หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

งานมุทิตาอายุวัฒนมงคล ๖๘ ปี หลวงพ่อชาลี ถิรธัมโม

วันศุกร์ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.๐๐ น.

ณ วัดป่าภูก้อน ต.บ้านก้อง

อ.นายูง จ.อุดรธานี

พอๆ พอแล้วๆๆๆ เพิ่นถูกพระอาจารย์ เพิ่นเคยบอกไว้ว่า องค์ไหนๆ จะเทศน์ก็เหมือนกัน เตือนซะก่อน เตือนผู้ฟังทั้งหลายซะก่อน การฟังเทศน์ ฟังเทศน์ ฟังธรรม ฟังธรรมบรรยายหรืออะไรๆ ก็แล้วแต่ ต้องให้หัวใจบันทึกเอานะ ได้ยินอยู่ที่หู ให้ได้รู้อยู่ที่ใจ พอจะจดจำเอาไปได้ ระลึกได้ เวลาจะทำอะไรลงไป ผิดศีลผิดธรรมหน่อย คำบันทึกไว้นั่นแหละมันจะเตือนออกมา เออ อันนี้เพิ่นห้ามเว้ย อันนี้เพิ่นไม่ให้กระทำ ไม่ให้นึก ไม่ให้คิด การฟังเทศน์ก็เหมือนกันล่ะ เหมือนกับฟัง ฟังคำบรรยายอะไรต่ออะไรก็แล้วแต่ ต้องให้ใจเป็นผู้บันทึก ให้ผู้เก็บข้อมูล เพื่อจะนำไปปฏิบัติตนให้ถูกต้อง อืม ไม่อะไรหรอก อืม ที่จริงวันนี้ก็ดี

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

ทานัง เทติ สีลัง รักขะติ ภาวะนานัง ภาเวตตะวา

เอกัจโจ สัคคัง คัจฉะติ เอกัจโจ โมกขัง คัจฉะติ นิสสังสะยัง

อิมัสสะ ธัมมะปะริยายัสสะ อัตโถ

สาธายัสมันเตหิ สักกัจจัง ธัมโม โสตัพโพติ

 

นี้เป็นเบื้องต้น การแสดงธรรมต้องตั้ง นะโม ซะก่อน จะรับศีลก็ตั้ง นะโม ซะก่อน เออ

 

ธัมมัง สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

 

จึงกล่าวต่อไป และก็เก็บเอาข้อมูลเหล่านั้น ไปขบคิดพินิจพิจารณาด้วยปัญญาของตนเอง เพิ่นว่าทำไม เพื่อว่าต้องการให้เราทำอย่างไร ท่านถึงพูดอย่างนี้ ทุกสมาคม กับสมาคมใหญ่ๆ ก็ฟังเทศน์เหมือนกัน อยู่ในสถานที่ราชการ หรือในชุมชนธรรมดา ประชุมกันแล้วก็มีการไหว้พระ มีการรับศีล แล้วจึงอาราธนาเทศน์ อาราธนาธรรม ถ้าพูดเป็นภาษาเอาง่ายๆ เลย ท่านเจ้าข้า ขอได้เมตตา กรุณา พูดธรรมะให้พวกข้าพเจ้าฟังด้วยเถิด ความประสงค์ในการฟังเทศน์ ทางนี้ก็อึกอักๆ อยู่ปะเนี่ยอึกอักๆ จะเอาอะไรมาเทศน์ให้ฟังหนอ เอาเรื่องที่เราเคยฟัง เคยได้ยินมาแล้วนั่นแหละ มาพูดสู่กันฟังเรื่อยไป ไม่เบื่อ ฟังแล้วไม่เบื่อ ไม่หน่าย ไม่เปิด(เบื่อหน่าย) ไม่เอือมระอาอะไร ขอเชิญพาตั้งใจฟังด้วยดี เพิ่นบอกไว้อยู่ ในท้ายบาลีแห่งหนึ่งว่า

สุสสูสัง ละภะเต ปัญญัง

 

เออ ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา ถ้าฟังไม่ด้วยดีล่ะ ได้ปัญญาหรือเปล่า ไม่ได้อะไรเลย กลับไปมือเปล่า ไม่ได้อะไรเลยหรือ ที่จะได้ข้อคิด ข้ออ่านเอาไปเตือนตัวเองอยู่อย่างงั้นแหละ ไม่ได้เทศน์สูง
หรอก เทศน์อยู่แค่บนธรรมาสน์นี่แหละ เออ ไม่ได้เทศน์สูงๆ หรอก เทศน์ให้ผู้ฟังเข้าใจฟัง

มีเรื่องที่จะมาเล่าสู่กันฟัง มันมีแนวกินใจเราอยู่ เรื่องข้อเปรียบเทียบของเรา สนิมมันกินเหล็ก แต่กิเลสมันกินใจ สนิมมัน มันชอบโลหะต่างๆ แม้แต่ทองคำมันก็กิน แม้แต่เหล็กกล้ามันก็กิน อะไรๆ ที่เป็นเหล็กน่ะมันกินทั้งนั่นแหละ สังกะสีที่มุงหลังคา ปล่อยหลายๆ ปี มันทะลุ นั่น ถูกขี้สนิมกิน มันทะลุ ทะลุแล้วหลังคาก็รั่วลงมา อยู่ไม่เป็นสุขล่ะ ถ้ามันรั่วลงมา ฝนเทลงมา หลายๆ แล้วก็ทำให้บ้านเราเปียก เปื้อนไปหมด เลอะเทอะไปหมด ทำความสะอาดไว้ขนาดไหนก็ตาม ถ้าหลังคามันรั่วแล้ว จนมุงมันรั่วแล้ว มันก็เลอะเทอะ เปรอะเปื้อนไปหมดล่ะ ที่นั่งที่อยู่ที่อาศัยเหล่านี้ ข้อเปรียบอันนี้ ก็เหมือนกันกับเรา ทาน ทำบุญทำทาน

ทานัง เทติ สีลัง รักขะติ ภาวะนานัง ภาเวตตะวา

เอกัจโจ สัคคัง คัจฉะติ เอกัจโจ โมกขัง คัจฉะติ นิสสังสะยัง

 

อันนั้นมันมากินใจเรา เรื่องสกปรก เปรอะเปื้อนอะไรต่างๆ มันมาทำให้ใจเราสกปรกได้ ท่านจึงสอน ให้ทาน ให้ๆๆๆ ทาน ให้ทาน ศีล ภาวนา เบื้องต้นมีเท่านั้น สิ่งที่จะให้ชำระ ให้กำจัดชำระสนิมในใจเรา คือ กิเลส เอาอะไรมาเปรียบ มันจึงจะเข้าใจง่าย เออ แต่ว่าข้อ หัวข้อนั้นว่า สนิมกินเหล็ก กิเลสกินใจให้กร่อน ให้ทะลุ ผุลงไป

ถ้าหลังคามันทะลุแล้ว บ้านก็เสียหายหมด ของในบ้านก็เสียหายหมด ที่อยู่ที่อาศัยก็เสียหาย เสื่อสาดที่ปูไว้สวยๆ งามๆ ก็เลอะเทอะ เปรอะเปื้อนไปตามๆ กัน ผู้ที่มานั่งในสถานที่อย่างนั้น นอนในสถานที่อย่างนั้น จะสบายใจหรือเปล่า ถ้ามันเป็นยังงั้นจะสบายใจหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นข้อเปรียบอันนี้ พอจะได้ความอยู่ คือ ราคะ โทสะ โมหะ อันนั้นเป็นสนิม สนิมกินใจ โลภะ โทสะ โมหะ ก็ว่าอีกทางหนึ่ง มันไม่กินอะไรหรอก กินใจให้มันกร่อนไป ให้มันหมดไป หมดคุณภาพของใจ

ใจ นี่เป็นของประเสริฐจริงๆ เลิศกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ใจน่ะ ทำบุญสุนทานอะไรก็ใจเป็นผู้นำ ใจเป็นผู้ดำริขึ้นมาก่อน ถ้าหากสนิมกินซะแล้ว มันจะเป็นยังไง ใจน่ะ มันจะอยู่สุขสบายหรือเปล่า ไม่สบาย

เพราะฉะนั้นขอฝากเบื้องต้นนี้ก่อน เหตุที่เราทำบุญให้ทาน รักษาศีลก็ดี ภาวนาก็ดี ของเหล่านี้เป็นเครื่องกำจัดกิเลส ที่มันมาเกาะกินใจเรา ให้คุณภาพของใจเราเป็น เปลี่ยนไปเป็นสัตว์ไป ใจมนุษย์มันใจประเสริฐ มนุษย์เป็นใจประเสริฐ เป็นผู้มีใจประเสริฐ ประเสริฐเลิศกว่าทุกอย่าง ทรัพย์สมบัติ ทรัพย์ศฤงคาร บริวาร แก้วเก้านวรัตน์เหล่านั้นก็ดี ของมีค่าราคาสูงๆ ก็ดี

ถ้าสนิมมันได้เกาะได้กินแล้วก็หมดไปเลย หมดคุณภาพ เป็นมีดเป็นขวาน ของใช้ประจำวันเรา ถ้าไม่ทำความสะอาดไว้จะเป็นยังไง หึ สนิมเกาะกินหมด ถ้วยชามที่สวยๆ งามๆ ก็สนิมกิน ถ้าเป็นมีเชื้อเหล็กอยู่ในนั้นด้วย มันก็หวานเลยล่ะ โอ้ย สบายมาก ของใช้ไม้สอยทุกอย่างของเราทำด้วยเหล็ก ทำด้วยโลหะต่างๆ เป็นต้นว่า

เหล็กบ้าง ตะกั่วบ้าง อะไรบ้างที่ทำขึ้นมา ของใช้ไม้สอยประจำวันของเรา ถ้าไม่รักษาความสะอาดแล้ว ขี้สนิมก็ยิ้มแล้วโอ้ย เสร็จเราแล้ว เสร็จเราคราวนี้แหละ เห็นเก่าๆ นี่แหละ ล้างก็รด ก็ล้างลวกๆ ...ไม่เช็ดให้แห้งซะก่อน แล้วก็ไปเก็บไว้ เก็บไว้ๆ หลายวัน หลายเดือนไป จึงจะไปเปิดออกมาใช้ มันจะเป็นยังไงอ่ะ มัน มันเป็นยังไง เลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปหมด เกิดขี้สนิมกินขึ้นมา ทะลุหรือว่ารั่วไปเลย ถ้าเป็นภาชนะใส่น้ำ ทำให้มันรั่วไม่ได้เก็บน้ำไว้อยู่ ถ้ามันรั่วแล้วก็เก็บน้ำไม่อยู่ ทำดีขนาดไหน ก็ยังทะลุอยู่นั่นแหละ เพราะว่าตัวเองไม่ได้ขัด ไม่ได้สี ไม่ได้ขัดได้เกลา ทำความสะอาดมัน

อันนี้หัวใจของเรามันไม่ใช่เหล็กน่ะ เป็นความรู้พิเศษสำหรับมนุษย์เรา ความรู้อันนั้นที่ให้ตรัสรู้มรรคผลนิพพาน ก็ความรู้อันนั้นล่ะ ความรู้ที่อยู่ในตัวเรานั่นแหละ จะทำมรรคทำผล ทำนิพพานขึ้นในใจของเรา ถ้าเราขจัดมันไว้เรื่อยๆ ไม่ให้ความตระหนี่ ถี่เหนี่ยวเข้ามาเป็นเจ้าของ มายึดอำนาจจากเจ้าตัวซะ อ่ะ มันก็กินเอาเต็มที่ แม้ตั้งแต่เหล็กแท้ๆ เป็นเคียวหรือว่าเกี่ยว เกี่ยวข้าวน่ะ มีด ขวาน เหล็กทุกชนิดที่เราใช้มันอยู่ ไม่ได้ขัดได้เกลา ไม่ได้ล้างมัน ให้มันสะอาดหมดจดเอาไว้ มันก็ยิ้มแหละขี้สนิม เสร็จเราแล้ว เสร็จเราแล้วให้แน่ๆ อ้า ถ้าสนิมกินหมดแล้ว ความโลภมันกินใจ ความโกรธมันกินใจ ความหลงมันกินใจ เอ้าพูดไปรวมๆ ให้หมด ราคะ โทสะ โมหะ เหล่านี้เป็นสนิม

เป็นสนิม สำหรับจิตใจคนให้กร่อน ให้มันหมดไป หมดคุณภาพของมนุษย์ลงได้ เห็นได้ชัด นี่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เหล่านี้ก็เป็นสนิมเหมือนกัน กินใจคน ให้มันหมดจากคุณภาพมนุษย์ไป ถ้าใจไม่มีคุณภาพแล้ว มันกินได้สบาย อ้า แต่ว่ามันกินกัน

สามีภรรยา สุดที่รักกันที่สุด รักปานจะกลืนกินแหละ ถ้าหากพูดไม่ถูกหู ตา ดูตาก็ได้ว่ะ ดูตามันขวางขึ้นมา อ้า ยังไม่พูดยังไม่ตอบหรอก แต่ตามันขวางใส่เราซะก่อน ถ้าเราพูดไม่ดีขึ้นมา ถ้ามันเกิด เกิดขึ้นแล้ว มันจี๊ดขึ้นมาแล้ว นั่นตัวกิเลส มันจะแสดงออกมา มันจะโต้ตอบออกมาทางวาจา ถ้ามันเกิดกินใจผิดใจแล้ว มันโต้ตอบออกมาทางวาจา เผ็ดและก็ร้อน ถูกของเผ็ด ของเค็ม ของเปรี้ยว ของส้ม เข้าไปหลายๆ เที่ยว มันก็เกาะกินเอากินเอา กินคมมัน มีดที่คมๆ เคียวที่คมๆ อ้า ถ้าเราเกี่ยวข้าว คมๆ ดี ไม่เคยทำความสะอาดมันเลย เก็บหมักไว้นั่นแหละ ปีหน้าโน้นจึงไปออกมา ไปจก(ล้วง)ข้าวแล้ว โอ้ ขี้สนิม ไปเคาะๆ ดู มันตกออกจากมีด จากขวาน จากเคียว เคาะๆๆ เคาะเหล็ก หลุดจากเหล็กทุกชนิดเป็นอย่างงั้น ถ้าปล่อยให้มันถูกเปรี้ยว ถูกเค็ม เปรี้ยวหวานมันเค็มอะไร มันไปเกาะอยู่นั่นล่ะ ถ้าไม่ล้างอยู่ทุกวี่ทุกวัน ถ้วยชามก็เหมือนกัน ที่จะมันสะอาดอยู่ได้ก็เพราะเจ้าของรักษาอยู่ทุกวี่ทุกวัน ไม่ให้มันเกิดขี้สนิม มาเกาะมากินได้ ทำให้สะอาด อล่องฉ่องไว้ให้หมดจดไว้เสมอ ล้างแล้วก็เช็ดให้แห้ง แล้วจึงเก็บในสถานที่เก็บ อยู่ในตู้หรืออยู่ในลิ้นชักอะไรๆ เหล่านั้นน่ะ อ้า ไม่ได้เอาใจใส่มันเลย พอไปเปิดดูนานๆ จะใช้งานสักทีหนึ่ง มันเป็นยังไงล่ะ มันหมดแล้ว คมมันก็หมดแล้ว สีมันสวยๆ งามๆ มันก็ไปหมดแล้ว อ้า เป็นช้อน ช้อนเงิน ช้อนทองช้อนอะไรเหล่านี้ ถูกของเปรี้ยวของเค็มเข้า หนักๆ มันเป็นยังไง มันจะอยู่ไหม มันกร่อนไป มันกร่อนไป เคียว เคียวเกี่ยวข้าวเนี่ย เกี่ยวข้าวเนี่ย ปีหน้านู้นจึงจะดูมัน ปีหน้าฤดูเกี่ยวข้าวแล้วจึงจะดูมัน เก็บไว้ทั้งมันเปียกๆ มันไม่แห้ง เก็บไว้อย่างงั้นแหละ ความเปียก ความชื้นมันเป็นอันตรายแก่เหล็ก แก่โลหะทุกชนิด ทำให้กร่อนลงได้ รั่วลงได้ ทะลุลงได้ อ้า สังกะสีมุงบ้านมุงช่อง เหล่านี้ก็เหมือนกัน ถ้ามันเปียก ไม่แห้งซะทีเลยเปียก แห้ง ฝนตกอีกก็เปียกอีก อยู่อย่างงั้นล่ะ

ถ้ามีของเค็มๆ อ้า เป็นเกลือก็ดี เป็นน้ำเปรี้ยวๆ ก็ดีไปถูกสังกะสี ไปถูกอะไร มันก็เกาะกินอยู่นั้นแล้ว ถึงฤดูกาลที่จะใช้มันถึงมาดู มาโอ้ย มันรั่วแล้ว มันรั่วแล้ว มันทะลุแล้วน้ำถึงไหลอาบลงมาที่นี่ อาบลงที่นั่นนั้นยังไม่พอ ที่นั่ง ที่นอนของเรา ก็แปดเปื้อนไปเหมือนกัน เปียกไปเหมือนกัน อ้า ของทุกสิ่งทุกอย่างต้องอาศัยความสะ.. ความสะอาด ให้มันสะอาดหมดจดเอาไว้ แม่บ้านมีหน้าที่ดูแลความสะอาดเครื่องครัวทั้งหลาย พ่อบ้านไม่ได้ดูหรอก มีแต่ไปทำงาน ตื่นเช้ามาก็ไปทำงานเลยไม่ได้ดู เวลาจะใช้งานใช้การมันถึงมาดู หากออกมาขายหน้าแล้ว เอามาต้อนรับแขก เอามาต้อนรับแขกก็ขายหน้าหมดแล้ว ไม่ขาด ถ้วยก็ไม่ล้าง จานก็ไม่ล้าง ไม่เช็ด ไม่เช็ด ไม่สะอาด เกรอะกรังอยู่ ของเผ็ด ของเค็มเหล่านั้น มันชอบนัก มันกินให้หมดไป

อันหัวใจของเรานี้ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เพิ่นจึงมีประเพณีไหว้พระ รับศีล อ้า ทุกครั้งไป ไหว้พระรับศีล

 

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา

 

นี่ก็ไหว้ไป ไหว้พระพุทธเจ้า ไหว้พระธรรม ไหว้พระสงฆ์ อ้า เจ้ามันลืมไปซะแล้วปะเนี่ย ลืมไปซะแล้ว คำที่ไหว้พระอยู่ ลืมคำไหว้พระ คำอาราธนาเทศน์ คำอาราธนาธรรม อาราธนาศีล คำถวายทานต่างๆ ที่เราเรียนไว้แล้ว มัน มัน มันกร่อนไป มันหมดไป หมดไม่มีลาย

ถ้วยชามที่มีลายงามเหลือเกิน แต่ว่าสนิมกินแล้วมันเป็นยังไง ไม่น่าใช้ อ้า ถ้าแขกมา บ้านมาช่อง ไปหยิบออกมาจะมาต้อนรับแขก ก็มันก็ไม่สะอาดนี่น่า มันถูกเปรี้ยว หวาน มัน เค็มลงไป มันก็กัดกินอยู่ในนั่นแหละ ต่อไปก็เกลาก็ไม่ออก เคาะก็ไม่ออก เอาอะไรมาขัดมันก็ไม่เหมือนเดิม จะเป็นโลหะ จะเป็นเหล็ก จะเป็นทอง ของมีค่าราคาสูงๆ ก็เสียหายไป เพราะเราไม่ได้เอาใจใส่ ไม่ได้ทำความสะอาดมัน อันนี้จึงย้อนเข้ามาถึงใจของเรา ใจของเรามันก็กร่อนเป็นเหมือนกัน ถ้าเราไม่ขัดไม่เกลาไม่ทำความสะอาดเอาไว้ทุกวี่ทุกวัน อยู่ว่างๆ ก็ให้ดู ให้ดูของใช้เหล่านั้น มันเป็นยังไงน่าใช้อยู่หรือเปล่า อ้า สำรวจตรวจตราดู อยู่ทุกวี่ทุกวัน ถ้วยชามมันเป็นยังไง สนิมกินไหม ช้อนมันสนิมกินไหม อะไรกินไหม ก็ดูแลและก็ทำความสะอาดด้วย ไม่ได้ดูแลเฉยๆ เออ ปล่อยให้ขี้สนิมกินจนหมด เนื้อเหล็กจนหมด อ้า ของสวยของงามของมัน ที่เขาเคลือบเอาไว้ ทาสีเอาไว้อย่างดี ลวดลายอย่างดี ถ้าปล่อยให้ น้ำเกลือมันหยดใส่ น้ำปลาร้าหยดใส่ ของเค็มถูกต้องมัน มันปรุเลย มันทะลุปรุโปร่งไปแล้ว ก็ไม่น่าใช้แล้วนะ ไปหามาใหม่ อ่ะแน่ะ ไปซื้อมาจากตลาดใหม่ อ่ะ คืออย่างงั้นน่ะ เรียกว่าไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแลของ ของใช้ไม้สอยที่อยู่ในครัวของเรา อยู่ในบ้านของเรา

ใจ ใจเราก็เหมือนกัน ใจของเราก็ต้องสำรวจอยู่เสมอ อ้า ไหว้พระนี่ก็เป็นการขัดเกลาจิตใจ สวดมนต์ก็เป็นการขัดเกลาจิตใจ ความรู้อะไรๆ ที่เราท่องบ่นสาธยายไว้ ทำให้หมั่นท่อง ท่องบ่น แล้วมันก็ลืมไปเลย แต่ว่าอะไรนะ ถึงเวลาจะทำงานมา เอ้าๆ อาราธนาเทศน์นะ ว่า.. ก็อึกๆ อักๆ มันนึกไม่ออก อาราธนาพระปริตรได้ไหม อ้า ก็เลยไม่ได้อีก อ้า ว่าอะไรๆ ก็ไม่ได้เลย ถวายทานนี่เราทำเป็นประจำทุกวัน ถวายทาน

 

อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ,

สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ,

โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ, ฯ

เหล่านี้อ่ะ ถ้าไม่ท่องเอาไว้ ไม่บ่นเอาไว้ มันลืม ถ้าถึงเวลาจะใช้มัน จึงจะมาเปิดหนังสืออ่าน อ่านเอา ถ้าไม่มีหนังสือก็ว่าไม่ได้ ต้องอ่านเอา เตรียม นะโม ก็ต้องได้ว่าตามแม่(บท)มัน

 

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

 

ก็ว่าตามแม่(บท)ไป

 

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง (สะระณัง คัจฉามิ)

ทุติยัมปิ ธัมมัง (สะระณัง คัจฉามิ)

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

 

เหล่านี้ถ้าเราไม่ท่อง ไม่บ่น ไม่ว่า มันก็ลืมไปแล้ว ถึงคราวแล้วถึงจะมาโยเย้หาหนังสือ หาอะไรมา ว่าซะก่อน อ่ะ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ขายหน้าตัวเองนะ เป็นงั้น ขายหน้าตัวเองไม่เอาใจใส่ ไม่ท่องบ่น ไม่สาธยายไว้ มันลืม นึกไม่ออก ให้ผู้อื่นว่า ตัวเองเลยก็ลืมเลยไม่ได้ว่าสักที จะเป็นหัวหน้าหัวตาหมู่พวกคณะ ได้ดีไหม ไม่ดี ถ้าเป็นอย่างงั้นไม่ดี ถ้าจะเป็นหัวหน้าหมู่ เป็นหัวหน้าคณะ เป็นผู้นำของหมู่ มันต้อง มันฉะฉานไว้ ให้มันแจ๋วเอาไว้ นั่น อย่าปล่อยให้สนิมกินจนเกรอะกรังไปหมด จนทะลุ มันจะไม่ดี ของเหล่านี้มันของท่องบ่นสาธยายอยู่ทุกวันๆ นั่งอยู่เฉยๆ ก็ว่าไป ตืดๆ ทุกวันๆ อาราธนาเทศน์ตรงนี้ อ้า นึกไม่ออก นึกไม่ออก เพิ่นบอกว่าอาราธนาเทศน์ดูสิ

พ๎รัห๎มา จะ โลกาธิปะตี, สะหัมปะติ,

กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะ,

สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา,

เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชัง.

 

อ้า ได้แล้ว ท่องแล้ว ถ้าปล่อยไว้หลายๆ วัน ลืมแล้ว ลืมอาราธนาเทศน์ อาราธนาศีล อ้า ถวายสังฆทาน ถวายบังสุกุล อะไรๆ เหล่านั้น ไม่เอาใจใส่ มันก็ลืมเป็น เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยให้ สนิมกินไปหมดซะก่อน ให้ท่องบ่นสาธยายไว้ ให้คล่องตัว อาราธนาพระปริตร ว่ายังไง

 

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา,

สัพพะทุกขะวินาสายะ ปะริตตัง พ๎รูถะ มังคะลัง,

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา,

สัพพะภะยะวินาสายะ ปะริตตัง พ๎รูถะ มังคะลัง,

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา,

สัพพะโรคะวินาสายะ ปะริตตัง พ๎รูถะ มังคะลัง,

 

เหล่านี้ อ้า เป็นต้น ของใช้ของเรา เราเป็นอุบาสก เราเป็นอุบาสิกา เป็นตัวแทนของหมู่ของพวก ให้หมู่อาศัยได้ ถ้าไม่มีหมู่แล้วก็ว่าไม่ถูก

 

กระโถนมันอยู่ไก๊ไกล เอาไว้ตรงนี้เออ ตรงนี้ก็ได้ เอาๆ อ้า

อันนี้พูดเป็นปริศนาปัญหาเฉยๆ หรอก ของจำเป็นที่จะท่องบ่นสาธยาย ให้เราเอาใจใส่ทุกวัน ของใช้ไม้สอยที่เราใช้อยู่ทุกวันๆ ถ้วยชาม ช้อน จองวอง(กังสดาล) จวัก ของใช้ประจำตัวเรา เท่านั้นก็ให้มันอล่องฉ่องใหม่เสมอ ให้มันเกรอะมันกรังแล้วจึงจะมาตักใส่ถ้วยใส่ชามไปถวายพระ โอ้ย มันก็น่าอายเขานะ อ้า อายอยู่ในใจเรา โอ้ย มัน มัน ไม่สะอาด ไม่เอาหรอก แม่ครัว ผู้เป็นหัวหน้าแม่ครัว ไม่เอา ไม่เอา อันนี้ไม่เอา มันกร่อนแล้ว มันทะลุแล้ว สนิมกินมันหมดแล้ว มันหมดลวดลายมันแล้ว ไม่น่าเอามารับแขกเลย น่ะ มันเป็นอย่างงั้น

อันนี้พูดรวมๆ ไป เฉพาะของใช้บางอย่าง เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เราใส่อยู่ทุกวัน เข้าสังคมกับเขา อย่าให้มันเหม็นสาบได้ แอ้ คนนั่งใกล้เขาจะได้กลิ่น กลิ่นเหม็นน่ะก็

โอ้ยๆ ไม่ไหวๆ ขมจมูก หึ อ้า ก็เขาไม่ได้ซักเสื้อผ้า เสื้อผ้าเขาไม่ได้ซัก ไม่ได้ทำความสะอาด ไม่ได้ ไม่ได้รีด ไม่ได้ซัก ไม่ได้รีดมันเลย มันตาบ(ปะ)มันเติบ(พอสมควร) มันๆๆ ขาดตรงไหนก็ปะมันซะ ตาบ(ปะ)มันซะ เย็บให้เรียบร้อย ซักแล้วก็รีดให้เรียบร้อยไว้ มีน้ำอบน้ำหอมอะไรที่ฉีดใส่ปี๊ปๆๆๆ ให้มันมีกลิ่นหอมชื่นใจอยู่งั้น ไปนั่งใกล้ใครก็ไม่ขยะแขยง อ้า อันนี้พูดเรื่องทางโลกมาให้ฟังดูก่อน

ว่านี่เข้ามาทางธรรม เข้ามาทางใจเรา ใจของเรามันหมดคุณภาพก็มีนะ ไปกินเหล้าเมามาย อ้อแอ้ๆ อยู่ทุกวี่ทุกวัน อ้า มันก็จะลืมไปหมดล่ะ อันอย่างอื่นลืมไปหมด พูดเข้ามาถึงตัวของเรา ของใช้ประจำบ้านเรา มันมีการไหว้พระ มีการสมาทานศีล มีการถวายทาน อ่ะ อะไรว่าได้ทุกอย่าง ไม่ต้องไปนิ่ง ไม่ต้องไปให้ ยื่นให้คนอื่นมาว่า เราว่าได้ว่าเลย ไม่ผิด ผู้หญิงก็ว่าได้ ผู้ชายก็ว่าได้ อาราธนาเทศน์ อาราธนาธรรม อาราธนาพระปริตร เหล่านี้ให้ได้ อ้า ให้มันคล่องตัว เพราะเราทำอยู่ทุกวัน เราทำอยู่ทุกวันของเหล่านี้ อย่าไปนิ่ง หาผู้อื่น อย่าไปให้ผู้อื่น ว่าขึ้นมาเลยเรา ได้อยู่แล้ว

มีสิทธิ์เท่ากัน ผู้ชายก็ว่าได้ ผู้หญิงก็ว่าได้ เด็กน้อยก็ว่าได้ เสียงแจ๋วๆ ขึ้นมา นั่น เทวดาพนมมือ ตาดูด้วย ถ้าอึกๆ อักๆ อึกๆ อักๆ แล้วหลงหน้าหลงหลัง เทวดาไม่สาธุแล้ว อ่ะหึหึ เอ้า ทำไมทำอย่างงั้น นอนหลับทับสิทธิ์อยู่ยังไง ของแค่นี้ก็ไม่ทำ ไม่บ่นเอาไว้ จดจำเอาไว้ ตั้งใจให้มันคล่องตัวไว้เนี่ยอะไรๆ ก็เหมือนกันแหละ อย่ามัน อย่ามัน มันหลงเป็น มันลืมเป็น เออ ใจของเรามันหลงมันลืมเป็น ไหว้พระรับศีล อาราธนาศีล อาราธนาธรรม เหล่านั้นของนี้ของจำเป็น เราเป็นอุบาสก เราเป็นอุบาสิกา เราต้องได้ ได้คล่องตัวซะด้วย ไพเราะซะด้วย อ่ะ ว่าให้มันไพเราะๆ ก็ได้ เออ

 

พ๎รัห๎มา จะ โลกาธิปะตี, สะหัมปะติ,

 

ให้มันคล่องๆ ร้องเป็นสรภัญญะก็ได้ นี่ฝึกหัดให้มันคล่อง อย่าไปคิดต่อว่าคนอื่นเขาจะว่าได้ คนอื่นก็แทนเราได้ ได้คนอื่นมันก็ไม่เท่าตัวเองล่ะ ตัวเองว่าเอาซะเลยได้เต็มบริบูรณ์ อานิสงส์มันได้เต็มบริบูรณ์ ถ้าปล่อยให้มันขาดๆ ข้างๆ คาๆ มันเคยตัว เคยตัว อาศัยผู้อื่นเค้า เคยตัว อย่าอาศัยผู้อื่น อ้า เอาจมูกเขามาหายใจ ถ้าหากว่าจมูกเขาเป็นหวัดล่ะ จะเป็นยังไง จะหายใจได้หรือเปล่าเรา ต้องสะอาดอล่องฉ่อง โอ้ย เออ อย่าให้มันตันขึ้นมาได้ ขี้มูกทั้งหลาย เสลดทั้งหลาย ให้มันคล่องแคลว ว่ายังงั้น

เทวดา ถ้าเห็นเราอาราธนาเทศน์ เทวดาทั้งหลายก็พนมมือ สาธุการ เราถวายทานเวลาใด พวกวิญญาณทั้งหลาย ถึงไม่มีตนมีตัวอยู่ในนี้หรอก แต่เป็นร่างทิพย์ เป็นกายทิพย์ พวกเหล่านั้น ก็อนุโมทธนาสาธุด้วย ประกาศให้โมทนาสาธุการด้วยเด้อ พวกข้าพเจ้าทั้งหลายจะถวายทานแล้วครั้งนี้ ผู้ใดระลึกได้ก็ระลึกเอา อ้า ให้ใครบ้าง ให้ปู่ ให้ย่า ให้ตา ให้ยาย ให้ผู้มีพระคุณทั้งหลาย อันนั้นทุกครั้งไป ให้บิดามารดา เพราะว่าบิดามารดานี่ ต๋บ(ซัก)ผ่า(ผ้า)ขี้ ตี่(แยก)ผ่า(ผ้า)เยี่ยว ให้เรา ตั้งแต่น้อยๆ มา ขี้มูกปื้ดป๊าดๆ ก็ดีอีกล่ะ อ้า

ไม่ทำความสะอาดไว้ ตั้งความสะอาด ท่องบ่นสาธยายไว้ เทวดาจะได้โมทนา ทุกคนๆ เถอะ ไม่ได้คนเดียว ใครไปเป็นหัวหน้าก็ให้แต่คนหัวหน้าว่า คนเป็นผู้เป็นลูกน้องไป บริวารทั้งหลายก็เลยว่าไม่ได้อีก ที่จริงเป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะต้องว่าอาราธนาเทศน์ อาราธนาธรรม ว่าถวายทานก็ดี ทุกคำทุกอย่างให้มันได้คล่องตัว ให้มันมีอยู่ในมันสมองเราหมด อ่ะ

(เสียงไอ บ้วนน้ำลาย) บัด.. ร้องเพลง เขาร้องเพลงไป ยึดเอามา ร้องได้เลย ร้องเพลงเลย เออ เพลงไอ้สุรพล เพลงอะไร เขาว่า ว่ากันไปให้หมด นี่ก็อยากให้เป็นตัวของตัวเองหรอก เอ้ อย่าลืม ที่ยกภาษิตขึ้นว่า

 

ทานัง เทติ สีลัง รักขะติ ภาวะนานัง ภาเวตตะวา

เอกัจโจ สัคคัง คัจฉะติ เอกัจโจ โมกขัง คัจฉะติ นิสสังสะยัง

 

อันนั้นเป็นภาษิต เพิ่นยกขึ้นเฉยๆ อันนี้เดี๋ยว อ่ะ สิ่งนี้จะต้องท่องบ่นสาธยายให้คล่องตัวไว้ เวลาใช้งานใช้การก็ว่าได้หมดทุกคนเลย ว่าถวายทาน อาราธนาศีล อาราธนาพระปริตร อาราธนาเทศน์ เหล่านี้ เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องรับผิดชอบ อย่าไปพึ่งพาอาศัย หายใจเอาจมูกเพิ่นมาหายใจ ถ้าจมูกเพิ่นตันแล้วว่าไม่ได้เลยนี่ เออ เราเอง เราเก่ง อ้า ให้ว่าเป็นคนเก่ง ขึ้นมาได้ในสังคม เราดีกว่าหมู่ เราเก่งกว่าหมู่ ว่าได้แจ๋วๆๆ ทุกคำ อันนั้นล่ะ มันหลงเด้อ มันลืมเด้อ ต้องท่องบ่นสาธยายไปเรื่อยๆ อะไรพอนึกได้ก็ท่องบ่นสาธยายให้มันขึ้นอกขึ้นใจไว้เสมอ

การรักษาศีลก็เป็นหน้าที่ของเรา ที่จะสังวรและระวัง ไม่ใช่คนอื่นว่าแล้วก็แล้ว ตัวเองต้องว่าด้วย มีเจตนางดเว้นจริงๆ

 

ปาณาติปาตา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

 

นี่ ว่าเริ่มต้นพู้น(โน้น)ล่ะ ว่าเริ่มต้นพู้น(โน้น)หรอก

 

อะทินนาทานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

มุสาวาทา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

 

ว่าให้มันเต็ม ทุกตัวๆ ไป

 

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

 

อันนี้มันมีเจตนา มันจึงเป็นศีลมีเจตนางด มีเจตนาเว้นจริงๆ มันจึงเป็น ไม่เป็นการโกหกพระ ว่านำ(ตาม)พระ โกหกพระว่า ปาณาติปาตา เวระมะณี ยังไม่จบ ยุงตายไปตัวหนึ่ง ๒ ตัว เออ พอจะเว้นจากการฆ่าสัตว์ หึ เออ ยุงมากัด ก็ตบไป ตีไป ตายไปหลายตัว มีมดก็บี้มันเลย มีอะไรมาใกล้ก็บี้มันเลย ทั้งๆ ที่สมาทานศีลอยู่ เทวดาก็หัวเราะ โอ้โฮ บ่มีเจตนาหนอ บ่มีเจตนาที่จะงด จะเว้น จะละจริงๆ ว่าแต่ปากเฉยๆ ให้มันระลึกได้อยู่เสมอ ลืมไป แล้วต้องให้สัตว์อื่นมาตายเพราะ เพราะการกระทำของเรา ยุงบิน ก็ตบมันเลย ตบมันเลย มากัดนานๆ จับได้ก็บี้เลย บี้เลย บี้แหลกไปเลยแน่

 

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

 

เอาไปไว้ไหนเว้ย ว่าไปแล้ว แต่แกล้งทำให้สัตว์ตาย มันก็เสียศีลตัวหนึ่งเสียแล้ว

อะทินนาทานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

 

เว้นจากการถือเอาสิ่งของ ของท่านผู้อื่นที่มีเจ้าของหวงแหนอยู่ ถ้าเก็บของเขาได้แล้ว ก็โฆษณาหาเจ้าของเขา กระเป๋าใครเว้ย กระเป๋าใครเว้ย นี่กระเป๋าใครเว้ย ใครลืมกระเป๋าใครลืมกุญแจรถ ใครอะไรเนี่ย ให้มันถึงมือเขา อย่าไปขบเล่นเฉยๆ อ้า ผู้ทำของตกหล่นอย่างงั้น แล้วก็เขาก็สาธุ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ หลายๆ จับกระเป๋าไปแล้ว ยังมีอยู่อย่างเก่า เงินอยู่ในกระเป๋า ไม่ได้เอามาเป็นของตัวเลย อ่ะ

 

อะทินนาทานา เวระมะณี

 

เราเว้นแล้ว เว้นจากการถือเอาสิ่งของของท่านผู้อื่น ของมีค่าราคา ของอะไรก็เรียก เป็นพระเนี่ยหายบ่อย ถ้าเป็นพระเป็นเหรียญ เป็นที่น่าดูน่าชมหน่อย โอ้ย อันนี้จับได้แล้ว ยัดใส่กระเป๋าเจ้าของ มิ..โฆษณาหาเจ้าของได้ เอ๊ะ อย่างนี้มันจะเป็นศีลหรือเปล่า ถ้าจับของ สิ่งไหนมันตกหล่นลงมา เป็นหน้าที่ของเรา เราไปในรถคันเดียวกัน อ้า เราเดินทางด้วยกัน ถ้าจับของเขาได้แล้ว ก็ต้องยื่นให้ ของเขาตก อันนี้ตก อันนี้ตก อันนี้ตก เอาไปๆ ไม่ได้เปิดไม่ได้ดูอะไร มันมีเท่าไหร่ก็ไม่รู้ เนี่ยแหละเป็นคนซื่อ คนซื่อสัตย์สุจริต บริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด

ผู้เป็นอุบาสก เป็นอุบาสิกาแล้วยิ่งควร ทำให้มันบริสุทธิ์จริงๆ อย่าไปจับเอา อมเอา ของที่เขาตกหล่น เห็นอะไรของมีค่าราคาสูงๆ ก็มี อย่าไปยินดีเลย ควรยินดี ประกาศให้เจ้าของเขาทราบ เขาก็จะได้มารับ ยกมือไหว้ด้วย อ้า รับไปแล้ว เขาไปตรวจดูเงินของเขา ก็ยังอยู่อย่างเก่า

นี่แสดงให้เห็นเป็นคนสุจริตเป็นคนบริสุทธิ์ ไว้เนื้อเชื่อใจ
กันได้
เพื่อนๆ กัน

เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนรู้ไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน ก็แย่ อย่างนั้นๆ ไม่ดีน่ะ ไม่มี ไม่มี ของอย่างนี้ไม่มี ไม่เอา ของตกหล่นหรือของตกอยู่เนี่ย ก็โฆษณาหาเจ้าของเขา นี่คนซื่อจริงๆ เป็นอย่างงั้น ซื่อสัตย์จริงๆ สุจริตจริงๆ เป็นสัมมาอาชีวะด้วย ถ้าไปเบี้ยวเอาของเขา เก็บเอาของเขา ไม่บอกเจ้าของเขา มันเป็นทุจริต ไม่ใช่สุจริต

อ้า โง่ มันโง่ เพิ่นหาว่าเขาโง่ ตัวเรานั่นแหละโง่ เพราะไม่บอกเจ้าของเขา ไม่บอกเจ้าของเขา ตัวเราเก็บเอาใส่กระเป๋าเราเลย ไม่บอกเจ้าของเขา เฉยไว้ ต่อไปต่อมาเขาก็ลืมเข้าล่ะ แน่ะเป็นอย่างงั้นแหละ คนขี้กบฏคดเลี้ยวต่อหมู่ต่อพวก ขอให้ซื่อสัตย์
ต่อกัน
เหมือนพี่เหมือนน้องกันจริงๆ เหมือนลูกพ่อเดียวแม่เดียวกัน เขาไม่เบี้ยวกันหรอก แม้ว่าลูกพ่อเดียวแม่เดียว มันก็ยังเบี้ยว พี่กับน้องทะเลาะกัน เพราะเงินหาย ของใช้ร่วมกันมา ให้ซื่อสัตย์สุจริตต่อกันที่สุด อย่าเห็นกันแก่ได้ ถ้าเป็นประชาชนที่อยู่ร่วมกัน ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ถ้าเป็นข้าราชการไปแล้ว ห้ามไปทำเงินหลวงหาย เงินคลังหาย ไม่บอกกันเลยอย่างเนี่ย เออ เนี่ยมันเป็นโจรในตัวชัดๆ อันนี่เขาออกโทรทัศน์กันอยู่ ออกโทรทัศน์ ออกข่าวกันอยู่ก็มี เป็นพระโกงเงินของรัฐ เกิน.. โกงเงินภาษีอากรของวัด รถเคยขึ้นทะเบียน ก็ไม่ขึ้นทะเบียน ทะเบียนขาดแล้วก็ยังใช้อยู่อย่างนั้น นี่เป็นคนไม่ซื่อ ถ้าคนซื่อแล้วไม่เอาทั้งนั้น ไม่เอาใดๆ ทั้งนั้น เออ ขอให้ส่งคืนเจ้าของเขาซะก่อน เพราะรายชื่อเขาก็มี อยู่ในกระเป๋า นามบัตรเขาก็มี เลขโทรศัพท์เขาก็มี อ้า ถ้าคนซื่อจริงๆ มันไม่หาย มันไม่หายไปไหนเลย มันได้คืนมาหาเจ้าของเด้ นั่นคนซื่อสัตย์เป็นอย่างงั้น คนไม่ซื่อสัตย์อยู่ร่วมกับหมู่ หมู่ก็ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจเลย อืม

เป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่ใน อ้า ข่าว ช่องไหน ช่อง ๗ หรือ ช่อง ๕ ช่องไหน มีอยู่เรื่อยๆ มีข่าว เป็นพระ เป็นเณรก็ยังเอากันอยู่อย่างงั้น โกงรัฐบาล เออ โกงเงิน โกงทองเขาอย่างนั้น เป็นพระเป็นเจ้า เราก็ไม่น่าจะมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยอย่างนี้ ถ้าหากว่าเป็นผู้มีศีลธรรมจริงๆ เป็นพระเป็นเจ้าแล้วก็ยิ้ม กระเหม็ดกระแหม่ รักษาให้มันบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงๆ รถไม่ขึ้นทะเบียน เขายังว่าแล้วก็ขับกันอยู่อย่างงั้น ก็ไปเสียเงินค่าขึ้นทะเบียน แต่ก็เสียดายเงินอยู่อีกอ่ะ นั่นแหละ เนี่ยเขาเรียกว่ารถอะไร รถ รถไม่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เรียกว่าเบี้ยว เบี้ยวกัน ไม่ซื่อ ไม่สัตย์ อยู่ในประเทศเดียวกัน ทำไมยินดีโกงกันได้ขนาดนั้น เนี่ย เอาข้าวไปขาย เออ เอาข้าวของโรงไปขาย ขายไปจำนำจำจองกัน โกงกันอุตลุดอยู่อย่างงั้น โกงตาชั่ง อ้า ตาชั่งโกงกันไปโกงกันมาเท่านั้นกิโล เท่านี้กิโล มันก็หลายเข้า หลายเข้า หลายเข้า

โอ้ย ทางพระวินัย เพิ่นว่าไม่ได้ ถ้าพระภิกษุไปทำอย่างงั้นก็ไม่ได้อีก เออ เป็นพระภิกษุขาดจากพระภิกษุเลย ถ้าไปโกงบ้านโกงเมืองเขาแบบนั้น โกงภาษีอากร ก็เป็นโทษ ไม่ซื่อ ไม่สัตย์ต่อกันแล้ว ให้อยู่ในประเทศเดียวกันมาโกงกัน มันก็น่า เหลือเกินน่ะ น่ามีโทษหนักๆ นะ อยู่ในประเทศเดียวกันมันต้องอล่องฉ่อง สบาย เรื่องเงินเรื่องทอง ภาษีอากรใดๆ ให้สะอาดบริสุทธิ์จริงๆ เออ นี่ก็ทำมาหากิน เลี้ยงชีวิตชอบ ถ้ามีการฉ้อ การโกง การกระบัด(ฉ้อโกง)กันอยู่ ทำมาหากินไม่ชอบ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลีกกฎหมาย เออ ขับรถก็ขับรถไม่มีทะเบียน อะไรทำนองนี้ โกหกกันไปเรื่อยๆ อย่างนี้ก็ทำให้คนทั้งประเทศไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันแล้ว อ้า เป็นคนไม่ซื่อ ไม่ซื่อสัตย์ ไม่สุจริต เลี้ยงชีวิตไม่ชอบธรรม ของไม่บริสุทธิ์อย่าไปหยิบไปนั่นของเขามาเลย ดังนี้หรอก

 

 

ปาณาติปาตา อะทินนาทานา เวระมะณี

 

เออ ก็ให้มัน เวระมะณี จริงๆ เว้นได้จริงๆ อย่าไปขี้กบฏคดเลี้ยวกันเลย อยู่นี้ยังคาโรงคาศาลอยู่ก็มี เรื่องกบฏเงิน กบฏทอง อะเฮ้อ หดภาษีอากรกันน่ะ หลีกภาษีอากรกัน ไป อ่ะ ไม่ใช่โยมธรรมดาหรอก พระซะด้วย เออ ท่านทั้งหลายก็คงจะได้ยินว่า เออ พู้น(โน้น)แหละ เขาเรียกว่า เออ อันนี้ก็รู้กันทั่วประเทศนะล่ะ แล้วๆ ก็จะเป็นที่บริสุทธิ์ได้ยังไง โกงรัฐบาล เอาเงินรัฐบาลออกไป โกงภาษีอากรบ้านเมือง มันจะเป็นคนดีได้ยังไง เป็นภัย เป็นภัยสังคม อย่างหนักทีเดียว โดนข้อหาหนักซะด้วย อ้า ให้โกงเงินของรัฐบาล โกงเงินภาษีอากร ให้ถึงเป็นพระเป็นเณร เขาจะว่ายังไง มีศีลหรือเปล่า อ่ะ ไม่มี ถ้าไปโกงเขา ไม่มีศีล ไม่มีศีลก็ขาดจากพระ ขาดจากพระ ขาดจากสามเณร ไม่เป็นพระ เป็นเณรต่อไปแล้วอีกแล้ว โมฆะบุรุษ เข้าบ่ได้แล้ว โมฆะบุรุษ คนทุจริต เป็นคนไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมต่อสังคม เบี้ยวเน้อ เบี้ยวสังคม เบี้ยวหมู่ เบี้ยวพวก เป็นพ่อค้าพ่อขาย รวมหัวกันไปขายอันนั้นไปขายอันนี้ก็ยังโกงกัน โกงตาชั่งโกงอะไรเหล่านี้ แหมเป็นเรื่องเสียหาย อ้า สนิมกินเหล็ก กิเลสกินใจ กินไปหมดแล้ว กินหัวใจแล้ว ไม่มี นุ่งผ้าเหลืองห่มผ้าเหลืองอยู่ก็จริง แต่ว่ามัน มันขาดไปแล้วงั้น เป็นอย่างงั้น เออ

มีอะไรอีก อ่ะเนี่ย ของแจกเหรอ

ไม่ใช่ของแจกเหรอ เอ้า ของแจกก็แจกเพิ่นล่ะ แจกให้ได้ทุกคนๆ ถ้าเป็นหนังสือ เป็นอะไรก็แจก ตัวเองนี่ก็เป็นอย่างงั้นแหละ ตัวเองก็เป็นอย่างงั้นแหละ มีลูกศิษย์มาทำงานให้วัด ตัวเองกินข้าวไปนิดๆ หน่อยๆ อิ่มแล้ว กินน้ำแล้ว ล้างมือแล้ว กดกระดิ่ง ให้เขามารับ ให้เขามารับของ อาหารเหลือแล้ว มา เด้อ มาเก็บ มาเอาไปแบ่ง ไปปันกันเด้อ

เออ อ่ะ มีอะไร นี่ล้วงกระเป๋าแล้ว ล้วงกระเป๋าแล้วไม่ได้รับอนุญาต เออ

เออ เรียก สำหรับเรียกลูกศิษย์หรอก เออ มีอยู่ มีอยู่ เรียกลูกศิษย์อยู่ มี ถ้าเรากินข้าวอิ่มแล้ว ล้างมือแล้ว กดสัญญาณให้คนงานมารับเอาไปกินเลี้ยงกัน เป็นอย่างนี้น่า เป็นห่วง เป็นดังลูกดังเต้า เหมือนลูกเหมือนหลาน มันมาทำงานอยู่กับเรา เราก็รับผิดชอบเขาอยู่อย่างงั้นแหละ อ้า

ขอฝากด้วย ขอฝากทุกๆ คน ขอให้กำหนดจดจำนำไปประพฤติปฏิบัติ ให้เคร่งครัด แค่ศีล ๕ แค่นั้นก็เป็นคนบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ ศีล ๕ ไม่ให้โกหกพกลมกัน อ้า เอาล่ะปะเนี่ย

ที่แสดงมา มันไม่ธรรมสูง ธรรมะชั้นสูงอะไรหรอก ธรรมะพื้นๆ ของประชาชนญาติโยมนี่แหละ ที่จะปฏิบัติต่อกัน ให้ถูกอกถูกใจกันทุกคนๆ อย่าไปให้กินแหนงแคลงใจกันเลย ค้าขายด้วยกันก็ดี ทำมาค้าขายทั้งหลายก็ดี ต้องซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน เป็นสิ่งเป็นของแก้วเก้านวรัตน์ อะไรๆ เครื่องประดับประดา ของมีราคาทั้งนั้น

 

เราอย่าเห็นแต่แก่ได้อย่างเดียว

เรียกว่าเสียสละแล้ว

เราเข้าวัดเข้าวาแล้ว ให้ยึดเอาไปเป็นข้อปฏิบัติสำหรับตัวเอง ตั้งอยู่ในสังคม เราต้องปฏิบัติต่อสังคมอย่างงั้น ให้เป็น ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง อย่าให้หมองมัวได้เลย เทวดาสาธุการ เออ อนุโมทนาสาธุการ

เทศน์ไม่ออก มื้อนี้เทศน์ไม่ออก เทศน์ไม่ไปเลย เพราะฉะนั้น ก็ขอโทษ ขออภัย ถ้าไม่ถึงจิตถึงใจผู้ฟัง แต่มันเป็นประโยชน์เบื้องต้น ศีล ๕ ข้อเป็นประโยชน์เบื้องต้น ของมนุษย์ทั้งหลาย มัน มันจึงต้องประพฤติปฏิบัติให้มีศีลทั้ง ๕ ข้อ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลย ยิ่งสังคมใหญ่ๆ ขึ้นไป ยิ่งจะต้องซื่อสัตย์สุจริต ต่อประเทศชาติบ้านเมืองให้มากๆ เออ ก็จะเป็นผู้เจริญรุ่งเรือง ในการครองชีพทำมาหากิน ทำมาค้าขาย ร่ำรวยไหลมาเทมา เพราะความบริสุทธิ์ยุติธรรมนั่นเอง ดังที่แสดงมา ก็ยุติด้วยเวลา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

 

ทานัง เทติ

การให้ทาน

 

สีลัง รักขะติ

การรักษาศีล

 

ภาวะนานัง ภาเวตตะวา

การเจริญภาวนา

 

เอกัจโจ สัคคัง คัจฉะติ

บางพวกย่อมไปสวรรค์

 

เอกัจโจ โมกขัง คัจฉะติ

บางพวกย่อมหลุดพ้น

 

นิสสังสะยัง

อย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

สุสสูสัง ละภะเต ปัญญัง

ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา

 

สรณคมน์

 

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ข้าพเจ้า ถือเอาพระพุทธเจ้า เป็นสรณะ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ข้าพเจ้า ถือเอาพระธรรม เป็นสรณะ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ข้าพเจ้า ถือเอาพระสงฆ์ เป็นสรณะ

 

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้าถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้าถือเอาพระธรรมเป็นสรณะ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้าถือเอาพระสงฆ์เป็นสรณะ

 

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้าถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้าถือเอาพระธรรมเป็นสรณะ

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้าถือเอาพระสงฆ์เป็นสรณะ

 

สิกขาบท ๕

 

ปาณาติปาตา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการฆ่า เบียดเบียนสัตว์อื่น

 

อะทินนาทานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการถือเอาของที่เขามิได้ให้ ด้วยอาการแห่งขโมย

 

กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ผิดลูกผิดเมียผู้อื่น

 

มุสาวาทา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ

 

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากของเมา คือ สุราอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

 

อาราธนาพระปริตร

 

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา,

สัพพะทุกขะวินาสายะ ปะริตตัง พ๎รูถะ มังคะลัง,

ขอพระคุณเจ้าโปรดสวดพระปริตรอันเป็นมงคล

เพื่อป้องกันความวิบัติ เพื่อสำเร็จสมบัติทุกประการ

เพื่อให้ทุกข์ใดๆ ทุกชนิด จงพินาศสูญไป

 

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา,

สัพพะภะยะวินาสายะ ปะริตตัง พ๎รูถะ มังคะลัง,

ขอพระคุณเจ้าโปรดสวดพระปริตรอันเป็นมงคล

เพื่อป้องกันความวิบัติ เพื่อสำเร็จสมบัติทุกประการ

เพื่อให้ภัยใดๆ ทุกชนิด จงพินาศสูญไป

 

วิปัตติปะฏิพาหายะ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา,

สัพพะโรคะวินาสายะ ปะริตตัง พ๎รูถะ มังคะลัง,

ขอพระคุณเจ้าโปรดสวดพระปริตรอันเป็นมงคล

เพื่อป้องกันความวิบัติ เพื่อสำเร็จสมบัติทุกประการ

เพื่อให้โรคใดๆ ทุกชนิด จงพินาศสูญไป

 

อาราธนาธรรม

 

พ๎รัห๎มา จะ โลกาธิปะตี, สะหัมปะติ,

กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะ,

สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา,

เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชัง.

 

ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นอธิบดีแห่งโลก

ได้ประคองอัญชลี ทูลวิงวอนพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐว่า

สัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่ในโลก

ขอพระคุณเจ้าโปรดแสดงธรรมอนุเคราะห์ด้วยเถิด

 

ถวายสังฆทาน

 

อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ,

สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ,

โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ,

อิมานิ ภัตตานิ, สะปะริวารานิ,

ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง,

ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ,

อิทัง เม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุ.

 

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย

ภัตตาหาร กับทั้งเครื่องบริวารทั้งหลายเหล่านี้

แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ ภัตตาหาร กับทั้งเครื่อง

บริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์

และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนานเทอญ

ทานของข้าพเจ้านี้ จงนำมาซึ่งความสิ้นอาสวะเทอญ

๑๙