หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

วันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๙.๐๐ น.

ณ บ้านโยม ปิ่นเกล้า

อ้า เอาเลยเนาะ(นะ) พ๎รัห๎มา จะ โลกาฯ แล้วอาราธนาเทศน์ ให้พระคุณเจ้าเทศน์ให้ฟัง จะได้แค่ไหนนะ เสียงไม่ดีแล้ว อ้า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

กัมมะวิปาเจนะ สัจจานัง กัมมะปัจจะยา

อิมัสสะ ธัมมะปะริยายัสสะ อัตโถ

สาธายัสมันเตหิ สักกัจจัง ธัมโม โสตัพโพติ

 

อืม อนุสนธิพระธรรมเทศนานี้ สืบเนื่องมาจากพระบรมครู
สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระศาสดาสอนโลก แต่ว่าการกระทำ หมายถึงการกระทำเป็นศีล เป็นธรรม เป็นกรรมปัจจัย ที่ทำให้เป็นผู้เจริญรุ่งเรืองได้ เพราะการกระทำของเรา เราเคารพในพระพุทธเจ้า เราเคารพในพระธรรม เราเคารพในพระสงฆ์ ก็ยอมประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคนั้น เต็มความสามารถ มันจึงจะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าทำขาดๆ ขาดตกบกพร่องอยู่ ก็เรียกว่าเป็นคนขาดๆ ไม่เต็ม ไม่เต็มบุญกุศลก็ไม่ได้เต็ม อ้า

นี่คุณงามความดีทั้งหลายทั้งปวง มันจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี สมปรารถนาของเราก็เพราะเจตนาของเรามั่นคง ไม่หวั่นไหว ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลน ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติให้มันได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย การรักษาศีลก็ดี การทำบุญให้ทานก็ดี อ้า อันนี้เป็นเบื้องต้นของการปฏิบัติธรรม การภาวนาด้วย อันนั้นเป็นข้อสรุป มีการภาวนา ทำใจให้สงบจากนิวรณธรรมทั้งหลาย ถ้ารับไปแล้ว ไม่ประพฤติปฏิบัติตาม ก็เรียกว่าโกหกกันเฉยๆ ก็หลวงปู่ก็เหนื่อยด้วย ถ้าไม่งด ไม่เว้น ไม่ละ จริงๆ จังๆ หลวงปู่ ก็เหนื่อยล่ะ เหนื่อยใจ ถ้าทำจริงทำจังตามคำปฏิญาณตนไว้แล้วนั้นว่าจะ เวรมณีจะเว้นจากการฆ่าสัตว์ เวรมณี เราจะเว้นจากการลักทรัพย์ เวรมณีเราจะเว้นจากการประพฤติผิดในกาม เวรมณีเราจะเว้นจากการกล่าวโป้ปดมดเท็จผู้อื่นเขา ของไม่มีจริงจะว่าจะไปหลงตาม อ้า คำนึกคิดนั้น ไม่ถูกต้อง ต้องเว้นให้ได้ เว้นจากการดื่มกินสุราเมรัย อันเป็นเครื่องดองของเมา ทั้งเป็นฐานเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ถ้าหากเราไป กินยาเสพติดให้โทษเข้า ก็ว่า ไม่มาหลอกลวงกันเฉยๆ ไม่เว้น เราต้องเว้นให้ได้ ทั้ง ๕ ข้อล่ะ อ้า มันมีอะไรบ้างอ่ะ

 

อะทินนาทานา เวระมะณี

 

เว้นจากการลักทรัพย์ ลักเอาของของคนอื่นไปเป็นเจ้าของ มีการฉ้อ การโกงกัน กระบัด(ฉ้อโกง)กัน นั่นก็เป็นการล่วงเกินคำปฏิญาณตนของตน อานิสงส์มันก็มีน้อย อานิสงส์ ไม่ ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ได้เต็มบริบูรณ์ ละจากการ อ้า ฆ่าสัตว์ ละจากการลักทรัพย์ ละจากการประพฤติผิดในกาม ละจากการ อ้า โป้ปดมดเท็จ หลอกลวง อำพรางผู้อื่น อย่างนี้ถ้าเราไม่เว้น เรายังกระทำอยู่ ชื่อว่าหลอกลวงพระพุทธเจ้า หลอกลวงครูบาอาจารย์ว่าจะเว้น จะละแล้ว เว้นจากการดื่มสุราเมรัย อันเป็นเครื่องดองของเมา ทั้งเป็นฐานเป็นที่ตั้งแห่งความประมาททุกอย่าง การครองชีพของเราก็ดี การค้าขายของเราก็ดี มันไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ได้มากระท่อนม่อนแม่น ไม่ได้เต็ม เพราะฉะนั้นเว้นให้มันได้ทุกข้อๆ อะทินนาทานา ฯ กาเมฯ มุสาฯ สุราฯ ๕ ข้อนี้ ต้องเว้นให้ได้ เราก็เป็นผู้มีศีล มีธรรม

กัมมัง วิชชา จะ ธัมโม จะ สีลัง ชีวิตะมุตตะมัง

 

มีอานิสงส์ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย ได้เต็มทุกข้อๆ มันก็สะดวกในการประกอบอาชีพการงานทุกชนิด เพราะเรารักษาให้เต็มไว้แล้ว อ้า ต้นมัน ต้นของกรรม

 

กัมมัง วิชชา จะ ธัมโม จะ สีลัง ชีวิตะมุตตะมัง

 

เพิ่นบอกไว้ วิชาของเราที่เราเรียนศึกษามาก็ดี ที่ ที่ประกอบอาชีพการงานต่างๆ ก็ดี ต้องให้มันเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทุกข้อๆ ไป ต่อแต่นั้นก็เงินทอง เพิ่นเป็นจึงสรุปไว้ว่า

 

สีเลนะ สุคะติง ยันติ

สีเลนะ โภคะสัมปะทา

 

โภคสมบัติไหลมาเทมา พอเรามีต้นมันแล้ว ศีลของเราดี เรารักษาศีลไม่ให้ขาด ไม่ให้ด่าง ไม่ให้พร้อย เต็มบริบูรณ์ทุกอย่าง การหาเงินหาทองก็คล่องตัว อืม ไม่ควรได้ก็ได้ ไม่ควรมีก็มี ให้เป็นของที่ไหลมาเทมา ด้วยอำนาจของศีล ด้วยอำนาจของธรรม ที่เราประพฤติปฏิบัติมาแล้ว ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องโป้ปดมดเท็จ หลอกลวงอำพรางผู้อื่น ก็สบายใจเราเอง ไม่ได้สบายใจผู้อื่นหรอก ผู้ พวกเราประพฤติปฏิบัติได้แล้ว คล่องตัวแล้ว เกิดความสบายใจ เบาใจทุกอย่าง อ้า ไม่ต้องไปฮ่อง(ร้อง)ขอ ยอมือกับใครหรอก เทวดาอารักษ์ อาฮัก หลักคุณ ปู่ตาย่าบ้าน ผีฟ้า ผีแถน ผีแนนตาทอก ตีนจุ้มอลินทุมเหล่านั้น เป็นของระบายออกไปเฉยๆ หรอก แต่เรามั่นคง เราไม่หวั่นไหว นั่นแหละ เป็นหลักของใจ เป็นหลักของธรรมะ ธรรมะมันมีอยู่แล้ว รักษาเอา

ประพฤติปฏิบัติอย่าให้ขาดตกบกพร่อง อย่าให้ด่าง อย่าให้พร้อยได้ เอาตายเป็นตาย ตายเป็นตาย อยู่กับธรรมะนี่แหละ อืม อ้า เทวดาหลอกลวงเราหรือ หรือว่าพระพุทธเจ้าหลอกลวงเราหรือ ไม่ใช่ๆ ไม่ได้หลอกลวง อยากให้ถึงผลของงาน ที่มันบริสุทธิ์ผุดผ่อง ได้รับผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย นั่งสบาย นอนสบาย อยู่ที่ไหนๆ ก็ไม่ฝืดเคือง ไม่ลำบาก ไหลมาเทมา ไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย

 

สีเลนะ โภคะสัมปะทา

 

เพิ่นบอกงั้น

 

สีเลนะ นิพพุติง ยันติ

ตัส๎มา สีลัง วิโสธะเย

 

อำนาจของผลของศีล อำนาจผลของทาน อำนาจของผลการภาวนา น่ะ ถ้าจะ จิตใจมั่นคง ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนแล้วก็ไหลมาจริงๆ ไหลมาเทมา เทวดาผู้ดูแลรักษาเรามีอยู่ งั้นเราทำจริงหรือเปล่า ถ้าทำไม่จริง มันก็ได้ผลไม่จริง ถ้าทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ เนี่ย

อ้า นี่เอากลองโทน เขาตี รบกวนเราอยู่บนภูเขา กลองโทนมันรบกวนเรา น.. เดินจงกรมก็ดี นั่งสมาธิภาวนาก็ดี ป๊ะโท่นๆ โท่น ป๊ะโท่นๆ อยู่อย่างงั้นแหละ มันกวนเรา เราไม่สงบเลย เสียง เราอยู่ที่สูง เขาตีอยู่ที่ต่ำ แต่มันดังสะท้อนขึ้นบนภูเขา ไปรบกวนเราอยู่โน้น เอ้ มันทำยังไงหนอ มันจึงจะไม่รบกวนหนอ เลยได้อุบาย อุบายวิธีธรรม เปลี่ยนๆ จากป๊ะโท่นๆ เป็นทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อยู่อย่างงั้นล่ะ เอาเสียงนั้นมาดังอยู่ในหัวใจเรา ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อ่ะ

เอาไปเอามาน่ะ ใจสงบ ใจสงบแล้วก็เสียงกลองที่ว่า ป๊ะโท่นๆ โท่น ป๊ะโท่นๆ หายเลย มีแต่ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อยู่อย่างงั้น ใจก็เลยสบาย สงบลงสบาย เอาไปเอามา เสียงกลองรำวง เสียงกลองโทนอย่างงั้น เลยดับไปเลย ไม่มี มีแต่ ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อย่างเดียว อ่ะก็เลย ใจก็เลยได้สงบ ไม่เดือดร้อน ไม่วุ่นวายกับเสียงกลองนั้น มันนอนไม่หลับแล้ว

ทั้ง ทั้งวันทั้งคืนมันก็เอาอยู่อย่างงั้นแหละ อ้า ๕ ทุ่ม ๖ ทุ่มก็จะ มีอยู่ อย่างงั้น เขาจะทำความเพียรจะทำยังไง เลยเปลี่ยน เสียงกลองให้เป็นเสียง อ้า ธรรม ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อยู่อย่างนั้น คำว่า ป๊ะโท่นๆ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย อ้า มันฟุ้งซ่าน ฟุ้งซ่านไปตามเสียงนั้น เอาเข้ามาไว้ในหัวใจให้มันดังอยู่ในหัวใจเราเป็นทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อยู่อย่างงั้น แหละ อ้า กำหนดจิตของเราให้อยู่กับเสียง ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ ก็เลยได้รับความสงบ

พอตื่นเช้ามา ก็ลงไปบิณฑบาต ไปพบกับ กับหลวงปู่ ไปฉันข้าวกับหลวงปู่แหละ หลวงปู่คำดี(หลวงปู่คำดี ปภาโส)อ่ะ โอ้ย เมื่อคืนเนี่ยไปภาวนา อยู่บนภูเขา เสียงกลองมันดัง ขึ้นภูเขานู้น ไม่ได้ดังอยู่บ้านเขาเลย ดังขึ้นไปกวนหลวงปู่อยู่ อ้า ล่ะ หลวงพ่ออยู่บนภูเขาพู้น(โน้น)นะ

ก็เลยเปลี่ยนเสียงซะ ให้มันเป็นเสียงธรรม เสียงโทนอะไร ให้เป็นเสียงใหม่ อย่าให้มันเป็นเสียงเก่า มันรบกวนเฉยๆ เอายังไง เลยปรึกษาตัวเองว่าเอา

 

ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ

 

อยู่อย่างงั้นแหละ อืม เอาไปเอามา ใจมันรวมแล้ว มันมาดังอยู่ในหัวใจเรา เออ เออ ไม่รำคาญ อืม เสียงกลองก็ได้ยินอยู่ แต่มันไม่เป็นเสียงป๊ะโท่นๆ โท่น ป๊ะโท่นๆ ไม่ใช่อย่างงั้น ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ เปลี่ยนเป็นเสียงธรรมขึ้นมาในหัวใจของเรา ก็ใจก็เลยได้รับความสงบเพิ่นล่ะ

หลวงปู่ เออ มีปัญญาเว้ย เออ หลวงปู่เพิ่นตอบว่ามีปัญญาเว้ย รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง อ้า ถ้าไม่หลบมาอย่างนี้ มันก็จะรำคาญตลอดเช้า อ้า

ทั้งวันก็จะเปลี่ยนมันมาซะ ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ ซะ อันนี้พูดถึงเสียงรบกวนในเวลาทำสมาธิ ก็ชนะมันได้ ไม่มีเสียงป๊ะโท่นๆ โท่น ป๊ะโท่นๆ ไม่มี มีแต่ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อยู่ในหัวใจของเรา อ้า

มีนกน้อยๆ ร้องให้ฟังอีก นกน้อยๆ มันร้องให้ฟังอีก เอาเสียงนกมาเป็นเสียงธรรมอีก

 

คิดแล้วคิดอีก คิดแล้วคิดอีก

 

อยู่อย่างงั้นแหละ นกน่ะมันร้องอยู่

 

คิดคักๆ คิดคักๆ คิดคักๆ คิดแล้วคิดอีก

 

อยู่อย่างงั้นล่ะ อ้า แล้วมีนก ตัวอะไร นกเค้ามันร้อง ร้องทั้งคืนทั้งวัน ว่านกตัวนี้ มันนกของในบาลี มีในบาลีว่า

 

อด อด อดเถิด

 

อ่ะ อ้า มัน ๓ อดซะก่อน อด อด อดเถิด นั่น นี่ก็เอามาเป็นคติ ให้มีความอดกลั้นทนทาน มันร้องคำเดียวล่ะ ไม่มีหลายคำ มีแต่ อด อด อดเถิด อยู่อย่างงั้นแหละ อ๋อ มันร้อง ๓ ครั้งซะก่อน มันจึงเถิดทีหลังหรอก อด อด อดเถิดเนาะ(นะ) เอามาเตือนตัวเอง ก็ได้รับความสงบ เออ

เราอดกลั้นทนทานได้มันดีแน่ มันดี มีความอดความทน ไม่ต้องฟุ้งซ่านไปตามเสียง อ้า ก็ได้รับความสบาย อ้า เอา หาอุบายและวิธีมาทรมานตัวเองอย่างนี้ ใช้ปัญญาเอา ไม่ได้ฟุ้งซ่านไปตามเสียงนั้น เราเอามาเป็นเสียงธรรม อยู่ต่ออย่างนี้ ของอย่างอื่นก็เหมือนกันล่ะ การอดทน อดกลั้นทนทาน ให้มีความอด ให้มีความกลั้น มีความข่ม ข่มใจให้เป็นอยู่อันเดียว อารมณ์อันเดียวก็จะได้รับความสงบ เมื่อได้รับความสงบแล้ว ความสุขมันเกิดที่ไหนอ่ะ ความสุขมันเกิดที่ใจ ที่ใจของเรามีความสุขที่สุด ไม่ฟุ้ง ไม่ซ่าน ไปตามสัญญาอารมณ์ อ้า รู้เท่าเอาทัน ถ้ารู้ไม่เท่า เอาไม่ทัน ถ้ารู้เท่าก็เอาครึ่งหนึ่งอยู่ปะบางอย่าง ถ้ารู้ไม่ถึงเอาหมด มันเป็นเพื่อนกันนั่นล่ะ พวกนั้นก็ดี

เพื่อนกินเพื่อนกัน เพื่อนรู้ไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน เออ มันก็ เป็นๆๆ ธรรมะ เพิ่นว่าไว้ ให้มีความอดกลั้นทนทาน พากเพียรภาวนาอุตสาหะ อย่าถอย อย่าท้อถอย อ้า มันก็มีนกมันร้องให้ฟังเหมือนกัน

 

อย่าท้อถอย อย่าท้อถอย

 

อยู่อย่างงั้นแหละ เจ้านกมันหลายเสียงหลายภาษา เอามาเป็นเสียงธรรมหมด อย่าท้อถอยๆ คิดคักๆ คิดคักๆ คิดแล้วคิดอีก คิดแล้วคิดอีก อยู่อย่างงั้น

 

เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมของเรา อย่าไปฟุ้งซ่านกับอารมณ์อื่น ให้น้อมมาเป็นเสียงธรรม มาเตือนตัวเองก็จะได้ภาวนาสงบได้ เนี่ยได้รับความสงบ นั่นแหละเป็นความสุข เออ สุขหนอๆ เพิ่นจะได้ว่าล่ะ โอ้ ไม่มีสิ่งรบกวนแล้วมันมีความสุขเว้ย เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนตั้งใจ อะไรตั้งใจจริงๆ จังๆ จะรับศีลไปแล้ว ศีลของเราจะบริสุทธิ์ทำยังไง จึงจะบริสุทธิ์ ก็งดเว้นให้มันได้

ปาณาติปาตา เวระมะณี

 

เราจะเว้นจากการฆ่าสัตว์ทุกชนิด ในน้ำก็ดี ในบกก็ดี อ้า ไม่เบียดเบียนเขาแล้ว ไม่ฆ่าเขาแล้ว ไม่ให้ ทำให้เขาต้องตาย พลัดพรากจากของรักของชอบใจทุกอย่าง อ้า เราไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่าเขาอย่างงั้น อันนี้ก็เป็นศีลข้อหนึ่ง ทำให้เราได้รับความสงบได้

อ้า เมื่อเรารับความสงบแล้ว เราก็สบายเราเอง ไม่สบายคนอื่นหรอก เราสบายตัวของเรา นั่งสบาย นอนสบาย ถ้ามันแวะออกไปแล้วก็ดึงมันคืนมา ไม่ต้องให้มันลามไปทางอื่น ให้มันอยู่ในเนื้อในตัวเอง อ้า อันนี้เป็นคำเตือนของนก ที่ทำให้สติแก่เรา โอ้โฮ เอา

โอปะนะยิโก

 

น้อมเข้ามาเป็นเสียงธรรม ไม่ใช่เสียงอย่างนั้น เสียงรบกวนเฉยๆ มันรบกวนจนเรารำคาญ แหม เมื่อไหร่มันจะหยุดสักที ตีกลองเนี่ย มันตีอยู่ทั้งคืนทั้งวัน จนสว่างคาตาพู้น(โน้น)ล่ะ แต่ว่าเรามี มันมีที่แวะ แวะของเรานะ ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ เอาอันนี้ดีกว่า ไม่ได้เอาป๊ะโท่นๆ โท่น ป๊ะโท่นๆ ไม่เอาอย่างงั้น อันนั้นเป็นเสียงโลก ไม่ใช่เสียงธรรม ถ้าเสียงธรรม มันก็ต้อง ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ เราไม่ถอย เอาแต่ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อยู่ในตัว อ้า ก็เลยรับความสงบ เมื่อได้รับความสงบรู้สึกความสบาย เป็น

 

สุโข วิเวโก

 

ขึ้นมาได้ สุขเกิดจากการวิเวก ไปอยู่ในป่าในเขา ก็เอาอันนั้นมาเตือนตัวเอง อ้า จนใจมันสงบ ถ้ามันใจสงบแล้วก็เรียกว่า เป็นสมาธิภาวนาเอาแค่นั้น เพราะฉะนั้นเราทั้งหลาย ผู้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร ถ้าไม่เอาจริงเอาจังกับมัน มันจะปรุงจะแต่งเราให้ไปตามโลก อย่าไปส่งส่ายใจของเรา ออกจากร่างจากกาย ไปรำคาญอยู่ที่อื่นนู้นล่ะ มันก็เป็นทุกข์ตกตัวเองสิปะเนี่ย อันนี้มันไม่ให้ไปอย่างงั้น ให้มันอยู่ อยู่กับเสียงกลอง แต่ว่าเปลี่ยนเสียงกลองมาเป็น ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ นี่ดีกว่า อ้า ทำจนว่าใจมันสงบ ไม่มีอะไรรำคาญเลย เพลิดเพลินอยู่กับ ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อยู่นั่นล่ะ มันดังอยู่ข้างนอก ต่อเมื่อ ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ มันมาดังอยู่ในหัวใจเรา อ่ะเนี่ย เพราะรำคาญ โอ้ ทำอะไร ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ

ภาวนาก็เหมือนกัน ถ้าเอาจริงๆ ถ้าได้รับความสงบจริงๆ อ้า ได้ผลจริงๆ ความสงบนั้นล่ะเป็นผล เป็นผลของการทำภาวนา เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีปัญญาแล้ว เอามาขบคิดพินิจพิจารณา หาข้อเท็จจริงจากเสียงนั้นๆ มันรำคาญ ถ้าไปฟังกับเขาล่ะ ป๊ะโท่นๆ โท่น ป๊ะโท่นๆ ไปตามเขามันก็ไป เขาคงจะเต้น เขาคงจะดีด เขาคงจะฟ้อนรำทำเพลงกัน สนุกสนาน แต่ว่าตัวของเรามันนอนไม่หลับสิ ดึงมันมาเป็น ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ ล่ะ มันก็เงียบไปเลย มีแต่หัวใจเราได้ยิน ได้ยิน ทำจริงๆ ได้ผลจริงๆ อยู่อย่างงั้น ได้รับความสุข เพราะเราใช้ปัญญาหลบมัน หลบมันหนีมา ไม่ให้มันไปตามเสียงโทนนั้น

 

อันนี้ เพราะฉะนั้นเราเป็นนักภาวนา จะทำให้มันหลบออกจากอารมณ์ของโลกได้ ต้องพิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง อย่าส่งส่ายไปเฉยๆ ถ้าส่งส่ายไป เพลิดเพลินไปตามสัญญาอารมณ์ มันก็เป็นฟุ้งซ่าน เป็นฟุ้งซ่านรำคาญใจตัวเอง อ้า ดึงมันมาให้มันอยู่ในอารมณ์อันเดียวซะ ใจมันก็เป็นหนึ่งได้ โอ้ อ้า อย่างนี้โล่หรุบ.. รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง อ้า เพิ่นก็บอกไว้อยู่แล้ว ถ้าไม่หลบ ถ้าไม่หลบมันก็จะเพลินๆ กับเขาไปตลอดคืนล่ะ

เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นคติธรรมอันหนึ่ง ที่จะนำมาประพฤติปฏิบัติ เอาตัวเองให้ออกจากอารมณ์ทาง ทางโลกซะ อ่ะ อารมณ์วุ่นวายทางโลกนั้น มันก็ทำให้วุ่นวายไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักจบ ไม่รู้จักสิ้น ดึงมัน หลีกมันออกมา อ้า ให้มีอารมณ์อันเดียว แต่ว่าอารมณ์เป็นธรรม พุทโธ พุทโธ หายใจเข้าเป็น พุท เวลาลมออกก็ โธ ตาม เวลาหายใจเข้าก็เป็น พุท เวลาลมออกก็ โธ ตาม อยู่อย่างงั้นแหละ หน่อยมันก็สงบเองมีเพิ่นแหละ สงบเอง มีแต่ พุทโธ พุทโธ อยู่คำเดียว ไม่ฟุ้งซ่านกับใคร โลกเขาจะวุ่นวายขนาดไหนก็ตาม เราดึงของเราเข้ามาอยู่ใน พุทโธ ได้แล้ว เป็นการภาวนาพุทโธ อ้า เอา พุทโธ อย่างเดียว

นี่ครูบาอาจารย์สอน ท่านสอนอย่างงั้น อย่าไปฟุ้งซ่านกับอารมณ์โลกเขาสิ เอา พุทโธ ดีกว่า ไม่ใช้เป็นอารมณ์ของโลกหรอก เป็นอารมณ์ของธรรม ทำให้ใจสงบ ระงับลงได้ มีสมาธิตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ก็ได้ผล ได้ผลคือรับความสบายเฉพาะตัว คนอื่นไม่รู้หรอก เรามีอุบาย ทำให้มันสงบระงับได้ ก็นั่นเป็นอุบายวิธีของการหลบ รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ไม่ได้ฟุ้งซ่านไป จะกับอารมณ์นั้นๆ อันนี้ เป็นต้น

อันนี้ข้อประพฤติปฏิบัติของผู้ปฏิบัติธรรม ให้ดึงเข้ามา ให้มีอารมณ์อันเดียว อันเราไม่ได้ยินเสียงกลอง เราไม่ได้ยินเสียงนกอะไรหรอก แต่เราเอาความรู้ของเรามารวมอยู่ที่ใจ

หายใจเข้า รู้ หายใจออก รู้ หายใจเข้า รู้ หายใจออก รู้ อยู่แค่นี้ก็เรียกว่าเป็น หนทางแล้ว พุทโธ พุทโธ รู้ อยู่กับ พุทโธ ใจก็สงบ อ่ะ หายใจสงบแล้ว มันจะได้รับผลคือความสุข การกระทำ ภาวนาของเรามันเกิดความสุขขึ้น ได้รับความสุขไม่วุ่นวายกับโลกทั้งหลายแล้ว อ้า ดึงเข้ามาให้ได้ อย่าฟุ้งซ่านไปตามมัน อ้า ฟุ้ง ฟุ้ง ฟุ้ง ฟุ้งซ่านไปตามมัน มันก็ไม่สงบสักทีแล้ว

เพราะฉะนั้นทุกคน ขอฝากให้เอา พุทโธ มาภาวนาเด้อ พุทโธ พุทโธ ดูลมหายใจเข้า หายใจเข้าเป็น พุท เวลาลมออกเป็น โธ อยู่แค่นี้ ไม่ได้เอาอารมณ์อื่น ต่อไปนานๆ เข้า มันชำนาญแล้วในการเข้าการออก เอา พุทโธ มาดึงมัน ดึงจิต ดึงใจ ที่มันฟุ้ง มันซ่าน รำคาญออกไปทางนอก อ่ะ ทำให้เราวุ่นวาย ทำให้เสียสมาธิไป การอยู่กับอารมณ์เดียวแล้วเป็นสมาธิ เป็น

 

สัมมาสมาธิ

 

อืม ตั้งใจมั่นอยู่กับอารมณ์อันเดียว อันนี้เราจะได้รับความสุข ได้รับความสงบสุข ในการพากเพียรภาวนาของเรา เอาเฉพาะ พุทโธ เท่านั้นล่ะพอ อย่างอื่นอย่าไปงมมัน มันไม่ทำให้ใจเราสงบ มันวุ่นวาย ฟุ้งซ่าน รำคาญใจ ให้ภาวนาเอา พุทโธ คำเดียว เอาให้มันจนรู้ ลมเข้า รู้ ลมออก รู้ อ้า แต่มีความระลึกว่า พุท ระลึกออกว่า โธ ให้รู้อยู่แค่นั้น ก็จะได้รับความสุข ไม่ต้องเอาอย่างอื่นล่ะ อ้า

ยุบหนอพองหนอ เพิ่นก็เอา อ้า แต่ว่าต้องการอยากให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ต้องการให้ใจฟุ้งซ่าน อืม เหลวไหลไปตามสัญญาอารมณ์อื่น ให้อยู่กับ พุทโธ การภาวนา นักภาวนาทั้งหลายเพิ่นต้องเอาอย่างงี้แหละ เพิ่นไปอยู่ป่าอยู่เขา เพิ่นเอาแค่นี้ ไม่ได้เอามาก

พระพุทธเจ้าก็สั่งไว้ พระพุทธเจ้าสั่งไว้เอา พุทโธ มาภาวนา หายใจเข้า รู้ พุท หายใจออก รู้ โธ หายใจเข้า รู้ พุท หายใจออก รู้ โธ อยู่แค่นี้ ใจมันก็สงบเอง เมื่อใจสงบเราจะ เราจะสบายมาก สบาย โล่งอก โล่งใจดี ไม่มีคับแคบใจเลย ใจกว้างขวาง แต่ว่าภาวนาต้องแผ่เมตตาไปด้วย แผ่เมตตาปรารถนาดี ในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ปรารถนาในสัตว์อื่น ขอให้มีความสุขความเจริญ อย่าได้ลำบากยากแค้นใดๆ เลยอ่ะน่ะ อ้า

แค่นี้แหละ ให้ธรรมะแค่นี้ วันนี้ ให้แค่นี้ย่อๆ อ้า ถ้าไปเล่านิทานล่ะไม่ได้จบ ไม่ได้จบง่ายๆ มันกว้างไกล เมื่อยตัวเองต่างหาก เราเป็นมนุษย์ เราไม่ใช่เป็นสัตว์ เราเป็นมนุษย์ ไม่ต้องเอาอะไรล่ะ เอา พุทโธ เท่านั้นพอ หายใจเข้า พุท เวลาลมออกก็ โธ ตาม เวลาหายใจเข้า หายใจเข้าให้เต็มอกเต็มทรวง เต็ม เต็มแล้วก็เวลาออกก็ โธ ออกมา หายใจเข้าก็ รู้ ระลึกว่า พุท หายใจออกก็ระลึกว่า โธ ให้มันออกมาหมดอยู่ตับ ในไต ในไส้ ในพุง อ้า มันคับแค้นแน่นใจอยู่ในนี้ เอาให้มันออกให้หมด ไม่ ไม่ต้อง ไปคิดห่วงอะไร เอา พุทโธ พอแล้ว

 

ดังที่แสดงมา โดยย่อ พอเป็นข้อคิดเพื่อปฏิบัติธรรมให้ถึงธรรม ถ้าได้ พุทโธ ทุกวันๆ แล้วใจสบายขนาดไหน อ้า สบายมากขนาดไหน บอกไม่ถูก ถ้าไปบอกคนอื่นก็บอกไม่ถูก เราอยู่กับ พุทโธ เกิดความสะดวก เกิดสบายขึ้น คล่องตัวขึ้น ทำให้เกิดมีสติ มีปัญญากว้างขวางออกไป อ้า สิ่ง สังขาร ที่มารบกวนอย่างอื่น ไม่เอาตามมันล่ะ ไม่เอาตามมัน เอา พุทโธ ของเราดีกว่า อันนี้ตั้งใจจริง ตั้งใจจริงๆ ไม่ได้ นั้น ตั้งใจเอา พุท เอา โธ เอา พุท เอา โธ แค่นี้พอแล้ว นี่ตั้งใจ ถ้ามันสงบจะได้ผล ได้ความรับความสะดวกสบายมากขึ้น เกิดความสุขขึ้นทางใจ

ดังที่แสดงมา ก็เห็นว่าท่านทั้งหลาย คงจะเข้าใจความประสงค์ ความประสงค์ของผู้แสดง ต้องการเท่านั้น ไม่ต้องการฟุ้ง ฟุ้งซ่านอะไร อารมณ์โลกมันเยอะเกินไป

ตึม ปื่น พุด เสียงเพลง เสียงหมอขับ หมอลำ มันมากออกไป ไม่ได้มีอันเดียว ให้มี พุทโธ อันเดียวเท่านั้นล่ะ เสียงอย่างอื่นไม่เกี่ยว เราจะภาวนา เราจะเอาแค่นี้ เมื่อได้รวมแล้ว ก็เราก็จะรู้ว่า โอ้ มันมีความสุขอย่างนี้เอง หลวงพ่อจึงย้ำให้เอาแต่ พุทโธ พุทโธ อยู่แค่นั้น แต่ว่าหายใจเข้าให้ รู้ อ่ะ พุท หายใจออก รู้ โธ หายใจเข้า พุท หายใจออก โธ อยู่แค่นั้น มันสั้นหรือมันยาว แล้วก็บริหารปอดด้วย บริหารปอดให้มันคล่องตัว หายใจเข้ามันก็คล่องตัว หายใจออกมันก็คล่องตัวอยู่แค่นี้ พร้อมด้วยความระลึก ระลึก พุทโธ

 

เนี่ยขอฝากแค่นี้ล่ะ วันนี้นะ ดังที่แสดงมา ก็สมควรแก่เวลา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

 

ขอให้มันอยู่เด้อ อย่าส่งไปตาม ความรัก ความชัง ความยินร้าย ความยินดี ดีใจ เสียใจ ร้องไห้ หัวเราะ มันเป็นสังขารเฉยๆ หรอก สังขารมาปรุงแต่งเราเฉยๆ หรอก

 

เอ้า ประกอบพิธีอย่างอื่น ประกอบพิธีอย่างอื่น

 

กัมมะวิปาเจนะ สัจจานัง กัมมะปัจจะยา

ผลแห่งกรรม มีกรรมเป็นปัจจัย อย่างแท้จริง

 

กัมมัง วิชชา จะ ธัมโม จะ สีลัง ชีวิตะมุตตะมัง

การงาน ๑ วิชา ๑ ธรรม ๑ ศีล ๑ ชีวิตอันอุดม ๑

 

โอปะนะยิโก

ควรน้อมเข้ามา

 

สุโข วิเวโก

วิเวกเป็นสุข

 

 

สังขาร (สภาพที่ปรุงแต่ง) เช่น

กายสังขาร สภาพที่ปรุงแต่งการกระทําทางกาย

คือ ความจงใจทางกาย

 

วจีสังขาร สภาพที่ปรุงแต่งการกระทําทางวาจา

คือ ความจงใจทางวาจา

 

จิตตสังขาร มโนสังขาร สภาพที่ปรุงแต่งการกระทําทางใจ

คือ ความจงใจทางใจ

(สังขาร ยังมีอธิบายในความหมายอื่นอีก)

 

ปาณาติปาตา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการฆ่า เบียดเบียนสัตว์อื่น

 

อะทินนาทานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการถือเอาของที่เขามิได้ให้ ด้วยอาการแห่งขโมย

 

อานิสงส์ของการรักษาศีล

 

อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ

สิกขาบท ๕ เหล่านี้

 

สีเลนะ สุคะติง ยันติ

ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ถึงสุคติ

 

สีเลนะ โภคะสัมปะทา

ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ได้มาซึ่งโภคทรัพย์

 

สีเลนะ นิพพุติง ยันติ

ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ได้ไปถึงนิพพาน

 

ตัส๎มา สีลัง วิโสธะเย

เพราะฉะนั้น ศีล จึงเป็นสิ่งที่วิเศษ

๒๐