หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

วันอังคารที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.๓๐ น.

ณ สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี

 

f13.psd

(อาราธนาธรรม)

อืม หา บ่แปลแล้วเนาะ(นะ) ไม่แปลล่ะ ตามความที่ว่ามานั้น ก็เรียก ขอพระคุณเจ้าจงแสดงธรรม ธรรมะในทางพระพุทธศาสนา ให้พวกข้าพเจ้าทั้งหลายได้ฟังด้วยล่ะเนาะ(นะ) เทศน์ เรียกว่า อาราธนาเทศน์ อ้า ว่ามาแล้ว

สมัยโบราณโน้น เพิ่นก็บอกว่านิมนต์แสดงธรรม ให้พวกข้าพเจ้าฟังด้วย ข้าพเจ้าไม่ค่อยได้ยิน ได้ฟัง บาปบุญคุณโทษไม่รู้เรื่องเลย อ้า แต่อันนี้ก็มีความประสงค์อย่างงั้นเหมือนกันอยากให้ท่านแสดงให้ฟัง เอ้า

พ๎รัห๎มา จะ โลกาธิปะตี, สะหัมปะติ,

 

ไป เป็นภาษาบาลี ขอจงแสดงธรรมเอาที่ข้าพเจ้าจะรู้ได้และที่ข้าพเจ้าจะปฏิบัติได้ งดเว้นได้ ทุกอย่างนั้นล่ะ ตั้งแต่รับศีลมา เราทำได้ เรารักษาได้ นั้น นั้นก็เป็นการแสดงธรรมเหมือนกัน ถ้าเรารักษาได้แล้ว ใจของเรามันบริสุทธิ์ ใจเพิ่นล่ะเป็นคนรับ เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติ ใจโน้นเป็นผู้งด ผู้เว้น เว้นจากบาปทั้งหลาย ๕ ประการ มีฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม การมุสาวาท ดื่มกินสุราเมรัย เหล่านี้มันเป็นเรื่องของเราที่จะต้องงด ต้องเว้น ต้องละ เอาเองมันจึงเป็นศีล ไม่ใช่ว่าตามท่าน แล้วก็ได้ศีลแล้วเฮอะ ต้องงดเว้นเสียก่อน

 

เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

 

นั่น ตั้งใจสมาทานตั้งมั่น ไม่ให้ขาด ไม่ให้ด่าง ไม่ให้พร้อยได้ ก็เป็นผู้มีศีล ไปที่ไหนๆ เทพทั้งหลาย เทวดาทั้งหลาย ถ้าเราเป็นผู้มีศีลแล้ว เทวดาหลีกทางเรานะ ผีทั้งหลายหลีกทางเรานะ ไม่ชนเรา ไม่ชน อย่าไปชนนะ ก็เป็นอุบาสก ก็เป็นอุบาสิกาผู้นับถือพระพุทธศาสนา เป็นสาวก สาวิกา ของพระพุทธเจ้าแล้ว อย่าไปชน อย่าไปรังแกใดๆ นะ เออ น่าให้มี เป็นความจริงอยู่ในใจของเรา ไม่ต้องคนอื่นบังคับหรอก หัวใจของเราเป็นเองไว้ใจเรางดเว้นเอง งดเว้นจากบาปทั้ง ๕ อย่าง

 

ปาณาฯ อะทินนาฯ กาเมฯ มุสาฯ สุราฯ

 

นี่ ๕ อย่างนี้เป็นศีลของญาติโยม เป็นสาธารณศีล สาธารณธรรม เป็นธรรมประจำใจของมนุษย์ ถ้าล่วงเกินเข้าไปมันขาด ขาดจากศีล ศีลขาดจากเรา ไปฆ่าสัตว์ โอ้โฮ ทำไปทำมา หากินในการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต มันก็เอาจำนวนหลายล่ะ ปะเนี่ย มันจะเลี้ยงกันพอ

แต่ว่าอยู่ในเมืองในนา อย่างนี้ เป็นโอกาสดีของพวกเรา ไม่ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตใดๆ ทั้งนั้น อยากกินเนื้ออยากกินปลา เขาแช่เย็นไว้เต็มบ้านเต็มเมือง เขาใส่ตู้เย็นไว้ เขาใส่แช่เย็นไว้ เขาเอาออกมาจำหน่ายในเวลาที่อาหารมื้อเช้า เอาออกมาจำหน่ายในเวลาอาหารกลางวัน มาจำหน่ายในเวลาอาหารค่ำอีก เขาจัดจำหน่ายกันอยู่ เห็นอยู่ใกล้ๆ ทางรถไฟบางเขนนี่แหละ อ้า บางซื่อ บางเขนน่ะ เต็ม อาหารทั้งนั้น มีแต่อาหารคาวก็มี อาหารหวานก็มี อะไรก็มีทั้งนั้นทุกอย่าง

f15.psd

พอเย็นมาก็มืดตึบ รถออกไม่ได้เลย คนไปต้องการ ไปซื้อของ ที่สำเร็จรูป อ้า ผู้จำศีลทั้งหลายก็ไม่ฆ่าสัตว์ เอามาให้ฆ่าก็ไม่ฆ่า เอาเป็ดมาให้ฆ่าก็ไม่ฆ่า เอาไก่มาให้ฆ่าก็ไม่ฆ่า ยกปลามาให้ก็เอาไปปล่อย เออ เอาสัตว์ที่มีชีวิตอยู่ เดินเป็นหรือว่าวิ่งเป็นอยู่ ลองเป็นอยู่ ไม่เบียดเบียนเขา นั้นเรียกว่า

 

ปาณาติปาตา เวระมะณี

 

เว้นจากการฆ่าสัตว์ทุกชนิด สัตว์น้อย สัตว์ใหญ่ ในน้ำ ในบก เราเว้นให้ได้ ถ้าเราเว้นได้ดีแล้ว เราจะมีความสุขใจ เพิ่นยังว่า

 

สีเลนะ สุคะติง ยันติ

สีเลนะ โภคะสัมปะทา

f14.psd

เพิ่นม้วน(สรุป)ไว้ให้ ว่างดจากการฆ่าสัตว์ได้แล้วก็เป็นผู้มีศีลไม่ฆ่าสัตว์ไม่ตัดชีวิต ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่นให้ลำบากเลย เมตตาอาศัยเมตตา มาเป็นพลังช่วยกัน เมตตา คือ ปรารถนาดี
กับเพื่อนมนุษย์อย่างไร เราก็ปรารถนาดีในสัตว์อื่นอย่างนั้นเหมือนกัน ไม่เบียดไม่เบียนเลย

f27.psd

เรากินแต่ของตายแล้ว ของสุกแล้วด้วยหึ ร้านอาหารเขา เขาทำสุกไว้แล้ว ร้อน เราอยู่ ไม่ได้สั่ง ศีลของเราก็ไม่ขาดหรอก เราไม่ได้สั่งให้เขาทำ เขาทำให้เองเพื่อขายเป็นสาธารณะ เออ ผู้ที่เขาทำ ทำไว้เพื่อเป็นสาธารณะ เพื่อจำหน่าย จ่ายแจกเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และอาจจะได้บุญด้วยก็ได้ ทำไว้แล้ว อาจจะได้บุญด้วยก็ได้ เพราะ ไม่ได้สั่ง เขาทำไว้เองเขา แล้วก็สุกแล้วด้วย ไม่ดิบ เป็นของสุกแล้ว ด้วยความร้อนแล้ว ผ่านไปแล้วๆ นี่เรียกว่าศีลล่ะ

ถ้าเรารักษาได้ เราก็เป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ใจเป็นเทวดา จิตใจของเราเป็นเทพเป็นเทวดาไม่ได้เป็นยักษ์เป็นมาร ไอ้พวกยักษ์พวกมาร เขาทุบหัวกัน ดิ้นพราดๆๆๆๆ ปาดคอกัน ปาดคอเป็ดคอไก่ ดิ้นพราดๆๆ อยู่ตามตลาด เขาฆ่าสัตว์นะ อ้า เขาฆ่าเอง เขาตีเอง มันจึงตาย อ้า มันจะลำบากขนาดไหน มันเป็นเวรมันเป็นกรรมด้วย เวระมะณี เราเว้น เว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เว้นจากการลักฉกจกฉ้อผู้อื่น เว้นจากกล่าวเท็จคำไม่จริง เว้นจากการดื่มกินสุราเมรัย ถ้าละเว้นได้ เราก็เป็นผู้มีศีล มีศีล เทวดาเคารพเรา รักษาเราพระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ ก็เคารพ เพราะเรามีศีล ไม่ได้พูดคำหยาบชั่วช้าสามานย์อะไร พูดแต่คำเรียบร้อย คำพูดได้ เออ ห่ากินหัว ก็เลยด่ากันไปอย่างเนี้ย

ผีกินหัวเขาเลย ผีต้มตับ ต้มไต ต้มไส้ ต้มพุง แช่งชักหักกระดูกกันแบบนั้น มันไม่ใช่เป็นผู้มีศีลแล้ว อย่าไปพูดมันคำหยาบๆ แช่งชักหักกระดูกคนอื่นเขา ไม่ดี อ้า เราก็ไม่ต้องการฟังคำนั้นด้วย แล้วเราก็ไม่ต้องการพูดอย่างนั้นด้วย อ้า ก็พูดอย่างนั้นมันแสลงใจแสลงหู หูก็ อ้า หนาว อ่า นั่นเรียกว่างดเว้นได้ ศีล ๕ งดเว้นได้แล้ว ถ้ามีโอกาสดี เราอาจจะเข้าวัดจำศีลฟังธรรม ต่อไปรักษาศีล ๘ อืม ต่อไป ก็ไม่มีอะไรเว้นจากกัน บริโภคอาหารในเวลาวิกาล อ้า ในเวลาเที่ยงแล้วไปถึงอรุณวันใหม่ อ้า เว้นจากการฟ้อนรำขับร้อง หรือว่าทัดทรงดอกไม้ของหอมของย้อมต่างๆ เราก็เว้นได้ เว้นจากการนั่งนอนบนที่นั่งที่นอนอันมีภายในยัดด้วยนุ่นและสำลีอย่างนี้ ก็เรียกว่าเป็นศีล ศีลสูงขึ้นไป ศีล ๘ ไม่นั่งนอนที่มีเท้าสูงเกินกว่าประมาณ แล้วทุกวันเนี่ยมัน มันที่นั่งที่นอนเป็นฟูก ปลอกหมอน ฟองน้ำกันทั้งนั้นแหละ ไม่ไปใช้ยัดนุ่นและสำลีหรอก ฟองน้ำกันทั้งนั้น หมอนก็ฟองน้ำ อะไรๆๆ ก็ฟองน้ำ บริสุทธิ์ดี อ้า เครื่องปูนอนทั้งหลาย ก็มีค่าราคาสูง เพราะมันมาจากของผลิตภัณฑ์ขึ้นในโลกนี่แหละ อืม ทำฟองน้ำ ทำอะไร ทำอะไรทำได้ อ้า นั่งนอนได้

เพราะฉะนั้นแค่ ศีล ๕ ข้อ ก็พยายามให้มันได้ เรา เราจะรักษาศีล ๕ ให้มันได้อ่ะ ตายเป็นตาย ไม่ให้มันขาดไปแหละ และก็ไม่บอกให้คนอื่นไปฆ่ามาให้ ไม่บอกด้วย เราจะเดินตลาดไปดูแลเอง พอไปส่งให้คนนั้นฆ่ามาให้ ฆ่ามาให้ อย่างนี้ก็ไม่ดีเป็นการสั่งจากปากของเรา ตัวของเราก็เป็นผู้เสียศีลไปด้วยเหมือนกัน ถ้าสั่งเขาให้ทำมาให้อย่างงั้นอย่างงี้ เอ้า ไปตลาดเราเลือกเอาเอง อันนี้ซื้อได้ อันนี้บริโภคได้ กินได้ เพราะไม่ได้ฆ่าเขา มันตายแล้ว แล้วก็มัน เขาทำสุกแล้วด้วย อ้า ไม่ใช่ของดิบของตาย อ้า ของดิบๆ อยู่ดิ้นพราดๆๆๆ อยู่ในเวลาไปสั่งเขาอย่างงั้น ไม่ถูกต้อง สมรู้ร่วมคิดเขากับเขา ตัวของเรา ก็แป้วใจ ใจแป้วแล้ว

f51.psd

เราสั่งเขา ให้เขาฆ่า เฮอะ เออ ไป อย่าไปสั่งมัน ไม่อดไม่อยากอะไร ตลาดนับไม่ถ้วน จนไม่มีที่ลง ตลาดขายอาหารขายของสด ของร้อนแล้วมี มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง อ้า เอาออกวิทยุเสมอๆ เรื่องปรุงอาหาร อ้า ผัดหมี่ผัดอะไรพวกนั้น เออ โอ้ย มากมาย อ้า ไม่ได้เดือดร้อนกับฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเหมือนบ้านนอกหรอก บ้านนอกที่เราอยู่โน่น เขาก็หากินของเขาตามเรื่อง อ้า หาปลา หาปู หาหอย หากุ้ง มีแต่ของเป็นๆ ทั้งนั้น เขาเอามาเต้นกระโดกกระเดกๆ หากบ หาเขียด หาสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงที่มาปรุงอาหาร แล้วมันจะบริสุทธิ์ไหมเรื่องชีวิต เพราะฉะนั้นพวกเราอยู่ในตลาดอย่างเนี่ยๆๆ เป็นดังอยู่ในเมืองสวรรค์โว๊ย

f22.psd

อ้า ไม่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตใดๆ เลย เอาของสำเร็จรูปมาทำบุญ มาให้ทาน มาเลี้ยงชีวิตและครอบครัว อย่าให้มันได้ เราอยู่ในบ้านในเมือง อย่าไปยอมเชือดเป็ดเชือดไก่ อย่าไปยอมฆ่าสัตว์ตัดชีวิตใดๆ ทั้งนั้น ก็เป็นผู้มีศีลและก็เป็นผู้มีธรรม ชื่อว่ามีเมตตา เมตตานั้นน่ะ ความไม่เบียดเบียนเขา นั่นเรียกว่า เมตตา อืม

 

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ

สัพเพ สัตตา อัพ๎ยาปัชฌา โหนตุ

สัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ

สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ

สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ

 

อยู่ในหนังสือ พวกนี้มีทั้งนั้นแหละ แผ่เมตตา ดี มีนั่น แต่ทำใจให้มีเจตนา ทำใจให้มีเจตนางดเว้นจริงๆ หนังสือก็ว่าไว้ดี อ่านแล้วเข้าใจแล้ว เราก็จะไม่ทำแบบนี้อีก จากนี้หรือถึงวันเราตาย เราก็จะเป็นคนรวย รวยทรัพย์ รวยศีล อ้า รวยบุญ ไม่มีบาปมาปนเลย ตัวของเราบริสุทธิ์ผุดผ่อง การทำมาหาเลี้ยงชีพก็หาแต่ของบริสุทธิ์ ของไม่บริสุทธิ์ไม่เอาทั้งนั้นแหละ นั่นมีเจตนาการปฏิบัติธรรมและรักษาศีล ให้มีเจตนาอย่างนี้ เกิดปฏิบัติธรรมขั้นสูงๆ ขึ้นไป ทำสมาธิ นั่งสมาธิ ภาวนาอันนั้นขั้นสูงๆ ขึ้นไป โอ้ เรามีโอกาสว่าง โว้ย ไว้วันนี้ว่างแล้ว ไม่ไปเที่ยวไปเตร่เฮฮา ไม่ไปตีกอล์ฟเทียบอะไรกับเขาหรอก ไม่ต้องไปหรอก เราจะนั่งสมาธิภาวนา เวลาว่างจากขายสิ่งขายของแล้ว มีเวลาว่างแล้ว เราจะทำตัวให้บริสุทธิ์ กายบริสุทธิ์ วาจาบริสุทธิ์ ใจบริสุทธิ์ ก็เป็นผู้บริสุทธิ์ได้แล้ว ถ้าเป็นพระเป็นเจ้าก็ไม่ต้องแสดงอาบัติอีกแล้ว ไม่ต้องแสดงอาบัติ

อะหัง ภันเต สัมพะหุลา นานาวัตถุกาโย

ปาจิตติยาโย อาปัตติโย อาปันโน ตา ปะฏิเทเสมิ

 

นี่เพิ่น ก็สังวรระวัง การแสดงอาบัตินั่น ก็เป็นการสังวรระวังในโอกาสต่อไปนะ และก็ทำของท่านอย่างนี้ อ้า ไม่ใช่เก็บกำกอบโกยโกงกินชาวบ้านชาวเมืองเขา ไม่ใช่อย่างงั้น เป็นคนบริสุทธิ์ การงานบริสุทธิ์ อาชีพที่เลี้ยงตัวเองก็บริสุทธิ์ เงินทองที่ได้มาจากการค้าขายทั้งหลายก็บริสุทธิ์ ไม่ได้โกงเขา อ้า ไม่ได้โกหกเขา ไม่ได้โกงกินใครเลย ใช้ของบริสุทธิ์ทุกอย่าง ท่านผู้อยู่ในเมืองในนาแล้วสบาย ไม่ต้องโกง ไม่ต้อง อ้า ฉวยโอกาส เกินค่าราคาที่เขาอนุญาตไว้ให้ ถ้าขายเกินราคามันก็ผิดอีกแหละ ขึ้นเกินราคาที่เขาบัญญัติไว้ให้แล้ว กฎหมาย เราก็ทำของเราได้ ทำไมจะไม่ได้ ถ้าเรามีเจตนา

f23.psd

 

เจตะนาหัง ภิกขะเว กัมมัง วะทามิ

 

เนี่ย เพิ่นว่าอย่างงั้น การทำบาปทำกรรมมันก็อยู่ที่เจตนา ถ้ามีเจตนาเป็นบาปมันก็จะเป็นบาป เจตนาจะเลิกละจริงๆ ไม่ได้ฉ้อฉลใคร ไม่ได้โกงใคร ไม่ได้โกหกพกลมใคร

ตามมีตามได้ กำไรก็ไม่เอาเกิน ราคาตลาดเขา ไม่ได้เอาเกิน ไม่ได้ขูดรีดใครเลย นั่นเป็นผู้บริสุทธิ์แท้ๆ เป็นผู้ทำมาหากินบริสุทธิ์ เป็นพลเมืองดีของชาติก็ว่าได้ เนี่ย

เจ้าฟ้า ราชา มหากษัตริย์ ท่านก็เอาของท่านอย่างงั้นน่ะ เอาแต่ของบริสุทธิ์อย่างงั้นแหละ ไม่ได้เชือดเป็ด เชือดไก่ เชือดนก เชือดหนูอะไรเลย อ้า มีแต่เมตตา เมตตาวันหนึ่งๆ เขาให้ไปปล่อยปลา เอาปลามาให้ไปปล่อย กี่ร้อยกี่พันตัว อ้า เอานกมาให้เป็นกรงๆ มาให้ไปปล่อย ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยกบ ปล่อยเขียด ไม่ได้อะไรกับเขาติดคุกติดตะรางอยู่นานแล้ว ถูกกักถูกขังอดอาหารมากมาย เออ เราไม่ได้จะเป็นอย่างงั้น ไม่เป็นอย่างงั้น ถ้าเรามีฐานะเกิดดีขึ้น ให้แต่สัตว์อื่นได้พึ่งเรา พึ่งพาอาศัยเรา อ้า มันก็ร้องขอเหมือนกันนะ จับกบมามันก็ร้องขอเหมือนกัน อ๊บๆๆ โอ้ย ปล่อยๆ เถอะ ปล่อยเถอะ จับนกมามันก็ร้องขอเหมือนกัน ลองขอให้ชีวิตเถอะ กำลังเลี้ยงลูกอ่อน กำลังหาอยู่หากินให้ลูกอยู่ แล้วคนไม่รู้จักภาษากัน ก็มีแต่จะเอาอย่างเดียว ฆ่าอย่างเดียว เฮอะๆ เออ ที่จริง มันก็ร้องขอเหมือนกัน ดิ้นทุรนทุราย ก็เพราะกลัวตาย เออนั่นแหละ นึกถึงความตามทุกข์ของเขา ความทุกข์อย่างนี้ เราไม่อยากได้ เราอย่ากระทำอย่างนั้นอีก อ้า เป็นผู้พิจารณาธรรมอยู่ การทำให้ผู้อื่นได้รับความทุกข์ มันก็เป็นบาปทางใจ อันนี้ขอให้พากันเว้น ให้รู้จักเว้น เว้นจากชีวิตผู้อื่น จะเอาชีวิตผู้อื่นมาเลี้ยงเรา แต่มันตายแล้ว ก็ได้อยู่ มันตายเขาทำไว้แล้ว เขาทำสุกแล้วด้วย เขาทำสุกไว้เรียบร้อย อ้า เราไปเลือกเอา เรามีปัญญาเราเลือกเอาอันนี้ของบริสุทธิ์ เอาแต่ของบริสุทธิ์มาเลี้ยงชีวิตและครอบครัวเรา เราก็จะเป็นผู้เจริญในธรรม เทวดาทั้งหลายก็สรรเสริญเยินยอ ยกย่อง สรรเสริญ อำนวยอวยชัย อำนวยอวยพรให้ ให้ได้รับแต่ความสุขความเจริญ อ้า เออ ทำง่ายๆ เออ อาชีพการงานของเราก็ง่ายๆ ไม่ได้ฉ้อได้ฉลใคร ไม่ได้โกงใคร ทำมาด้วยสุจริต มีเงินไปลงทุนมาแล้วสักอย่างหนึ่ง เออ ค้าขายของบริสุทธิ์ ก็เป็นเรื่องปัญญาเราอีกล่ะ เราใช้ปัญญาของเรา มากมายก่ายเกินอยู่ในตู้หนังสืออย่างบ้านนี้ อยู่ในตู้หนังสือ มีแต่ธรรมะธัมโม เพิ่นแจกมาให้ อ่ะ มีแต่ธรรมะธัมโม อ้า ประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ ๙ รัชกาลมาแล้ว มีอยู่ในบ้านนี้เต็มอยู่

เราจะงด เว้น ละ เลิกการกระทำบาปได้หรือเปล่า ถ้าเราเว้น เลิก ละ จากการกระทำบาปได้แล้ว เราอยู่เป็นสุข นั่งเป็นสุข นอนเป็นสุข เทวดารักษาเราด้วย ถ้าเรามีศีล มีธรรม มีเมตตา

 

เทวะตา รักขันติ

 

เพิ่นว่า เทวะตา รักขันติ อ้า เทวดารักษา โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่เบียดเบียนเรา อ้า ไม่กำเริบเสิบสาน เพราะว่าเราไม่ทำบาป ทำกรรมกับสัตว์อื่น ไม่ได้ทำให้เขาขาหัก แขนหัก ปาดคอเขา ก็ไม่มี ไม่มี เป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ อ้า นั่น

 

สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย

 

การเว้นจากการทำบาปร้าย บาปทั้งหลายก็ไม่มีแก่เรา เราก็เป็นผู้ได้แต่บุญ จับปูจับปลา จับกบจับเขียดมาได้ ก็เอาไปปล่อย ให้เป็นเสรีของเขาซะ จับนกกับหนูมาได้ ก็ให้เขาเลี้ยงลูกเลี้ยงเต้าเขาต่อไป อ้า อย่าไปฆ่าแม่มันให้ลูกมันอดตาย ลูกมันไม่ได้กินอาหาร มันก็ตาย อ้า ตายเหมือนกัน เพราะว่าแม่ถูกฆ่าแล้ว พ่อถูกฆ่าไปแล้ว ผู้ที่จะหาเหยื่อมาป้อนมาเลี้ยง ไม่ได้อยู่เฉยๆ หรอก บินออกแล้วก็บินเข้า บินออกแล้วก็บินเข้า พวกนกทั้งหลาย ไปได้อาหารแล้ว ก็รีบกลับลงรังทันที กลับมา มาคอยป้อนทีละตัวๆ จำไว้ตัวนี้อิ่มแล้ว ตัวนั้นยังไม่ได้กิน ไปอีก เออ หา หาเหยื่อ ถ้าเป็นสัตว์ที่ตายแล้ว ไอ้ส่วนอีแร้งนั้นคงจะไม่มี หาสัตว์ออกหากินตัวตายแล้วล่ะ อีแร้งทั้งหลาย ตัวมันตายแล้ว มันก็แย่งกันกิน อ้า ดีอยู่น่ะ

อีแร้งก็ดีอยู่ มันดีอยู่ มันไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เออใช่ อ้า ไม่ได้ฆ่าสัตว์อื่นเลย พอตายแล้วถึงค่อยไปรุมกินกับเขา มันจะเน่าจะบูดยังไงก็ไม่เกี่ยว กินทั้งนั่นแหละ แต่ว่าธาตุมันดีเหลือเกินนะ ร่างกายของมัน ธาตุไฟของมันดีเหลือเกินกินอาหารเน่าๆ ลงไป เน่าๆ เหม็นๆ กินลงไปๆ เวลามันถ่ายออกมาเป็นปูนเลย ขี้มันเป็นปูน ป๊าดออกมา ขาวเป็นปูนไปเลย ไม่มีเน่าๆ เหม็นๆ ไม่มี อ้า อันนี้ก็ข้อพิจารณาเอามาเปรียบเทียบดูเฉยๆ หรอก บุคคลผู้มีศีลมีธรรม มีเมตตากรุณาแล้ว เทวดารักษา อ้า เทวดารักษา

 

เทวะตา รักขันติ

 

เทวดารักษาบุคคลผู้มีศีลมีธรรม คนผู้ไม่มีศีลมีธรรมเทวดาไม่รักษา รักษาไม่อยู่ ถูกเขาจับไปแล้ว ใส่ เออ โซ่ ใส่ตรวน ใส่กุญแจมือ ผิดไปแล้วเอาไปขัง โทษอย่างนี้ๆ มีกี่เดือนกี่ปี เอาไปลงโทษตามกบิลบ้านกบิลเมือง เออ ไม่ ไม่ได้ทำฟรีเฉยๆ หรอก ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ลักจกฉกฉ้อเหล่านี้ มีโทษทั้งนั้น เพราะฉะนั้น พวกเราเป็นพุทธบริษัทนับถือพระพุทธศาสนา เออ เอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง เอาพระธรรมคำสั่งสอนเป็นที่พึ่ง เอาพระสงฆ์เป็นผู้เทศนาสั่งสอนอยู่ทุกวี่ทุกวัน อันนี้ก็เป็นที่พึ่งทางใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอให้เราทั้งหลายยึดมั่นในพระรัตนตรัย
เด้อ

ดังที่แสดงมาเป็น ปกิณณกนัย เพื่อต้องการให้ท่านทั้งหลาย ใช้ดุลยพินิจคิดพิจารณา เห็นเหตุเห็นผล เมื่อรู้ว่า อันนี้ เพิ่น
บอกแล้ว
มันเป็นบาปเป็นกรรม เราก็ยกเลิกซะ อย่าไปเอาอีก หาแต่ของบริสุทธิ์มาเลี้ยงชีวิตและครอบครัว เพราะว่าสัตว์อื่นเขาก็ไม่ต้องการตายจากลูกจากเต้าเขาเหมือนกัน ต้องการอยู่กับลูกกับเต้า ต้องการหาเหยื่อหาอะไร มาป้อนลูกป้อนเต้าอยู่ทุกวี่ทุกวัน อ้า ไม่ได้ทอดทิ้งนิ่งดูดายหรอก

ดังที่แสดงมาเป็น ปกิณณกนัย เพื่อต้องการให้ท่านทั้งหลาย ใช้ดุลยพินิจพิจารณาด้วยปัญญาอันชาญฉลาดของตนๆ เองเถิด อัปปมาทธรรม ไม่มีความประมาท ตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในขอบข่ายของธรรมะธัมโม อยู่ในหนังสือก็ไม่อดไม่อยาก อยู่นำพระเจ้าพระสงฆ์ก็ไม่อดไม่อยาก ฟังจนเบื่อพู้น(โน้น)แหละ ส่วนผู้ที่ฝ่าฝืนก็อาจจะได้รับโทษ เป็นพระเป็นเจ้าไปฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง ทำผิดกฎหมายบ้านเมืองก็ถูกลงโทษเหมือนกันล่ะ เดี๋ยวนี้เขาออกข่าวกัน...เลย อ้า ออกข่าวทุกวันทุกชั่วโมงล่ะ

อืม พอทำผิด ถ้าผิดแล้วมันมีโทษอยู่ เขาจะตัดสินอย่างไร ก็เรื่องของกฎหมายเขา พวกเราก็เหมือนกันอยู่ดีกินดีแล้ว มีร้าน มีโรง มีที่ทำมาหากินแล้ว ก็แสวงหา แต่ของบริสุทธิ์ ฝึกประพฤติตนปฏิบัติตนอยู่ขอบข่าย คำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ทั้งหลาย ท่านห้ามก็ปฏิบัติตาม

ดังที่แสดงมา เสียงหมดแล้ว จึงขอสมมติยุติไว้แต่เพียงเท่านี้ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

 

(สาธุ สาธุ สาธุ)

 

...เขาเรียกว่า วันนี้อย่าลืม เอ้า ไม่ว่าล่ะ

รับพร รับพรเด้อ เราทำบุญครั้งนี้ เรียกว่า เป็นการทำบุญรวมกัน ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมกัน สำคัญ ได้บุญ ผู้ที่จัดสถานที่ ให้สถานที่ก็ได้บุญ ผู้ที่มาร่วมในที่ประชุมนี้ก็ได้บุญเหมือนกัน

f79.psd

ก็เสียสละสถานที่ ให้หมู่ให้พวกได้รับความสะดวก

 

ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง

เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ

 

อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ

สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา จันโท ปัณณะระโส ยะถา

มะณิ โชติระโส ยะถา ฯ

 

สัพพีติโย วิวัชชันตุ

สัพพะทุกโข สัพพะภะโย สัพพะโรโค วินัสสะตุ

มา เต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ

 

อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน

จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง

 

อายุนั้นขอให้อยู่ยืนมั่นสถาพร ร้อยปีอย่ามีหย่อน ได้เหมือนกลอนพรรณนา ขอให้มีผิวกายพรรณไลงาม รจนาผ่องใสวิไลตา พิศโสภาน่าชมเชย ไม่ต้องเปลืองเครื่องสำอางใดๆ เลย ขอให้มีความสุข นิราศทุกข์ นิราศโศก นิราศโรค นิราศภัย แสนสะเบยๆ สิ่งใดที่ได้เคยแม้เป็นอดีตและปัจจุบัน สิ่งนั้นก็อย่าละเลยเลวเสื่อมทราม ขอให้มีกำลังอนันตังมหาศาลมากเหลือหลาย กำลังกาย กำลังใจ กำลังภายใน กำลังภายนอก กำลังทรัพย์อันนี้สำคัญ และกำลังสติปัญญาสามารถอาจหาญ รู้เท่าทันเหตุการณ์ ในที่สุดขอให้ได้ดวงตาเห็นธรรมด้วย เดชาสง่างาม เสร็จสมตามดังพร เทอญ

 

อาราธนาธรรม

 

พ๎รัห๎มา จะ โลกาธิปะตี, สะหัมปะติ,

กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะ,

สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา,

เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชัง.

 

ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นอธิบดีแห่งโลก

ได้ประคองอัญชลี ทูลวิงวอนพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐว่า

สัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่ในโลก

ขอพระคุณเจ้าโปรดแสดงธรรมอนุเคราะห์ด้วยเถิด

 

 

ดุลพินิจ [ดุน-พิ -นิด] ตามระบบเสียงของภาษาไทย

ดุลพินิจ [ดุน-ละ -พิ-นิด] ตามลักษณะของคำสมาส

ดุลยพินิจ [ดุน-ยะ-พิ-นิด] ตามลักษณะของคำสมาส

 

 

ม้วนท้าย [ม้วน-ท้าย] สรุป/ตอนสุดท้าย/ตอนจบ/

ท้ายๆ/ท้ายเรื่อง/อวสาน/สุดท้าย

เป็นคำเก่า พบมากในกลอนผญา

 

สิกขาบท ๕

 

ปาณาติปาตา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการฆ่า เบียดเบียนสัตว์อื่น

 

อะทินนาทานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการถือเอาของที่เขามิได้ให้ ด้วยอาการแห่งขโมย

 

กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ผิดลูกผิดเมียผู้อื่น

 

มุสาวาทา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ

 

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากของเมา คือ สุราอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

 

อานิสงส์ของการรักษาศีล

 

สีเลนะ สุคะติง ยันติ

ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ถึงสุคติ

 

สีเลนะ โภคะสัมปะทา

ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ได้มาซึ่งโภคทรัพย์

 

 

เจตะนาหัง ภิกขะเว กัมมัง วะทามิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เจตนาเป็นตัวกรรม

 

เทวะตา รักขันติ

เทวดาย่อมคุ้มครองรักษา

 

สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย

การสั่งสมบุญนำสุขมาให้

 

 

อะหัง ภันเต สัมพะหุลา นานาวัตถุกาโย

ปาจิตติยาโย อาปัตติโย อาปันโน ตา ปะฏิเทเสมิ

ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าต้องแล้วซึ่งอาบัติ ปาจิตตีย์

หลายตัว ข้าพเจ้ากลับแสดงอาบัตินั้น

 

อนุโมทนารัมภคาถา

 

ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง

ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ฉันใด

 

เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ

ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จประโยชน์

แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้วได้ฉันนั้น

 

อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง

ขออิฏฐผลที่ท่านปรารถนาแล้วตั้งใจแล้ว

 

ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ

จงสำเร็จโดยฉับพลัน

 

สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา

ขอความดำริทั้งปวงจงเต็มที่

 

จันโท ปัณณะระโส ยะถา

เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ

 

มะณิ โชติระโส ยะถา ฯ

เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสวควรยินดี ฯ

 

สามัญญานุโมทนาคาถา

 

สัพพีติโย วิวัชชันตุ

ความจัญไรทั้งปวง จงบำราศไป

 

สัพพะทุกโข สัพพะภะโย สัพพะโรโค วินัสสะตุ

ทุกข์ทั้งปวง ภัยทั้งปวง โรคทั้งปวง (ของท่าน) จงหาย

 

มา เต ภะวัตวันตะราโย

อันตรายอย่ามีแก่ท่าน

 

สุขี ทีฆายุโก ภะวะ

ท่านจงเป็นผู้มีความสุขมีอายุยืน

 

อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน

บุคคลผู้มีปรกติไหว้กราบ

มีปรกติอ่อนน้อม (ต่อผู้ใหญ่) เป็นนิตย์ ย่อมเจริญ

 

จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง

ธรรมสี่ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ

 

 

พ๎รัห๎มวิหารผรณา

 

บทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ถึงความสุข

 

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร

 

สัพเพ สัตตา อัพ๎ยาปัชฌา โหนตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนกัน

 

สัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กายทุกข์ใจ

 

สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงรักษาตนให้อยู่เป็นสุขเถิด

 

บทแผ่กรุณาให้สรรพสัตว์

สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงพ้นจากทุกข์เถิด

 

บทแผ่มุทิตาให้สรรพสัตว์

สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงอย่าไปปราศจากสมบัติอันได้แล้วเถิด

 

๒๒