หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

วันเสาร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๐๐ น.

ณ วัดศรีอภัยวัน ต.นาอ้อ

อ.เมืองเลย จ.เลย

 

ไอ้ตรงนั้นน่ะ บ่ต้องเคน(ถวายพระ)พระหรอกอันนั้นบ่ต้องเคน(ถวายพระ) แล้วมัน มันๆ

 

นิสสัคคิยปาจิตตีย์

 

เออ ถ้ารับแล้วใช่บ่ได้ ใช้ในงานไม่ได้ เออ เป็นเงิน

 

นิสสัคคิยปาจิตตีย์

เออ ฮืม

ได้เคี้ยวหมากแล้ว.. อาจารย์ เออ อาจารย์เพิ่นมา มาแต่วัดอาจารย์ผจญ(หลวงพ่อผจญ อสโม)พู้น(โน้น)ล่ะ เออ เพิ่นเคี้ยวหมากแข่งกันอยู่เนี่ยแหละ

 

คนโบราณเขา มีหมากพลูบุหรี่ หมากและพลูของสู่กันเคี้ยว

ข้าวและน้ำของสู่กันกิน อย่าสะหวงแหนไว้ในใจขี้ตระหนี่

ต้องมีใจแผ่กว้างปันให้แก่ฝูง ลุงและป้าอาวอาเพิ่น

จั่งหล่ำเฮาเด้อ เพิ่นหล่ำเฮา แลเฮา ดูแลเฮา

ยิ่งเฒ่าแก่แล้วอย่างนี้ ต้องอาศัยลูกอาศัยหลานน่ะ

ไปไสมาไสแล้ว อาศัยลูกอาศัยหลานจูงไป จับแขนไปย่างไป

ถ้าบ่อาศัยลูกอาศัยหลานเนาะ(นะ) มันจะล้ม บ่แม่น

บ่แม่นหนุ่มปานใด๋เด้เนี่ย ยังไม่ๆ แก่เลยเหรอ

เออ มัน ๘๐ กว่าแล้ว ๘๕ แล้ว ย่างเข้าแล้วเดือน ๖ มันย่างเข้ามาตั้งแต่เดือน ๖ มานี่แล้ว ๘๕ แต่ก่อน ๘๔ ๘๕ พอถึงเดือนเกิดเราแล้ว กำลังย่างเข้า ๘๖ มาเนี่ย เดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ เดือน ๙ แล้วสิ น่ะเออ ๔ เดือน ๕ เดือนแล้วก็ ๘๕ เข้ามา ๘๘ เอ้า โอ้ มันธรรมดาเพิ่นแล้ว แต่ใจมันสู้อยู่โว้ย ใจมันสู้ เขาเอาไปไหนก็ไปหมด ไปกรุงเทพกรุงไท ไปที่ไหนก็ไปหมด

เราเป็นพุทธบริษัท ผู้นับถือพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่ง อันยอดเยี่ยมของๆ เรา ก็ไม่ได้พึ่งอย่างอื่น พึ่งพระรัตนตรัย คือ พึ่งพระพุทธเจ้า พึ่งพระธรรม พึ่งพระสงฆ์เท่านั้นเป็นที่พึ่งทางใจ

 

บ้านเมืองแต่โบราณ แต่โบราณเพิ่นพึ่งผี

อยู่ไฮ่อยู่นา กะเฮ็ดหอผีไว้ให้ เฮ็ดหอนั่นไว้ให้

อยู่ฮั้วอยู่สวนเพิ่นกะเฮ็ด เฮ็ดหอไว้ ปลูกหอยอ โฮงไว้ให้

ตามถนนหนทางบ่อนใด๋มัน รถล้มหลายๆ รถอะไรหลายๆ

กะไปปลูกหอไว้ให้อยู่ป่า พวกหมอหลายน้า

ผู้ไปเห็นหอเห็นนั้น กะหักดอกไม้ไปใส่หักไปบูชา

 

แต่ว่าที่พึ่งไม่ประเสริฐ ที่พึ่งอันนั้น เป็นที่พึ่ง ไม่ประเสริฐเหมือนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันนี้เป็นที่พึ่ง ไตรสรณคมน์อันนี้เป็นแก้ว

 

แก้ว คือ พระพุทธเจ้า

แก้ว คือ พระธรรม คำสั่งคำสอน

แก้ว คือ พระสงฆ์

 

แก้ว ๓ ลูกเนี่ย ครอบจักรวาล แก้วอันนี้ครอบจักรวาลประเทศไหนๆ มีพระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่งได้ เออ ค่อยยังชั่วหน่อยอ่ะ ถ้าไม่มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็ไปไหว้ผี ไปไหว้ผีแล้ว มันออกอย่างนั้นอย่างนี้มา อยากกินไก่ อยากกินหมู อยากกินเป็ดกินไก่ อ้า เอาก็ไปฆ่ามาให้เขากิน แล้วปะเนี่ย บ่ประเสริฐ ทำอย่างนั้นไม่ประเสริฐ เขาขอกินเป็ดกินไก่ ก็หาให้เขากิน บาปนั้นเป็นผู้ใดได้บาปนั้น เอ้าเป็นผู้ใดได้บาปเนี่ยบาปอ่ะ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แล้วเฮา(เรา)เป็นผู้ใดได้บาปเนี่ย ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ถ้าถือผิดไปแล้ว

 

เฮา(เรา)เป็นผู้รับบาปแทนเขา

 

อือ อ้า สมัยนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ค่อยยังชั่วหน่อยเพราะว่ามีตลาดอยู่ทางนาอ้อ เขาก็มีตลาด อยู่ทาง ทางนี้ก็มีตลาด มีไปหมดเมืองเลยเพิ่นมีตลาด ภัตตาคารร้านอาหารเหรอมีหมด ซี้น(เนื้อสัตว์)แห้ง ปลาตาย บ่อึด(ไม่ขาดแคลน) บ่ยาก(ไม่ลำบาก)
ปะเนี่ย ไปทั้งจังหวัด ตลาดพู้น(โน้น) ก็บ่อึด(ไม่ขาดแคลน) ปลาเขาแช่เย็นมาแล้ว เขาแช่เย็นมาแล้วใช้ตู้เย็น เขาใช้ตู้เย็น ไม่ก็เอา ไม่ก็เอารถไปส่ง รถคอนเทนเนอร์เขาใหญ่ๆ เนาะ(นะ) เกณฑ์มาแล้ว ไปลงที่ไหน ก็รุมกัน มาเอาปลาที่ตายแล้ว เขาแช่เย็นมา

เออ นี่ก็ยังพอดีใจกับเน้อ พวกเราไม่ได้ฆ่า แต่ว่าคนอื่นเป็นคนฆ่า ก็บริสุทธิ์โลด นับวันนับว่าผู้นี้ก็ได้กินกับเขานะ เขาก็เอาเข้ามาส่งเนี่ย ปลา ปลาที่เขาแช่เย็นมาแล้ว มีปลาอะไรต่ออะไร ปลา ปลาๆ อะไร หิมะ ปลาหิมะน้ำแข็งน้ำเขิงแช่มา เขาเอามายังไงได้ไง หรือจะมาเครื่องบิน ซะก่อน แช่มาในตู้เครื่องบิน แล้วเอาลงแล้วปะเนี่ย ก็ไปแย่งกัน ตลาดแย่งกันรุมซื้อเอา ผู้ใดมีเงินเขาก็ซื้อกักตุนไว้ มีคนเขาช่วยอยู่ ถ้าไม่ได้สั่ง ไม่ได้สั่ง เขาทำมาเอง ทางวัดไปเอาก็ได้อยู่ ทางวัดก็ไปเอาตลาดเขาพู้น(โน้น)ล่ะ อืม ปลาแช่น้ำแข็ง หอยแช่น้ำแข็ง แช่เย็นมาหมดเรียบร้อยบ่ได้ฆ่า ดี สมัยเราเป็นโยมอยู่พู้น(โน้น) โอ้ย

ถ้าจะเฮ็ด(ทำ)บุญ เฮ็ด(ทำ)หยังนี้ เฮ็ด(ทำ)บุญเฮียน(บ้าน)

เฮ็ด(ทำ)บุญบ้าน เฮ็ด(ทำ)บุญแจกข้าว

ไปซื้อหนองปลาเขา ไปซื้อสระปลาเขา ไปปั๊มเอา ไปดูดเอา

จับมาขังไว้ในหม้อลัวะๆๆ อยู่งั้นล่ะ สิฟาดข้าวฟาดน้ำหมู่นี้

ก็หมดเท่ามีปลาไปขังไว้ให้เขากินน่ะ

 

มีไก่ มีหมูแล้วก็ว่ากันไปตามเรื่อง สมัยก่อน บ่คือสมัยนี้ สมัยนี้ดี ไม่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเขา จัดการมาให้เอง ไม่ได้สั่ง เป็นอาหารบริสุทธิ์ได้อยู่ แต่ก่อน เออ ซื้อหนองปลาเขา ซื้อฝายเขา แต่ก่อนเอาปลามาขังไว้ซะก่อนจะค่อยฟาดเข่า(เข้า) หรือว่าลงแขกกัน ถ้าว่าตัวมาคิดเบิ่ง(ดู)อดีตที่ผ่านมา

โอ้ย เรานี่ไม่ใช่ทำบาปน้อยๆ ฆ่าเป็ด ฆ่าไก่ ฆ่าหมู มีแต่งการแต่งงาน เนี่ยหมูตาย เป็นตัวๆ วัวตายเป็นตัวๆ เอามาเลี้ยงแขก โอ้ เป็นระยะเนี่ย โอ้ ตายแล้ว นี่ล่ะอย่างว่า มาบวชเป็นระยะก็รู้จักเรื่องราว โอ้ มันเป็นอย่างงี้เอง ชาวโลกเรา

มาอีกแล้วหนอ เพิ่นบอกแม่เพิ่นมาจากทางไหน ไปก่อนนะ พวกเดียวกันบ่ คนละหมู่ เอ้าๆ บ่เป็นหยังหรอก อ่ะ เพิ่นจะกลับ เออ

นั่นแหละพวกเราเป็นชาวพุทธ ต้องพยายามให้บริสุทธิ์ ให้ทำบุญสุนทานกัน ทำอะไรๆ ก็ดี แต่งการแต่งงานก็ดีหาแต่ของที่ตายเหล่านั่นแหละมาเลี้ยงกัน อย่าไปโง่มัน อ่ะ ไม่อด ไม่ได้สั่งเขาหรอก เขาหามาเอง รถคอนเทนเนอร์มา เขาส่งเอง

 

นิสสัคคิยปาจิตตีย์

 

คือ โทษที่เกิดจากการพระภิกษุล่วงละเมิดลหุกาบัติ

(อาบัติโทษเบา) ที่เรียกว่า อาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

ซึ่งเกี่ยวกับสิ่งของจตุปัจจัย จะต้องทำการสละของนั้นก่อน

จึงจะแสดงอาบัติได้ มีทั้งหมด ๓๐ ประการ

 

๑.ห้ามเก็บจีวรที่เกินความจำเป็นไว้เกิน ๑๐ วัน

 

๒.ห้ามอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้คืนหนึ่ง

 

๓.ห้ามเก็บผ้าที่จะทำจีวรไว้เกินกำหนด ๑ เดือน

 

๔.ห้ามใช้ให้นางภิกษุณีซักผ้า

 

๕.ห้ามรับจีวรจากมือของนางภิกษุณี

 

๖.ห้ามขอจีวรต่อคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ

เว้นแต่จีวรถูกโจรชิงไปหรือจีวรหาย

 

๗.ห้ามรับจีวรเกินกว่าที่ใช้นุ่ง

เมื่อจีวรถูกโจรชิงไปหรือจีวรหาย

 

๘.ห้ามพูดให้เขาซื้อจีวรที่ดีๆ กว่าที่เขากำหนดไว้เดิมถวาย

 

๙.ห้ามไปพูดให้เขารวมกันซื้อจีวรที่ดีๆ มาถวาย

 

๑๐.ห้ามทวงจีวรเอาแก่คนที่รับฝากผู้อื่น

เพื่อซื้อจีวรถวายเกินกว่า ๓ ครั้ง

 

๑๑.ห้ามหล่อเครื่องปูนั่งที่เจือด้วยไหม

 

๑๒.ห้ามหล่อเครื่องปูนั่งด้วยขนเจียม(ขนแพะ ขนแกะ)ดำล้วน

 

๑๓.ห้ามใช้ขนเจียมดำเกิน ๒ ส่วนใน ๔ ส่วน หล่อเครื่องปูนั่ง

 

๑๔.ห้ามหล่อเครื่องปูนั่งใหม่ เมื่อยังใช้ของเก่าไม่ถึง ๖ ปี

 

๑๕.เมื่อหล่อเครื่องปูนั่งใหม่ ให้ตัดของเก่าปนลงในของใหม่

 

๑๖.ห้ามนำขนเจียมไปด้วยตนเองเกิน ๓ โยชน์

เว้นแต่มีผู้นำไปให้

 

๑๗.ห้ามใช้ภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติทำความสะอาดขนเจียม

 

๑๘.ห้ามรับทอง เงิน หรือยินดีทอง เงินที่เขาเก็บไว้เพื่อตน

 

๑๙.ห้ามซื้อขายด้วยรูปิยะ(ทอง เงิน หรือสิ่งที่ใช้แลก

เปลี่ยนแทนเงิน ที่กำหนดให้ใช้ได้ทั่วไปในที่นั้นๆ)

 

๒๐.ห้ามซื้อขายโดยใช้ของแลก

 

๒๑.ห้ามเก็บบาตรเกิน ๑ ลูกไว้เกิน ๑๐ วัน

 

๒๒.ห้ามขอบาตร เมื่อบาตรเป็นแผลไม่เกิน ๕ แห่ง

 

๒๓.ห้ามเก็บเภสัช ๕

(เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย)ไว้เกิน ๗ วัน

 

๒๔.ให้แสวงผ้าอาบน้ำฝนภายใน ๑ เดือนก่อนฤดูฝน

ให้ทำผ้าอาบน้ำฝนได้ภายใน ๑๕ วันก่อนฤดูฝน

 

๒๕.ให้จีวรภิกษุอื่นแล้ว ห้ามชิงคืนในภายหลัง

 

๒๖.ห้ามขอด้ายเองมาให้ช่างทอเป็นจีวร

 

๒๗.ห้ามกำหนดให้ช่างทอทำให้ดีขึ้น

 

๒๘.ห้ามเก็บผ้าจำนำพรรษา

(ผ้าที่ถวายภิกษุผู้อยู่จำพรรษา)ไว้เกินกำหนด

 

๒๙.ห้ามภิกษุอยู่ป่าเก็บจีวรไว้ในบ้านเกิน ๖ คืน

 

๓๐.ห้ามน้อมลาภสงฆ์มาเพื่อตน

๒๘