็ไม่มีใครเท่าไหร่หรอก แต่ว่าสงสารหลั่น ชิ้วหลั่น ชิ้วหลั่น เออ ไม่มีคนใดอาศัยได้จริงๆ ยายจะมาจัดการกับมันเอง เออ ไป ไปดูใบชากันยาย ขึ้นไปไร่ใบชา ที่เอาเตี่ย ที่เอาพ่อ ได้เอาแม่ไปฝังไว้ บัดนี้พ่อก็มาตายอีก บัดนี้จะขอเชิญ เออ พี่น้องในบ้านน่ะ ทุกคนรักมิ่งกงฝ่าทุกคน ทุกคน เพราะแก เป็นคนเสียสละ มีอะไรก็แบ่งปันชาวบ้านชาวเมือง กินกันเหมือนกัน ครัวเดียวกันเลยอย่างนั้นแหละ เลยบอกกับแม่เฒ่าหยู้หลั้งว่า ยาย ยาย แม่ แม่ทำไร่ใบชาไว้ อยู่พู้น(โน้น)นะ ที่เอาแม่ไปฝังไว้นะ ไป ไปดูกันเถอะ ไปดูกันเถอะ ไปดูนั่นน่ะทรัพย์สมบัติมีอยู่แค่นั่นแหละ ขึ้นไปไร่ใบชาไปเห็นตกใจเพราะมันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา อ้า ไร่ใบชา ไม่ตายแล้วหลั่นเอ้ย ไม่ตายแล้ว ชิ้วหลั่นเอ้ย เออ ไม่ตายแล้ว

บัดนี้ยายจะจัดการกับมัน ยายก็ขยันขึ้นไร่ใบชาทุกวันทุกวัน อ่ะ ใส่ตะกร้าลงมาบ่มไว้ เอามาบ่มไว้ เอามาบ่มซะก่อนให้มันเหลืองซะก่อน จึงค่อยเอาไปขายได้ อืม ยายจะจัดการกับมันเอง เออ ยายก็ไปไร่ใบชาทุกวัน ไปเก็บใบชาใส่ตะกร้าลงมา ๒ ตะกร้าใหญ่ๆ สะพายลงมา ยายก็แก่แล้วนะ ๖๐ กว่าหรือ ๕๐ กว่า ๖๐ กว่าแล้วยาย ยาย เอ้า ขึ้นๆ ลงๆ นี่ยายก็ป่วยอยู่วันหนึ่งไป เป็นไข้ตะครั่นตะครอ อืม ลุกขึ้นไม่ไหว ยายจะเอาใบชาไปขายไม่ไหวแล้ว

อีหลั่นเอ้ย ใบชาเสียดายมันนะ ๒ ตะกร้าขายได้ตั้งหลายตำลึง เออ ตั้ง ๒ ตะกร้า ๓ ตะกร้านี่ขายได้หลายตำลึงนะ อ้า พูดไป โอ้ยไม่ยาก ไม่ยาก ยาย เราจะจัดการเอง ชิ้วหลั่นจะจัดการเองกับมัน จะเอามันไปขายไม่ได้ ไม่ได้ ตัวแกนะ เป็นสาวเป็นนาง ไม่ปลอดภัย เดินทางไปไม่ปลอดภัยนะ อย่าเลย เสียช่างมันเถอะ ใบชา ๒ ตะกร้า ๓ ตะกร้านี้ไม่ต้องห่วงมันหรอก ไม่ฟังนะ ชิ้วหลั่นเสียดายของ ก็เลยเข้าไปในห้องไปแต่งตัวเป็นอาตี๋ แต่งตัวเป็นอาตี๋ มีหนวด มีเครา แต่งปลอมๆ มีหนวด มีเครา เขียนคิ้ว อ้า แต่งดีๆ

แล้วก็ทาลิปสติก(lipstick เครื่องสำอางทาริมฝีปาก)ให้มีปากแดงๆ ก็เข้ามาหายายปะเนี่ย ยาย ยาย จำข้าพเจ้าได้ไหมยาย เอ๊ะ อาตี๋มาจากไหนอ่ะ แน่ะ จำไม่ได้จริงๆ เหรอ พอมีหนวด มีเคราอย่างนี้ คนมีหนวด มีเคราอย่างนี้ไม่ค่อยมี บ้านเราไม่ค่อยมี อ่ะ มองไปมองมา เออ หลั่นนี่เอง

ชิ้วหลั่นถ้าจะไปอย่างนี้ก็ยังปลอดภัยอยู่ ไอ้อย่างนี้ตบตายาย เอาใบชาไปขายได้ เออ แต่ระวังนะ ระวังนะ คนทุกวันนี้เชื่อไว้ใจไม่ได้ อ้า ถ้ามันรู้จักว่าเป็นผู้หญิง มันจะข่มเหงเด้ อ้า จะจับนั่นจัดการนะ อย่า ปลอมแปลง อย่าเป็นเสียงผู้หญิงออกมานะ เป็นอันขาด

ให้ไปขายที่บ้านนายหวาง ขายได้ราคาดี นายหวาง นายหวางนั่นน่ะ ก็เขาให้พระเจ้าหวางตื้อนั่นแหละ แต่ว่าเขาเรียกชื่อสั้นๆ ว่านายหวาง นายหวางให้ราคาดี

ไปแล้วบัดนี้ไปแล้ว มีเกวียนเขาจะเข้าไปในตลาด ตลาดหมู่บ้านนั้นอยู่ใกล้ๆ วัง แกก็เดินทางไปเรื่อยๆ โอ้ย อ่ะ โป๊กเป๊กโป๊กเป๊ก ไปเรื่อยๆ แกว่งกระดิ่งก็ดัง โป๊กเป๊ก ไปเหมือนกันนะ

อ้า บัดนี้จะกล่าวถึงอู๋เหล็งกุมาร ในระยะเดียวกันนั้น อู๋เหล็งกุมารอยากจะเที่ยวประพาสป่า ขออนุญาตพระบิดา อยากจะไปเที่ยวประพาสป่า ชมนกชมไม้ ยิงนกตกปลาไปเรื่อยๆ ก็จะดีอยู่กับเหย้า เฝ้ากับบ้านเฉยๆ ไม่เห็นอะไรเลย

ก็เหมาเกวียนได้แล้ว ก็ขออาศัยไปแล้ว อาแป๊ะเอ้ย จะไปตลาดหรือ จะไปตลาดหรือ เออ ขออาศัยไปด้วยคนได้ไหม อ๋อ ดีสิ อาตี๋ ดีๆ อ้า ลุงก็ไม่มีใครเป็นเพื่อน ไปคนเดียว ไปกับวัวกับเกวียนนี่แหละไป เอามา เอามา เอาตะกร้าใบชาขึ้นมา เอาขึ้นไปมา เอาไป กระเถิบๆ เข้าไปใกล้ๆ อ้า เอ้ย อาแป๊ะผู้ที่ขายไป น่ะเอา เอา เอาเกวียนไปล่ะ กระเถิบเข้ามาใกล้ๆ เอา อยากนั่ง อยากนอน ก็นอนข้างหลังอ่ะนะ อืม อาตี๋ถ้าเมื่อยก็ อ่ะ นั่นน่ะ นอนได้ ไม่ ไม่รู้ตัวว่าเป็นผู้หญิงอ่ะ อ้า อาแป๊ะคนนั้นก็ไม่รู้จักว่าเป็นผู้หญิง เอิ้น(เรียก)แต่ อาตี๋ อาตี๋ ซื่อๆ อืม ดีๆ เป็นเพื่อนกันไปดี เดินทางไป

บัดนี้จะกล่าวถึงพระเจ้าหวางตื้อ อนุญาตให้อู๋เหล็งกุมารไปเที่ยวประพาสป่าได้ ได้แต่งอาหารการกิน เสบียงอาหารการกินได้ ใส่ล้อและขนขึ้น ขึ้นภูเขาไป ก็แยกย้ายกันไป พอถึงที่นั้น ก็แยกย้ายกันไป เออ ไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่ไปทางหนึ่ง ได้หน้าเก้งหรือได้ ปืนผาหน้าไม้ขึ้นไปด้วย ที่ยิงลิง ยิงค่าง ไปอย่างงั้นแหละ อ้า พบอะไรก็ยิงกันไปอย่างงั้นแหละ แต่ว่าเคราะห์ร้ายสิปะเนี่ย

เคราะห์ร้ายมาถึงแล้ว อู๋เหล็งกุมารน่ะไปทางหนึ่ง เห็นน้ำมันไหลเป็น ทางลงมา ไหลพอรินๆ เปียกๆ ไม่มากหรอก

ตามขานั้นสอดไปตามป่าน่ะ สอดไปตามป่า ป่า มันอวน(นำ)ลงมาน้ำไหล สอดขาไปตามองไปข้างบนนู้นล่ะ มองดูลิง ดูค่าง ดูนก มันมายังไง นกกกว่า ทำอะไรมันมี อ่ะ จะยิง จะยิงนก ยิงลิง ยิงค่างก็เอา อ่ะ สอดขาไป สอดขาไป

บัดนี้จะกล่าวถึงในห้วงน้ำแห่งนั้น มีงูเห่าดำ เห่าดำมันเป็น เป็นงูจงอางหนอ ตัวใหญ่เท่าแขนเท่าขาเนี่ย พอเห็นคนเดินสวบๆๆ ไปมันก็ยกคอขึ้น ไปหมกอยู่ในป่า ยกคอขึ้นอยู่ในป่า พอสวบมาได้จังหวะ มันก็เอาเลยปะเนี่ย กัดเอาที่หัวแม่เท้ากุมารเลย เออ กัดหัวแม่เท้าเลือดออกเยอะ ก็ตัดคอมันไปแล้ว งูตัวนั้น มันกัดแล้วตัดคอมันทิ้งไปตรงนั้น ตัดคอมันก็ดิ้นเร่าๆๆๆ อยู่ในป่าแหละงูตัวนั้น ป่านนี้ก็ เอิ้น(เรียก) เรียกหาบริวารทั้งหลาย ช่วยด้วย ช่วยด้วย เออ ช่วยด้วย ช่วยด้วย เสียงก็อ่อนลง อ่อนลง เสียงอ่อนลง อ่อนลง

เอ้ นี่มันเป็นเสียงพระราชกุมารว้า ถูกอะไรหนอ มานอนกลิ้งแล้ว กลิ้งไปกลิ้งมาแล้ว พิษงูมันขึ้นเร็ว พิษงูมันขึ้นมาหาหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นปกติแล้ว โอ้ย อย่างนี้ไม่ไหว พวกนั้น อย่างนี้ไม่ไหว งูเห่าดำกัดอาการสาหัสอย่างนี้ ไม่ไหวหรอกเว้ยเพิ่นแน่ะ เออ ถ้ามาตายอยู่ในป่าในเขา เขาก็จะหาว่าเราสังหารพระราชกุมาร เพื่อจะยึดราชบัลลังก์หรืออะไรต่อไปนะ พวกเรา ไม่ได้ เตรียมตัว อ้า

ทำตะแคร่ขึ้นหาม เอางูไปด้วย ม้วนๆ งูใส่คานหามไปเหมือนกันล่ะ เพราะว่าพระเจ้าหวางตื้อ เพิ่นจะไม่เชื่อว่าถูกงูกัด จะมีโทษกับพวกเรา จะมีโทษล่ะเจ้าหน้าที่พาเดินป่าอ่ะออกไปแล้วไปถึงหนทางเกวียนพอดี ทางเกวียนมาจากหมู่บ้านลิ้วฉี่น่ะ

โป๊กเป๊ก โป๊กเป๊กมาเลย เขากำลังไปโค้งคำนับ ข้าแต่ลุง ขออาศัยไปด้วยเถอะ ชายเคราะห์ร้าย คนหนึ่งเขาถูกงูเห่าดำกัด อาการสาหัส เลือดออกตามไรฟัน ออกตามจมูก เลือดโลหิตแตกหรือยังไงก็ อาการสาหัสไม่รู้เนื้อรู้ตัว หามออกไป ไปจ้องอยู่หนทาง หนทางเกวียนมาที่นี่แหละ เอาพักไว้ในนั้น สักหน่อยก็มากันจริงๆ เกวียน เกวียนใบชาของชิ้วหลั่น อาตี๋ อาตี๋ปลอมน่ะ อ้า

เขาก็เข้ามาโค้งคำนับ ข้าแต่อาแป๊ะหรือลุง ข้าแต่ลุงเอ้ย กรุณาหน่อยเถอะ ให้เอาคนป่วยเข้าไปในเมืองหน่อย เพราะว่าถูกงูเห่าดำอาการสาหัสสากรรจ์ เลือดออกตามไรฟันเป็นอย่างงี้ ชิ้วหลั่นก็ ปรึกษาชิ้วหลั่นว่ายังไง นี่เขาเช่ามาหรือเขาอาศัยมาคนหนึ่ง เขาขายใบชา

ใน ในเรื่องราวนั่น มีเสียงดังขึ้นที่หูชิ้วหลั่น หลั่นเอ้ย ถ้างูกัด ถ้าอสรพิษทั้งหลายกัด อาการสาหัสสากรรจ์ ไม่ยากหรอก เคี้ยวๆ ใบชา เคี้ยว เคี้ยว เคี้ยวแล้วก็เอามาปะที่แผล ปะติดแผลแล้วก็เอาผ้าพันไว้ แล้วก็ค่อยดูดออกมา ดูดออกมาหรอก มันดูดเอาพิษออกมา ชิ้วหลั่นก็ระลึกได้ พ่อสั่งไว้ว่าอย่างนี้ ใบชาขนาดนี้ เตี่ยพูดสั่ง เอาใบชาแก้มันซะก่อน เออ พอได้คบใบชาเท่านั้นแหละ มัดเท่านั้นแหละ เซา(หยุด)แล้ว เซา(หยุด)ปวดแล้ว เลือดออกตามขุม ตามขนก็ ตาม ตามไรฟันก็หยุด

เอ้ ลืมตาเม่า(ลืมตาโพลง) มองซ้าย มองขวา ใครหนอ ใครหนอมาช่วยเรา ใครหนอ มองไปเห็นอาตี๋ อาตี๋ปลอม อาตี๋มีหนวดปลอมๆ นั่งอยู่นั่นแหละ หัวเราะ เออ ถ้าเป็นผู้หญิงอ่ะ มันก็จะดีน่ะ เราก็ยังไม่ได้ แต่งงานอะไร ถ้าเป็นผู้หญิงอ่ะ หน้าตาอย่างนี้ หน้าตาเหมือนผู้หญิงด้วย เออ ไปถึงบ้านนี่ ไปให้พระบิดาไปสู่ขอ มาเป็นลูกสะใภ้หลวงก็ดีนะ ถ้าเป็นผู้หญิงน่ะ พูดไปแล้วก็ขำขันตัวเอง หัวเราะ ฮ่าๆๆ ขึ้น อ้า ขำขันตัวเอง อ๋อ ชิ้วหลั่นก็อ้าว ยังไม่หายป่วยเลยนี่ หัวเราะได้ยังไงนี่ เปล่าๆๆ นึกขำขันบางเรื่องบางอย่างก็เลยหัวเราะออกมาได้นี่ล่ะ พิษ พิษงูเป็นยังไง หายแล้ว หายปวดแล้ว หายปวดแล้ว รู้สึกตัวแล้ว ขาก็รู้สึกตัวแล้ว

อ้า ถ้าอย่างงั้น จอดเกวียนสักหน่อยนะ จอดเกวียนสักหน่อย แล้วๆ จะๆๆ ประกอบยา ประกอบยาคือว่าชงน้ำชาแก่ๆ ชงอ่ะ มีเครื่องชงน้ำชาไปด้วย อ่ะ คนเดินป่ามีเครื่องต้มน้ำร้อนน้ำชามีหมด เตาฟู่เตาเฟ่อมีหมดทุกอย่างอ่ะ ติดเตาฟู่ขึ้นแล้ว ก็ต้มน้ำเดือดแล้ว ก็เอาใบชากำลงใส่ แก่ๆ พอมันเดือดออกดีแล้ว ปลดมาไว้ให้มันเย็นสักหน่อย เอารินใส่ถ้วย เทใส่ถ้วย ใส่แก้ว แก้วก็มีแต่แก้วลายคราม เอ้ ไม่ใช่ บ้านนอกแล้ว แก้วลายครามอย่างนี้ เนี่ยแก้วในวังในเวียงเพิ่นใช้กันนี่ เอ้าๆ เอาไว้กิน กินยาแล้วก็ประกอบยา เอาน้ำชานี่กินก่อน ถ้าเอาไปใส่ปากให้กลืนกึ๊บ กึ๊บ กลิ่นน่ะมันใบชาอร่อยนั่นน่ะ มันอร่อยใบชา กึ๊บๆ กึ๊บลงไป ท้องลั่นโกรก ท้องลั่นได้ยินเสียง คนอยู่ข้างนอก ท้องลั่นโกรกเรอ เอื้อม(เรอ) โอ๊กออกมาอ่ะ ถ่มน้ำลายดู ก็ไม่มีเลือด ไม่มีอะไรแล้วปะเนี่ย ท้องลั่นโกรก เอื้อม(เรอ) โอ๊ก หรือว่าเรอ โอ๊ก ออกลม ไล่ลมออกมา

ถ้าพูดไปเราพูดให้หมดจด ก็ตดออกมา ปื๊ด ปู๊ด (หลวงพ่อขันตี ญาณวโร หัวเราะ) ตดก็ออก เอื้อม(เรอ) ก็เอื้อม(เรอ) แจ้งวาบขึ้นมาในตา สบายใจแล้ว เออ ถ้าเจอด้วยพิษงูหายไปหมดแล้ว ไม่มีแล้ว มองดูหน้าดูตา ก็เห็นหัวเราะอยู่ เป็นยังไง ฉันหายแล้ว หายตั้งแต่ถ้วยใบชา ใบชาแก้วทีแรกแล้ว กลืนลงไป มันวาบลงไป ลม อ้า เลยเรอออกมา เออ ตดปื๊ดออกมา สบาย สว่าง อืม ดี จอด เกวียนก่อน จอดเกวียน กินข้าวกลางวันกันทีนี่แหละกินข้าวกลางวันกันที่นี่ เออ แล้วปล่อยให้ เออ ทั้ง ๒ คนคุยกัน หมอ หมอใบชาน่ะ ชงชาให้กินน่ะ

คุยกันอยู่ในนั่นแหละ คุยกันถูกคอกัน อ้า ถ้าหากว่าเราไปถึงเมืองแล้ว จะทูลให้พระบิดารับอาตี๋คนนี้ไว้เป็นผู้ติดตามเรา ไปไหน ไปไหนคนนี้ติดตามเราไป ไปในทุกหน ทุกแห่ง แล้วหัวเราะอีกครั้งหนึ่ง เออ แต่ว่ามันหน้าตัวเมีย ตัวเมียนะ ถ้าหากเป็นผู้หญิงจะทำยังไง โอ้ย ดีมาก ถ้าหากผู้หญิงจะสู่ขอ ให้พระบิดาสู่ขอเขามาเป็นลูกสะใภ้หลวงเลย จะถูกใจมาก เพราะเขามีบุญคุณต่อเรา เราก็ต้องตอบแทนบุญคุณเขา เรามีพระบิดาเฉยๆ หากไม่ ไม่มีคนช่วยเหลือ เราก็ตายแน่นอน งูเห่าดำมันตายทั้งนั่นแหละไม่มีเหลือ นี่เขามาช่วยเราให้มีชีวิตรอดอย่างนี้ จะเอาเขาเป็นมหาดเล็กติดตามเราไปไหนไปได้ แต่ว่าหน้าตามันเป็นเหมือนผู้หญิง แอ้ เนี่ยมีหนวดมีเคราจุ๋มๆ จิ๋มๆ เนี่ยแก่กว่าเรา หนวดเครา (เสียงหัวเราะหลวงพ่อขันตี ญาณวโร) เออ ก็ได้อย่างว่าจริงๆ ปะนี้ ชิ้วหลั่นถามหาบ้านนายหวางอยู่ที่ไหน ยายสั่งว่าให้ไปขายให้บ้านนายหวาง

เอ้ ชะรอยก็ เจ้าหน้าที่แต่งตัวใหม่ เจ้าหน้าที่พาเดินป่าแต่งตัวใหม่ เป็นยศทหารนายพันนายพลโน้นล่ะ ติดตามไปเข้ามาโค้งคำนับ ชิ้วหลั่นนั่งอยู่ม้าหินโค้งคำนับ จะไปไหนเนี่ย จะไปขายใบชา ยายสั่งว่าให้ไปขายที่บ้านนายหวางได้ราคาดี เออ เอ้ รู้จักบ้านนายหวางไหม ท่านทั้งหลายรู้จักไหม รู้ รู้ รู้ทีเดียวล่ะ ไปกับพวกข้าพเจ้า ไปหาบ้านนายหวางเองน่ะ คนหนึ่งก็ฉวยได้ตะกร้าใบชาใส่ข้างนี้ ทั้ง ๒ ข้าง คนหนึ่งก็ถือกระบี่เดินหน้า นายพลเดินหน้า นำทางข้ามสะพานไป สะพานน้อยๆ ข้ามสะพานไปแล้วก็เห็นกำแพงใหญ่ เอ้ กำแพงอย่างนี้ ก็เห็นแต่ในวังเว้ย ในวังกำแพงอย่างนี้ นั่นน่ะ หรือว่านายหวาง นายหวางเนี่ยมันจะสำคัญอยู่

ยายไม่รู้จัก เชื่อว่านายหวางให้ราคาดี อืม พอข้ามกำแพงไปแล้ว ก็ ก็ตกใจล่ะปะเนี่ย ไปเห็นกำแพงเหล็กกล้า กำแพงเหล็กกล้า รั้วเหล็กกล้า อีกชั้นหนึ่ง ทหารทั้งหลายเคารพเสนาบดีกับรัฐมนตรีที่ตามไปล่ะ เคารพชิดเท้าวูบวับ วูบวับ ชิ้วหลั่นก็ร้องวี๊ดขึ้นมาแล้วปะ โอ้ย จะเอาฉันไปไหน จะเอาฉันไปไหน อ้า

ข้าพเจ้าไม่กล้าเข้าไปหรอก ในวังนั่นน่ะ นั่นล่ะนายหวาง นายหวางอยู่บ้านหลังนี้แหละ อยู่วังนี้แหละ แอ้ จะพาไปหานายหวางให้เอง อ้า อย่าลืมนะ ถ้าไปถึงบ้านนายหวางแล้ว นายหวางอาจจะได้ให้รางวัลพิเศษ พระราชบุตรของท่านหายไปจากโรคภัยไข้เจ็บ พิษงูร้ายหายขาด เดินได้สบาย เอาล่ะก็สะพายตะกร้าเข้าไปลิ่วล่ะปะเนี่ย

แต่ตัวอู๋เหล็งกุมาร ไปแต่งยศมกุฎกุมารเต็มยศเลย เออ วิ่งเติ้บๆๆ มาเห็นงอแงๆ แย่งใบชา อ้า แย่งตะกร้าใบชา ฉันไม่เข้าไปนะ ไม่เข้าไป ฉันกลัวตาย กลัวพระราชอาญาจะมาตกถึงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่กล้าเข้าไปหรอกนั่นน่ะ ให้ข้าพเจ้าคืนที่นี่เถอะ สักหน่อยอู๋เหล็ง กุมารก็วิ่ง แย่งใบชาเขา วิ่งเติ้บๆๆ ขึ้นมา วิ่งได้แล้ว มาเห็นกำลังแย่งใบชากัน

เอ้ย หลั่นเอ้ย หลั่น เธอไม่ต้องกลัวใดๆ ทั้งนั้นนะ นายหวาง นายหวางที่เธอถามหาเนี่ย คือพระเจ้าหวางตื้อนั่นแหละ พระเจ้าหวางตื้อเป็นพระบิดาของฉันเอง ก็เลยมีคำคะเยาะกันมาหน่อยหนึ่ง คนตอแหล คนตอแหลโกหก อ้าว ใครตอแหลใคร เธอก็ตอแหลฉันเหมือนกัน เฮ้อ เออ เธอตอแหลฉันก็ยิ่งไปกว่านั้นอีก มีหนวดมีเคราอย่างนี้นะ

เอาล่ะไปพระบิดานั่งคอยอยู่ พระบิดานั่งคอยอยู่ พระบิดา เป็นคนสู่ขอให้เตี่ยของแกนะ เตี่ยของคุณนะ แต่งงานกับแม่ของฉันเองนะ เพราะฉะนั้นจึงได้ลูกเกิดมา ผู้ชาย ๒ คน ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอก็คงเป็น คนหนึ่งในจำนวนนั้นเหมือนกัน ใครตอแหลใครเอาล่ะพอ อ่ะ ไปก็ไป เลยตามเข้าไป ตามเข้าไป อู๋เหล็งกุมารนำหน้าเองไป

ไปถึงพระบิดา ถวายบังคม พระบิดาแล้วหมอบๆ หมอบที่ใกล้ๆ พระบิดา พระเจ้าหวางตื้อทำหนวดยุบยับๆ ขึ้นมา เอ้ แม่ของมัน อาตี๋คนนี้ แม่ของมัน เราไปสู่ขอให้มิ่งกงฝ่าได้ แต่งงานกัน มันได้ลูก ลูกผู้ชาย ๒ คนได้ผู้หญิงคนหนึ่ง คงจะเป็นผู้หญิงคนนี้แหละมั๊ง เป็นผู้หญิงแต่ว่าแต่งตัว มันปลอมมา เออ พระเจ้าหวางตื้อก็ดีใจมาก พอเห็นลูกของบริวารเก่ามาอย่างงี้ ทั้งได้ช่วยลูกเราอีกด้วย

อย่างงี้ก็เลยตรัสถาม สงสัยขึ้นมา พูดขอถามปัญหาสักคำ ๒ คำเถอะ เธอจะตอบได้ไหม

ได้เพคะ

แน่ะพูดก็พูดเป็นเนี่ย เดี๋ยวนี้จะถามว่า เจ้าเป็นชาย หรือเป็นผู้หญิงแน่นอนเฮอะ ให้ตอบคำเดียว ไม่ต้องต่อวน เธอเป็นผู้ชายหรือเป็นผู้หญิงแน่นอนนะ

เป็น เป็นหญิงเพคะ

ก็บอกแล้วตั้งแต่เจอใบหน้าเธอทีแรก มันเหมือนกับแม่ของเธอ สมัยที่เราไปสู่ขอให้แต่งงานกันกับมิ่งกงฝ่า หน้าตาเหมือนกันกับเธอนี่แหละ อืม แต่ดี แกไม่ปดข้า แล้วขอถามอีกสักปัญหาหนึ่ง เป็น ๒ ใจความ เจ้ามีคู่หมั้นหรือว่ามีสามีแล้วหรือยัง เออ ทั้ง ๒ นี่แหละ ถ้ามีก็บอกว่ามี ถ้าไม่มีก็บอกว่ายัง เท่านี้ก็พอแล้ว มันปัญหาที่ถามน่ะ ให้ตอบข้อเดียวตอบคำเดียว ยังก็บอกว่ายัง มีก็บอกว่ามี เท่านี้ก็พอแล้ว

เออ ยังเพคะ ยังไม่มีคู่หมั้น ยังไม่มีสามี เป็นโสด เลี้ยงพ่อ เลี้ยงอาเตี่ย เลี้ยงแม่ อยู่กับยายแก่คนหนึ่งมาเป็นเพื่อน

ตบพระหัตถ์ขึ้น พระเจ้าหวางตื้อตบพระหัตถ์หรือตบมือนะ ปั๊บๆๆๆๆๆ ดีมาก เจ้าไม่ปดข้า ดีมาก เจ้าปดอื่นปดได้ แต่ว่าข้ารู้เชื้อสายของเธอ อ้า ฉันไปสู่ขอแม่ของเธอมาให้มิ่งกงฝ่าขุนนางของข้าเอง ไปตกลงแต่งงานกันให้ แต่งแต่ปีนั้น พ.ศ.นั้น พ.ศ.นั้น เจ้าเป็นลูกสุดท้อง เป็นผู้หญิง แอ้ เหมาะทีเดียว

เอาล่ะ เอาลูกของข้าไปพักบ้านพัก บ้านรับรองแขกบ้านแขกเมือง แขกอื่นไม่ค่อยได้พักหรอก พ่อค้าพ่อขายไม่ค่อยได้พัก มีแต่ข้าราชการมาล่ะก็ได้พัก บ้านพักหลวงแห่งนั้น ก็เอาไปเลย

โอ้ย ลืมไป ลืมไป ตะกร้า ไอ้ๆๆๆ ใบชาของเธอ กี่ตะกร้าเนี่ย ๒ ๓ ตะกร้าเนี่ย เธอจะขายเท่าไหร่ ถวายเพคะ ไม่ขาย ถวาย ไม่ได้ ไม่ได้ ประเดี๋ยวคนอื่นเขาไม่รู้ เขาจะหาว่าพระราชารีดนาทาเร้นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน มีแต่ยึดเอายึดเอาหมด เขาก็จะหาว่าพระราชาขี้โลภ ไม่ดีหรอก เอ้า ไปเอาเงินของข้ามา อยู่ในคลังของข้าล่ะ อยู่ในตู้ของข้าส่วนตัว ส่วนตัว ไม่ใช่เงินของคลังของรัฐบาลหรอก เอามา ๔,๐๐๐ ตำลึงนะ เอามา ๔,๐๐๐ ตำลึงนะ อย่าให้ขาด พวกนั้นก็ไปนับเอาเงินมา ๔,๐๐๐ ตำลึงมายกให้ชิ้วหลั่น นี้ค่าใบชาของเธอนะ เธอมาขายใบชา เธอก็ต้องได้ราคาหน่อย ไม่เป็นไรของข้าเอง ไม่ใช่ของรัฐบาล ได้เงิน ๔,๐๐๐ ก็เก็บใส่กระเป๋าน้อยๆ ของตัวเองหิ้วเข้าไป โอ้โฮ เพราะฉะนั้น นี่เรียกความว่าไปขายที่บ้านนายหวางได้ราคาดีที่สุดนู้นล่ะ อืม เป็นความจริงออกมาแล้วอย่างงี้ ทำยังไง เอาล่ะเลยแต่งสั่ง สั่งข้าราชการทั้งหลาย ให้ไปจัดบ้านรับขันหมากหลวงนะ เราจะไปสู่ขอเจ้าของใบชาเนี่ย เขาเป็นผู้หญิงให้กับอู๋เหล็งกุมาร

ยังไม่ได้แต่งงาน เขาเกิดปีเดียวกัน ประชาชนก็ตอบว่าไงประชาชนก็ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเหลือพระเจ้าค่ะ ที่พระองค์สงเคราะห์คนยากคนจนอย่างงี้ ไม่เป็นไรหรอก พ่อของเขานะ เตี่ยของเขานะ เป็นขุนนางของข้าเอง ข้าจัดการแต่งงานให้พ่อเขาเอง สู่ขอแม่เขาให้กับ อ้า มิ่งกงฝ่าที่เป็นขุนนางของข้า ข้าตามหาเขาแทบจะพลิกแผ่นดินก็ไม่เจอ ไปบ้านลิ้นฉี่นี่ก็ไป แต่ว่าไม่ ไม่เห็นสักที เห็นแต่อาแป๊ะแก่ๆ สะพายตะกร้าใบชา ใส่หมวกงอบ ใส่หมวกงอบๆ บังหน้าหนวดเครารุงรัง มีเท่านั้นล่ะ คงจะเป็นอาแป๊ะนั่นแหละ ถามให้ละเอียด ว่าตายทั้งคู่แล้ว แม่ตายก่อน พ่อตายทีหลัง พากันสร้างไร่ใบชาได้กว้างใหญ่โต เอามาขายเลี้ยงชีพได้ดี เพราะฉะนั้น สั่งพิเศษให้เจ้าหน้าที่ ผู้จัดการสถานที่ต้อนรับขัน ขันหมากหลวง เราจะนำไปเอง

เราจะนำขันหมากหลวงไปขอ ไปขอกับแม่เฒ่าหยู้หลั้ง พ่อเขาตายแล้ว แม่เขาตายก่อน จะขอกับแม่เฒ่าหยู้หลั้ง ให้ยายเฒ่าหยู้หลั้งเป็นสักขีพยานให้ อ้า เราจะแต่งงานให้ลูกชายของข้า เขาไม่ใช่แค่เป็นอาตี๋ธรรมดา เขา เขาเป็นผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์ ใครไม่ซักไม่ถาม เขาไม่รู้หรอก เรารู้เค้าหน้า ผมเผ้าหมด หน้าตา คิ้วคางอะไรรู้ มันเหมือนแม่มัน ก็เลยทักว่า เจ้าเป็นหญิงหรือเจ้าเป็นชาย ตอบ ๒ ข้อนี้ตอบ มีคู่หมั่นหรือยัง มีครอบครัวหรือยัง ยังเพคะ เออ เจ้าเป็นหญิงหรือเจ้าเป็นชาย ถ้าไม่ตอบก็ ไม่อาจ ไม่ปิดอีกล่ะ เป็นหญิงเพคะ เออ ดีมาก เจ้าไม่ปดข้า เจ้าปดคนอื่นปดได้แต่ข้ารู้ รู้ตั้งแต่แต่งงานให้กัน ให้พ่อเจ้าแม่เจ้านะ อ้า เจ้าก็จะแต่งงาน ดีมาก ให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปก่อน ไปจัดสถานที่ต้อนรับขันหมากหลวง เราจะเอาขันหมากหลวง ไปขอชิ้วหลั่นกับแม่เฒ่าหยู้หลั้ง พ่อก็ตายแล้ว แม่ก็ตายแล้ว ผู้เลี้ยงดูอยู่ แม่เฒ่าหยู้หลั้ง ไปขอกับเขา

แต่ก่อนจะไปขอนะ ให้ไปจัดสถานที่ไหว้ศพของมิ่งกงฝ่าด้วย ทั้งสามีภรรยาเขาไปฝังใกล้ๆ กัน ขึ้นไปแล้วก็ พระเจ้าหวางตี้อก็ลงจากช้าง เอาช้างไว้ข้างล่าง ขึ้นไปภูเขาไม่ได้ เอาช้างพระที่นั่งเพิ่นนะ เอาไว้ข้างล่างให้มันกินหญ้าอยู่นี่ กินอาหารอยู่นี่ ไปขึ้นไป

มิ่งกงฝ่าผู้ซื่อสัตย์แก่ข้ามาโดยตลอด เดี๋ยวนี้เรามาวันนี้ มาเพื่อมาขอขมาโทษ ท่านมิ่งกงฝ่าขุนนางผู้ซื่อสัตย์ มาคารวะศพของขุนนางของข้า แล้วก็บอกเสียด้วยว่าจะมาสู่ขอชิ้วหลั่นไปเป็นลูกสะใภ้หลวงอีกด้วย เขาช่วยชีวิตลูกของข้าให้ปลอดภัยจากพิษสัตว์ร้าย งูเห่าดำกัดอาการสาหัสสากรรจ์ จนเลือดออกตามขุมขน ออกตามไรฟัน เลือดออกโลหิตแตกหรือยังไง เขามาประกอบยาให้ หยุดเลย เลือดออกมาหยุดเลย แล้วก็ลืมตามองหน้ากัน เอ้ คนคนนี้ มันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหากเขาเป็นหญิง ดีมาก เราจะให้พระบิดาสู่ขอมาเป็นลูกสะใภ้หลวงเลย ถ้าเป็นชายก็จะให้พระบิดาแต่งตั้งเขา เป็นขุนนางติดตามกับลูกของเราไปทุกหนทุกแห่งไปเที่ยวไหน ไปด้วยกัน อย่างนี้ มันเป็นอย่างงั้นเรื่องราวมันน่ะ ในที่สุดก็ไปจริงๆ ล่ะ พอบ้านรับรองขันหมากหลวงเสร็จแล้ว ไปแล้วบัดนี้น่ะ นำขันหมากหลวงด้วย ขบวนช้าง ด้วยขบวนม้า เป็นหลายร้อย อืม คนติดตามไปมากมายให้เห็นเหตุการณ์แล้วก็ ไปสู่ขอ ลงจากภูเขามา

มาสู่ขอ ทำพิธีสู่ขอลูกสะใภ้เอาขันหมากหลวงไป ขอขมาโทษแม่เฒ่าหยู้หลั้งด้วย แม่เฒ่าหยู้หลั้งจะจัดการทีหลังไม่ได้หรอก ไม่ได้หรอก ขอให้แต่งงานอันนี้มันเสร็จไปซะก่อน อืม ก็ไม่ว่าอะไร ชิ้วหลั่นก็ไม่ว่าอะไรกลับมา กลับมาชาวบ้านชาวเมืองก็แห่กันมา อ้า หมู่บ้านลิ้นฉี่ก็มาหมดมาส่งชิ้วหลั่น เจ้าหวางตื้อจะขอชิ้วหลั่นเป็นลูกสะใภ้หลวง ถ้าจะมาวางขันดอกไม้ให้แม่เฒ่าหยู้หลั้ง แม่เฒ่าหยู้หลั้งก็ร้อง โอ้ย หลั่น ทำไมเจ้าเป็นอย่างงี้ เพิ่นล่ะ นึกว่าอาญาจะถึงเราแล้ว แต่จริงๆ ก็ได้ขันดอกไม้ เป็นดอง เป็นค่าดองแต่งงานชิ้วหลั่นกับอู๋เหล็งกุมาร ที่ถูกงูเห่าดำกัดอาการสาหัสนะ

พอกลับมาถึงประตูเมือง เขาไม่ให้ประชาชนเข้าเมือง เข้าได้แต่เจ้าหน้าที่ ขอประทานโอกาสพระเจ้าคะ ขอโอกาส เรื่องอะไร ขอพูดกับประชาชนสักหน่อย ประชาชนพี่น้องทั้งหลายเลี้ยงดูเราตั้งแต่เรามาอยู่อาศัย ดูแลช่วยเหลือกิจการสร้างบ้านสร้างอะไรให้อยู่ ขออนุญาต เอ้า เธอจะทำยังไงจงทำเถอะ เออ ข้าพเจ้าหวางตื้อ ทำได้เลย ยังไม่แก่(นาน)เท่าไหร่หรอก

 

พี่น้องทั้งหลาย ฉันหนีร้อนมาพึ่งเย็น พี่น้องทั้งหลายให้ความช่วยเหลือ สร้างบ้านสร้างอะไรให้อยู่ เออ นี่อันหนึ่ง บุญคุณ
อันนั้นเราไม่ลืม บัดนี้ข้าพเจ้าจะตอบแทนบุญคุณท่านทั้งหลายอีก ข้าพเจ้าขายใบชาได้สดๆ ร้อนๆ ๔,๐๐๐ ตำลึงเนี่ย จะแจกให้พี่น้องทุกครอบครัว ให้ไปทำไร่ใบชา ขยายออกให้เต็มบ้านเต็มเมืองเลย ฉันจะได้ดิบได้ดีก็เพราะใบชา เพราะฉะนั้นให้เป็นที่ระลึกให้เป็นอนุสรณ์ ให้พี่น้องจงขยับขยายใบชาในไร่นั่นให้ทั่วทุกครอบครัว ก็จะมีประโยชน์ต่อประชาชนมาก

พระเจ้าหวางตื้อ แหม ผู้หญิงคนนี้สมควรแท้ๆ เว้ย ดูสิมันขายใบชาได้ ๔,๐๐๐ ตำลึง เออ มันแจกพี่น้องหมด อ้า แจกหมดทุกครัวเรือน ให้ได้เท่าๆ กัน ให้นำใบชาออกขยายให้เต็มบ้านเต็มเมือง ไร่ใบชาเนี่ย ชิ้วหลั่นก็ได้เป็นราชินี ได้เป็นราชินีน้อยๆ แล้ว แต่ว่าใจมันครอบแผ่นดินเลย

จะทำอะไรๆ ขออนุญาตพระบิดาซะก่อน ทำอะไรๆ ก็ขออนุญาตซะก่อน เพิ่นอนุมัติแล้วจึงค่อยทำ ไม่ได้ทำด้วยพละการของตัวเอง ดูสิ เป็นราชินีแล้ว เป็นลูกสะใภ้หลวงแล้ว ยังไปกินข้าวกินปลาอยู่กันกับชาวบ้านชาวเมืองเขา อยู่ใต้ถุนก็ไปกินข้าวกับเขา ไปอยู่ที่เสียมไร่เสียมนาก็ไปกินข้าวกับเขา เออ อยู่อย่างนั้น ไม่คิดว่าตัวเป็นราชินีหรอก ไม่ถือตน ถือตัวอะไรเลย มุดเข้าไปกินข้าวกับหมู่อร่อยดี นานๆ จะได้กินอย่างงี้ นั่นแหละเป็นราชินีโดยบังเอิญ ไม่ได้แต่งตั้งอะไรมากมายหรอก เพียงแต่สู่ขอมาเป็นสะใภ้หลวงเท่านั้นล่ะ แต่ว่าจรรยามารยาท แกได้ฝึกมาบ้างนิดหน่อย ก็เรียนไปด้วยอะไรไปด้วย

อ้า พระเจ้าหวางตื้อรักเหมือนลูกในไส้ปานนั้น ได้ลูกสะใภ้อย่างนี้มา ก็ว่าจะคุมบ้านคุมเมือง ดูแลไพร่ฟ้าประชาราชให้ทั่วถึง คนอย่างนี้ไม่ตระหนี่ไม่ถี่เหนียว คิดดูขายใบชาได้ ๔,๐๐๐ ตำลึงแทนที่มันจะกระเหม็ดกระแหม่ ไม่มีเลย หว่านเลย หว่านให้ทั่วหมดครอบครัว ทุกครอบครัว ให้มีสิทธิเท่าเทียมกัน นอกจากสิทธิพิเศษ ถ้าเราต้องการใบชาไปเป็นพันธุ์ เราก็จะให้คนของเรามาขอเอา ขอใบชา พันธุ์ใบชาอย่างดีเข้าไปปลูกในเมืองบ้าง เนี่ยไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเลยสักน้อยเดียว แจกจนหมดนะ ได้อยู่ ลองอยู่ ไปอยู่ร่วมวังกับอู่เหล็งกุมาร เป็นมหารานีเหรอ แต่งตั้งให้เป็นมหารานี พระเจ้าหวางตื้อก็สวรรคตต่อมา สวรรคตไม่ได้ไปไหนหรอก ไปเกิดกับชิ้วหลั่น ได้อู่เหล็ง พระเจ้าอู๋เหล็งตื้อ อู๋เหล็งกุมารก็ได้เป็นอู๋เหล็งตื้อเพิ่นเนี่ย แทนพระบิดา อ้า ก็ได้เป็นเจ้าฟ้าเจ้าหญิง อ้า ชิ้วหลั่นนี่ราชินีใบชา

เขาให้ตั้งชื่อให้ว่า ราชินีใบชา ได้เป็นราชินีเพราะขายใบชานั่นเอง อืม ได้แต่งงานกับลูกพระเจ้าหวางตื้อ อู๋เหล็งตื้อเป็นอู่เหล็งตื้อก่อนเนาะ(นะ) เป็นอู่เหล็งไท่จือขึ้นมาอีก เลื่อนขึ้นมา เลื่อนขึ้นมาจนได้เป็นเจ้าฟ้า

 

อ้า อู๋เหล็ง นี่เรียกว่า กตัญญูกตเวทิตา คนรู้จักบุญคุณของคนน่ะย่อมเป็นผู้เจริญ เจริญทั้งด้านทรัพย์สินเงินทอง เจริญทั้งด้านจิตใจด้วย ไม่อด ไม่อยากอะไรเลย จะใช้อะไรๆ ใช้ได้ตามชอบใจ อ้า แกนับว่าเป็นผู้มีบุญ มาเข้ามาแค่นิดๆ หน่อยๆ หรอก แต่ว่ามันเกิด เกิดบุญหล่นทับ ได้เป็นฟ้าหญิงชิ้วหลั่นขึ้นมา
อู๋เหล็งกุมารก็ได้เป็นอู่เหล็งตื้อขึ้นมา เป็นพระราชาแทนพระบิดาต่อไป เพราะฉะนั้นนะ กตัญญูกตเวทิตา

 

นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา

 

ผู้เจริญทั้งหลาย มีความกตัญญูรู้จักบุญคุณของผู้อื่น และตอบแทนบุญคุณของผู้อื่นให้สาใจ อย่าตระหนี่ถี่เหนียว กระทำให้บารมีแก่กล้าขึ้นมาได้ ดังชิ้วหลั่นเป็นตัวอย่าง เป็นคนกำพร้ากำพลอยไปอยู่กับบ้านกับเมืองเขา แต่พฤติกรรมของเขาดี ได้ไปช่วยเหลือราชวงศ์ของพระเจ้าหวางตื้อ พระเจ้าหวางตื้อก็เลยชุบเลี้ยง สู่ขอมาเป็นลูกสะใภ้หลวงเลย อ้า ถูกอกถูกใจที่สุด พระเจ้าหวางตื้อสวรรคตแล้ว ในเห็นว่าได้มาเกิดกับชิ้วหลั่น อ้า มันวนเวียนอย่างนี้แหละ ไม่ไปไหนล่ะ อ้า มาเกิดกับลูกสะใภ้แล้ว ลูกสะใภ้น่ารักน่าเอ็นดู

ดังนั้นความกตัญญูกตเวทิตา ความกตัญญูรู้จักบุญคุณของท่านผู้มีคุณแล้ว เป็นผู้เจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ดังที่บรรยายมาพอได้เป็นคติ ก็กำหนดจดจำเอาไป ใส่หัวใจไว้ ถ้าเพื่อบุญมีวาสนาส่ง ก็อาจจะได้เป็นใหญ่เป็นโตขึ้นมาด้วยคุณธรรมดังกล่าว ดังที่แสดงมา ก็ยุติด้วยเวลา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

 

สุสสูสัง ละภะเต ปัญญัง

ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา

 

กัมมัง วิชชา จะ ธัมโม จะ สีลัง ชีวิตะมุตตะมัง

การงาน ๑ วิชา ๑ ธรรม ๑ ศีล ๑ ชีวิตอันอุดม ๑

 

นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา

กตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี

 

 

เอเคอร์ (acre) หน่วยวัดของพื้นที่ดิน

๑ เอเคอร์ ประมาณ ๔,๐๕๐ ตารางเมตร ประมาณ ๒.๕ ไร่

 

ราชวงศ์โจวตะวันตก (หรือซีโจว)

ช่วง ๕๘๐ ถึง ๒๒๘ ปีก่อนพุทธศักราช

อ๋อง(กษัตริย์) ปกครองอาณาเขตกว้างใหญ่

ส่ง สามนตราช(เจ้าประเทศราช) ปกครองแคว้น เมืองไกลๆ

เช่น กง(เจ้าพระยา) โหว(พระยา) ป๋อ(พระ) จื่อ(หลวง)

ต้องส่งบรรณาการต่อ อ๋อง (ยุครุ่งเรืองด้านการปกครอง)

 

ราชวงศ์โจวตะวันออก (หรือตงโจว) ยุคชุนชิว

ช่วง ๒๒๘ ปีก่อนพุทธศักราช ไปอีกนาน ๓๐๐ ปี

โจวอ๋อง ไม่มีอำนาจบังคับสามนตราช(เริ่มตั้งตัวเป็นอ๋อง)

จึงเกิดสงครามใน นอก ระหว่างแคว้นที่มีกว่า ๑๐๐ แคว้น

เพื่ออำนาจปกครอง โจวอ๋องถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ

 

ราชวงศ์โจวตะวันออก (หรือตงโจว) ยุคจ้านกว๋อ

กินเวลาประมาณ ๒๕๐ ปีต่อจากยุคชุนชิว

เหลือ ๗ แคว้นใหญ่ (ฉิน ฉู่ ฉี เอียน จ้าว หาน เว่ย)

ทุกเจ้าแคว้นตั้งตัวเป็นอ๋อง ไม่เคารพ โจวอ๋อง

ฉินอ๋องเจิ้ง แคว้นฉิน รวมแผ่นดินสำเร็จตั้งราชวงศ์ฉิน

สถาปนาเป็น ฉินสือหวงตี้ (จิ๋นซีฮ่องเต้) จักรพรรดิจีน

 

ราชวงศ์ฉิน อยู่ได้เพียง ๑๕ ปี ก็มีราชวงศ์ฮั่น ขึ้นแทน

 

พงศาวดารเรื่อง ไซฮั่น

(ชำระใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๑)

สมัย ฮั่นโกโจฮ่องเต้ จักรพรรดิจีนแห่งราชวงศ์ฮั่น

ปรากฏชื่อแม่ทัพคนสำคัญผู้เอาชนะ ฌ้อป้าอ๋อง

ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น

เจ๋อ๋องฮั่นสิน ปกครองเมืองเจ๋

หรือจีนศึกษาในยุคปัจจุบัน จะเรียกท่านว่า

ฉีอ๋องหานซิ่น ผู้ปกครองเมืองฉี

 

ในราชวงศ์โจวตะวันตก

เจ้าแคว้นฉี บรรดาศักดิ์เป็น กง หรือ เจ้าพระยา เรียกว่า ฉีกง

ในราชวงศ์โจวตะวันออก ยุคจ้านกว๋อ

เจ้าแคว้นฉี สถาปนาตนเป็น อ๋อง หรือ กษัตริย์ เรียกว่า ฉีอ๋อง

 

บางครั้งคำว่า อ๋อง ก็เรียกว่า หวาง

แปลว่า กษัตริย์ เหมือนกัน

ทั้งระยะทาง เวลาในการเดินทางระหว่างเมือง

ดังนั้น พระเจ้าหวางตื้อ แห่งเมืองเจ๋ จึงน่าจะเป็น

กษัตริย์แคว้นฉี หรือ ฉีอ๋อง ในยุคจ้านกว๋อ แห่งราชวงศ์โจว

 

เมืองเจ๋ (เป็นดินแดนทิศตะวันออก)

เมืองเย่ (เป็นดินแดนทิศใต้)

๑๘