หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

วันจันทร์ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๐๐ น.

ณ The Creston Hills Residences (เขาใหญ่)

อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

 

 

f41.psd

อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

 

สัพเพ สัตตา

 

สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน หมดทั้งสิ้น

 

อะเวรา

 

จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพ๎ยาปัชฌา

 

ก็อย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อ้า ให้ทำใจอย่างงั้นแหละ เป็นสัตว์ ตามนิวาปสถานเหยื่อ และสัตว์อื่น สัตว์อื่นได้พึ่งพาอาศัยพวกเรา เขาก็มีความสุข

 

วัดป่าเวฬุวัน กลันทกะนิวาปะสถาน

 

แห่งหนึ่งที่พระเจ้า พระอะไร พระเจ้าพิมพิสาร ได้ไป ได้รับภัยในที่นั่น ท่านจำวัด(นอนหลับ)กลางวัน กำลังนอนบรรทมอยู่ แต่ว่างูใหญ่เลื้อยมา มายกคอชู พระเจ้าพิมพิสาร ท่านก็กรน กรนๆ อยู่อย่างงั้นน่ะ เออ มีกระรอกกระแต มาร้องกริ้งๆๆ เออ ใส่หู ส่งใส่พระกรรณของพระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารก็ตกใจตื่น ลืมตาขึ้น เห็นงูแผ่พังพาน จ้องที่จะฉกอยู่แล้ว อ้า ตื่นลุกขึ้นมาทันที ไล่ตะเพิดงู หรือพญานาคอันนั้นน่ะหนีไป โดยปาฏิหาริย์ อ้า จึงได้นามว่า เวฬุวัน กลันทกะนิวาปะสถาน เป็นสถานที่พระราชฐานเหยื่อแก่พญากระแต ที่ให้ชีวิตแด่พระเจ้าพิมพิสารได้มีชีวิตรอดปลอดภัยมาคราวนั้น เพราะกระแตแท้ๆ หึหึ เพราะฉะนั้น จึงได้มีนามชื่อกระแต ไว้ที่นั่น นิวาปะสถาน เป็นที่พระราชทานชีวิตสัตว์ ให้เหยื่อแก่กับสัตว์ทั้งหลาย อย่าได้เบียดเบียน อย่าให้ใครเบียดเบียนกระแตในที่นี้เลย กระรอกกระแตมันมา ให้มันเสรีประชาธิปไตยเต็มที่

เพิ่นเลย อ่ะ พระราชทานป่าเวฬุวันแห่งนั้น ประทานให้เป็นสมบัติของศาสนา

 

วัดเวฬุวัน กลันทกะนิวาปะสถาน

 

น่ะ สถานที่แห่งนั้น สถานที่แห่งนี้ก็เหมือนกัน เราสร้างบ้านสร้างเมืองขึ้นที่นี่ เพื่อความเจริญรุ่งเรือง ชีวิตและครอบครัว ทุกครอบครัวต้องการความปลอดภัยทางชีวิต ก็พึ่งให้อภัยแก่พวกปลาที่ปล่อยเมื่อกี้ด้วย หรือมาแต่ที่อื่นก็ดี มาอาศัยที่นี่ ขอให้ได้รับความปลอดภัยด้วย เออ ทุกชีวิตที่มาอยู่ที่...แห่งนี้ เป็นที่อภัยทานแก่ชีวิตสัตว์ นี่เป็นตัวอย่างวันแรก วันเปิดงาน สถานที่ก็เหมาะสมแล้ว

 

เอาแน่ะ ฝามันปิด ฝาปิดปาก

 

อัพ๎ยาปัชฌัง สุขัง โลเก ปาณะภูเตสุ สัญญะโม

 

(เปลี่ยนที่กระโถนใหม่)

นี่ทำอะไร บ้วนน้ำหมากในนี้ ไม่มีกระโถน แปลว่าหาย ให้อภัยด้วยเน้อ หากใครเอาภาชนะอันนี้ไปใช้ ก็อย่ารังเกียจนะ อย่าได้รังเกียจว่า ท่านบ้วนน้ำลายใส่แล้ว หึ อย่าว่าอย่างงั้น บ้วนน้ำหมาก บ้วนน้ำลายใส่นี้แล้ว อย่าถืออย่างงั้น ทำความสะอาดเอา ไม่ถือเป็นของสกปรก

 

(หลวงปู่ฉันน้ำชา)

 

(แจ้งเตือนเพื่อให้ปิดเสียงโทรศัพท์)

 

ก็ไหว้พระ ไหว้พระรับศีลซะก่อนดี้ เพื่อเป็นสิริมงคล

 

อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามะ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามะ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามะ

 

ข้าพเจ้าขอบูชาพระผู้มีพระภาคด้วยเครื่องสักการะ หรือว่า

 

อามิส(บูชา)

 

หรือว่าด้วยการปฏิบัติธรรมในสถานที่นี้ เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นบุญเป็นกุศลแก่ชาวพุทธ ผู้มาร่วมพิธีด้วยให้ตลอดปลอดภัย ให้ชีวิต ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีการเบียดเบียนใครเลย พอตั้งหน้าตั้งตามาที่นี่ มาในสถานที่เป็นสิริ เป็นมงคล เป็นบุญ เป็นกุศล ของชาวพุทธทั่วโลกไม่ใช่แต่ประเทศไทยแห่งเดียว ประเทศอื่นๆ เขามาท่องเที่ยวในสถานที่นี้ เขาก็จะมีความนิยมชมชอบ ชื่นอกชื่นใจ มาให้อาหารแก่สัตว์น้ำ เป็นนก เป็นหนูทั้งหลาย โปรยให้กินข้าวตอกดอกไม้ให้กิน ให้เขาบินมาโดยเสรีประชาธิปไตยแท้ ไม่มีใครเบียดเบียนสัตว์ ในสถานที่นี้

 

หลวงปู่นี้ขอบิณฑบาต ไม่ให้เบียดเบียนสัตว์ในที่นี้

 

สัตว์ในน้ำก็ดี สัตว์บนบกก็ดี สัตว์อะไรๆ มาในนี้ ให้อภัยไปหมดทุกอย่าง แม้แต่งูเงี้ยวเขี้ยวกะปอม(กิ้งก่า)มันมาในที่นี้ ก็อย่าได้ฆ่ามันเลย เมตตามัน จับมัน ไปปล่อยนอกบริเวณนู้นซะ ไปอยู่ที่ไม่มีมนุษย์ จับได้แล้วอย่าฆ่าเขาเลย อ้า ให้อภัย ที่นี่ เป็นที่อภัยทาน นี่หลวงปู่ขอบิณฑบาตไว้ นกหนูปูปีก งูเงี้ยวเขี้ยวกะปอม(กิ้งก่า) สัตว์มีชีวิตเดินไปมาได้ ให้อภัยแก่ทุกชีวิต จงปลอดภัย แม้ตัวของเราผู้ปฏิบัติธรรม ก็ต้องมีความประสงค์อย่างนั้นเหมือนกัน อย่าได้มีใครมาเบียดเบียนเราเลย

f19.psd

ให้อภัยแก่เขาได้ทุกเมื่อ แม้แต่มาขบ มากัด มาต่อยเรา เราก็ไม่ต่อสู้ แมงป่อง แมงงอด(แมงป่องตัวเล็ก) แมงเงา(แมงป่องตัวใหญ่)อะไรที่มันมาในที่นี่ ให้มันไปในที่ปลอดภัยซะ เอาไปปล่อยในที่ปลอดภัย มิใช่ว่า ออกจากกำแพงไปแล้วก็โดน ลงไปแล้วเอาค้อนตีมัน ตั้มๆๆๆ แอ้

เราเคยเอา เออ งู เราจับได้ในเก้าอี้ เก้าอี้รากไม้เรา มันมา มันมาขดอยู่นี่ โพรงเนี่ย มันมีโพรง มีลิ้นชักอยู่ในนี้ มันมาขด อยู่นี่น่ะ เราไปค้นหากระดาษ กระดาษ แอ้ ถ่ายรูป มันสีเขียวๆ กับ เหมือนกับงูเนี่ยแหละ ค้นมันไป ค้นมันมา ค้น ค้นหากระดาษ ขอกระดาษ มันเป็นงูสิปะเนี่ยเว้ย มันเป็นงู มันขดเตรียมตัวอยู่อย่างเนี่ย มันก็งาบเอามือหลวงปู่ซะ อ้า งับใส่โป้(นิ้วโป้ง) นิ้วโป้งมือนี่แหละ งับ เอ้า มันไม่ใช้กระดาษแล้วแน่ะ งูๆ ช่างมันเถอะ แล้วก็บอกให้ญาติให้โยมเอาไปปล่อยให้หน่อย ไปปล่อยนอกป่าไปเลย นอกรั้ววัดไปเลย ไปยังไม่ไกลเลย ไปใกล้ๆ เขา ปิดตาหน่อยเดียว เสียงดัง ตั้มๆๆ เอาแล้ว ฆ่ามันแล้วปะเนี่ยว่ะ ฆ่ามันซะแล้ว กลับขึ้นมาว่า แฮ่ๆ ว่ะ มันไม่เดิน เออ มันไม่เดิน ปล่อยไปมันไม่เดิน มันยังเอางอคอขึ้นมาอยู่ ก็เลยลงโทษมัน ตีมันซะ ตั้มๆๆ มันก็ตาย นั่นเรียกว่าใจไม่มีอภัย ให้อโหสิโทษแก่ผู้อื่น ถือว่าเขาเป็นศัตรูต่อเราทั้งนั้น อย่างนี้ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นอภัยทาน ถ้าอภัยทานแท้ เขาจะกัดยังไง ช่างเขาเถอะ ขอ...ปล่อยเขาออกมันไป ปล่อยมันออก ถ้าให้หลวงพ่อต้องเป็นพิษเป็นนั้นบวมขึ้นมา เนี่ยมือ ให้หายไปซะ เอาไปด้วย พิษทั้งหลายเอาไปด้วย

f65.psd

อย่างนี้หรอกความประสงค์ของหลวงปู่ ไม่ให้ไปฆ่า ตั้มๆ อย่างงั้น อันนั้นล่ะเอาไปฆ่า ตายเลยปะเนี่ย เรายังแปล๊บในหัวใจเรา โอ้ ทำไมไม่มีเมตตาปรานีต่อสัตว์อื่นล่ะ เออ คำสวดเราว่า สวดอยู่ทุกวันๆ

 

สัพเพ สัตตา

สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น

 

อะเวรา

 

จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลยหรอก

 

สัพเพ สัตตา

 

สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น

 

อัพ๎ยาปัชฌา

 

อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย ให้อภัยแก่กันเลยนี่ล่ะ ทุกข้อๆ ไป มีความประสงค์จะให้อภัยแก่สัตว์อื่น เป็นเบื้องหน้า ไม่ได้ผูกเวรผูกกรรมใส่ใครเลยอย่างงั้นล่ะ ต่อแต่นั้นมันก็บวมขึ้นๆ มือเรา เอ้า

 

สัพเพ สัตตา

 

สัตว์ทั้งหลาย ก็บอกว่า อย่าได้เป็นเวรเป็นภัยแก่กันและกัน นี่ไม่ได้สั่งให้เขาฆ่า เขาฆ่าเองของเขา ก็ให้อโหสิเขาก็ด้วยนะ อ่ะ เฮอะ เป่าทางนี้ค่อย ยุบไปๆๆ ทา ก็เลยน้ำมันมาทา หายไปๆ งู งูเห่าก้านจบ งูเห่า เป็นงูเห่าก้านจบตัวน้อยๆ คอมันก็จะเม้า(เลื่อม)ๆ อย่างนี้แหละ มันก็เบาไปๆ เฉยๆ ทาว่าน ทายาอะไรก็ ยุบไปๆ

เขาฉีดยาให้หรอก หมอ ฉีดยาแก้พิษงูให้อยู่ หายไปเลย เฉยๆ ธรรมดา นี่ก็เรียกว่าเมตตาสัตว์ ให้เมตตาด้วยจิตใจ อย่าว่าแต่ปาก ให้มีหัวใจมีเมตตากรุณาด้วยเหมือนกัน นั่นเป็นอภัยโทษ เป็นอโหสิโทษไปในตัว ไม่เป็นพิษเป็นภัยใดๆ เลย แม้แต่งูกัด มันบวมขึ้นขนาดนี้ ธรรมดา ธรรมดามันเป็นพิษจนว่ามือเปื่อย เท้าเปื่อยไปหมดแหละ นี้มันมีแค่นั่น แค่นั่นยุบไปเฉยๆ หรือว่าเป็นหมอที่ฉีดยาให้ ไม่รู้ เออ แต่ว่าปรากฏการณ์มันเป็นอย่างงั้น ไม่เป็นพิษลุกลามต่อไปเลย นิ้วมือของเราจึงไม่ขาด มันก็เลยหายไป เออ อันนี้

 

อานิสงส์ของการแผ่เมตตาเป็นประจักษ์

 

แมงงอด(แมงป่องตัวเล็ก) แมงเงา(แมงป่องตัวใหญ่) ตะขาบ แมงป่อง อะไรก็แล้วแต่ ถ้ามันกัดเราแล้วก็ถือว่า ความเผอเรอของเราตั้งหาก ให้อภัยๆ ไม่ถือโทษโกรธเคืองใคร ไม่ฆ่า ไม่ตี ถึงกัดก็ไม่ถึงตายหรอกนะ ถ้าเขาเจอเขาต่อย ถ้ามันนิดๆ หน่อยๆ อดรนทนได้ ถ้าหมั่นทายา มันก็หายไปเลย ต่อแตน อะไรมันมาต่อยเราแถวนี้ๆ มันมาต่อย มันมาจี้ๆ อยู่เนี่ยก็ลูบมัน มันก็จี้เอาตรงนี้ซะ อิ่มน่ะ อันนี้ก็ชื่อว่า ไม่ได้ตบ ไม่ได้ตีมันอะไร ให้อภัยแก่มันอย่างงั้น เอาล่ะ แล้วก็แล้วไป มันดึงเอา(เหล็ก)ไนของมัน ก็จึงดึงเหล็กไนของมัน ติดอยู่นี่ ดึงออก ดึงออกซะ ที่มันต่อยเข้าไปเนี่ย ก็ทายาไปก็หาย ไม่บวม ตาก็ไม่บวม อะไรก็ไม่บวม ตื่นเช้ามาก็ไปบิณฑบาตได้เฉย ตายแล้วเรา คงจะอายเขาคราวนี้แหละ ตาของเราคงจะบวม เลยทานวดตาตูมไป ทำนองนี้ อาจจะเป็นไปได้ แอ้ ไม่มีเลย ไม่มีสักอันแล้ว ไม่มีหรอก คล้ายๆ ไม่ได้มีอะไรตอดต่อยเราเลย เออ นั่นล่ะ

 

อานิสงส์ของแผ่เมตตาเป็นประจักษ์ขนาดนั้น

 

เพราะฉะนั้น ในวันนี้จะถือโอกาส อ้า เรื่องอภัยทานให้ เป็นข้อปฏิบัติในเบื้องต้น เรามาสาน เรามาสร้าง ปลูกบ้าน สร้างเสนาสนะ สร้างร้านค้า ร้านตลาดทั้งหลาย เพื่อจะขาย ซื้อขายเอากำไรมาเลี้ยงชีวิตและครอบครัว แต่นั่น แต่พวกเราให้มีปัญญาเกินออกไปกว่านั้น ให้ปัญญากว้างไกลออกไปกว่านั้น อย่าได้เอาสัตว์มาทรมาน อย่าได้เอาสัตว์มาเป็นอาหาร อย่าได้เอาสัตว์มาเบียดเบียน ฆ่าทุบตบตีเขาเป็นอันขาด ให้อภัยเสมอในหมู่บ้านนี้ ชื่อว่าหมู่บ้านอะไรๆ เออ อภัยๆ ให้อภัยแก่

 

อัพ๎ยาปัชฌา

อัพ๎ยาปัชฌัง สุขัง โลเก

ปาณะภูเตสุ สัญญะโม

 

ความไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ให้อภัยซึ่งกันและกันเป็นสุขในโลก ไม่เป็นพิษเป็นภัยใดๆ อย่าได้ตายด้วยพิษร้ายทั้งหลายทั้งปวงเลย มนุษย์เราที่มาอยู่ที่นี้ให้ปลอดภัยทุกอย่าง แม้จนตลอดศาสตราอาวุธ ก็อย่าได้น้อมนำมาใช้ประหัตประหารกันในที่นี้ ในหมู่บ้านแห่งนี้เป็นอันขาด ให้เด็ดขาดลงไป

 

เวระมะณี

 

เราเว้นจริงๆ เว้นจากการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ ทรมานชีวิตสัตว์ด้วยวิธีการใดต่างๆ นานา เลิก ให้เลิกจริงๆ ถ้ายังเป็นห่วงทำบาปอยู่ ก็ไปทำที่อื่นเถอะ ที่นี้อย่าทำเขาเลย เพราะให้อภัยแก่สัตว์ทุกจำพวกในหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านมหามงคลแก่สถานที่ ถ้าเราทำได้อย่างงั้นก็เป็นมงคลชีวิต ในหมู่บ้านของเราตลอดไป อย่ามีโจร อย่ามีผู้ร้าย อย่ามีผู้มุ่งร้ายหมายผลาญซึ่งกันและกันเลย เป็น

 

อัพ๎ยาปัชฌัง สุขัง โลเก ปาณะภูเตสุ สัญญะโม

 

ความไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันมีความสุขในโลก มีความสุขในโลก ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีศัตรูใดๆ เกิดขึ้นในที่นี่ อันนี้โดยเฉพาะส่วนรวมร่วมกันทั้งหมดในหมู่บ้านแห่งนี้นะ ไม่ให้มีใช้ศาสตราอาวุธใดๆ ทั้งนั้น ประหัตประหารกันทั้งนั้น อย่าเลย อย่าให้มีอย่างงั้นเลย ให้อภัย ถ้ามีปืนอยู่ในมือก็โยนไป โยนทิ้งไป ไม่ยิงใคร ไม่ฆ่าใครล่ะ มีมีด มีขวาน อยู่ในมือก็โยนไป ทิ้งไป เออ อย่าเอามาประหัตประหารกันเป็นอันขาด ถ้าทำได้อย่างงี้

แหม เทวดายกมือสลอนทีเดียว ยกมือสาธุการสลอน โอ้ เขาจริงเว้ย เขาทำจริงว่ะ หมู่บ้านแห่งนี้ชื่อว่า หมู่บ้านอภัยโทษ อภัยทาน หมู่บ้านแห่งนี้หมู่บ้าน เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ให้อภัยทาน อ้า ให้ชื่อเป็นที่อภัยทานอโหสิกรรม ให้แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ถ้าทำได้อย่างนี้ แหม เทวดาทั้งหลายยกมือสาธุการ โมทนาสาธุการ ในเจตนารมณ์อันเป็นมหากุศลนี้ไม่น้อยเลย แต่วันนี้ก็หย่อนย่อเข้ามาผู้อยู่ร่วมครอบครัวกันสักหน่อย เออ ตั้งใจหลักใจ สร้างหลักสร้างฐาน ให้มั่งมีศรีสุข ให้มีกำไร เงินทองไหลมาเทมา โบราณอีสานโน้นหรอกเพิ่นบอกไว้

 

ผัวเมีย ผัวเมียนี้ผู้ใด๋มั่งใด๋มีเพิ่นจั่งสุขจั่งแม่น

(บุตรภรรยาผัวเมียนี้ คนใดร่ำรวยมีความสุข)

 

ให้เจ้ายกแก่นขึ้นเป็นแก้วพ่อเฮือน พ่อเด้อ

ยกผัวขึ้นเป็นแก้วแก่นเฮือน แก่นบ้าน แก่นส่อง

(ให้เจ้ายกสามีว่าเป็นที่เคารพบูชา

ภายในบ้านเรือนครอบครัวของตน)

 

ให้เจ้าเพียรเอาแก้วมณีนิลลูกประเสริฐ

(ให้มีความอุสาหะในการสร้างคุณงามความดี)

 

หากจะเกิดหน่วยแก้วพิลาขึ้นค่าแพงพ่อเด้อ

(เดี๋ยวก็จะเห็นผลที่เราได้กระทำ)

(หมายถึง ให้เคารพยกย่องสามีและให้อบรมสั่งสอนดูแล

ลูกให้ดี เมื่อลูกเราดีแล้วก็จะนำความสุขมาให้เรา)

 

ยามผัวเคียดให้เป็นฮูปโมโห มานั่น ให้ผู้หญิงนั้น

หาวาจาหว่านยล กลล่อ อย่าสะหวลหาข้อผิดกันซ้ำตื่ม

(เวลาเมื่อสามีไม่พอใจ โมโห มานั้น ให้หาคำพูดวาจา

อันอ่อนโยน มีอุบายการปลอบโยน อย่าหาข้อผิดกันซ้ำเติม)

ไฟลุกขึ้นอย่าสะตื่มขี้ฝอย ไฟลุกขึ้นแล้ว

อย่าสะเอาขี้ฝอยไปโพ๊ะมัน ขี้ฝอยไปโพ๊ะมัน

ยิ่งโพ๊ะเข้าเท่าไหร่ ไฟก็ยิ่งลุกฮือขึ้นเท่านั้น

อย่าสะตื่มไฟฝอยเด้อ อย่าสะวอยมาฮับต่อผัวเสียงท้า

ให้เจ้าอดทนเอา อดเอาๆ อดทนเอาเด้อ

 

โกโธนี้ กิลาสาตัวหยาบ เกิดแก่ไผมืดตื้อ บ่เห็นฮู้ฮ่อมทาง

ความโกรธมาเพม้าง จิตใจใส ให้กลับมืด

ทั้งประโยชน์ตนก็บ่ฮู้ ประโยชน์ผู้อื่นเลยบ่ฮู้

(ความโกรธนี้เป็นกิเลสตัวหยาบ

เกิดขึ้นกับใครแล้วมืดมน มองไม่เห็นทางออก

ความโกรธนั้นพาให้จิตใจเรามืด

ไม่รู้ประโยชน์ตัวเองและคนอื่น)

 

ทำลายล้างขาดกระเด็น ทำลายล้างขาดเสีย

เปรียบดัง ท้าวข้าวก่องน้อย ได้ฆ่าแม่ตายเสียคราวนั้น

ความว่าโกโธมัดมืดมุงปิดไว้ บันดาลให้โทโสจึงบังเกิด

(คนหน้ามืด ความโกรธมาปิดบังไปหมด

เลยทำให้ กล้าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ)

 

แม่ไปส่งข้าว เออ สาย อ้า ทำไมลื้อมาสายอย่างนี้ ตอนนี้มันตะวันจะเที่ยงวันแล้ว ทำไมมา ไม่ใช่อย่างงั้นลูกหลานเอย ไม่ใช่อย่างงั้น มีเหตุบังเอิญ แม่ไปทำอะไรๆ ไฟก็เลยลุกไหม้หม้อ ไหม้หม้อข้าวอยู่ในหวด(ภาชนะนึ่ง)ก็ไหม้ไปหมดเหมือนกัน เสียเวลา แม่กลับมาแล้ว ก็ถึงมาหุงหาใหม่อยู่ จนกว่ามันจะสุก เออ จึงจะได้มาส่งข้าวลูกนี่แหละ อืม เอามาแล้ว ก่องข้าวน้อยๆ กล่องเข่า(ข้าว)หรือแอบ(กล่อง)ข้าวน้อยๆ ไอ้ความหิวมันหิวมาก กล่องแค่นี้มันจะอิ่มอิหยังหือ กินคำเดียวบ่อิ่มย้อนดอก กล่องข้าวน้อยๆ แอบข้าวน้อยๆ ติบข้าวน้อยๆ

แม่ก็ว่า... มันต้อนแต้น(ชิ้นเล็ก)แน่นในเด้ๆ มันต้อนแต้น(ชิ้นเล็ก)แน่นแหละ ค่อยกินไปก่อน ให้มันหายหิว แล้วกะเซาโกรธดอก

มันพูดขึ้นมาว่า... จับคำข้าวได้แล้วก็เตะหนีไป เตะก่องข้าวน้อยหนีไป ไปด้วยแอกน้อยๆ โกรธแม่หลาย ตีแม่ เออ ตีหัว ตีคอแม่ ตีด้วยแอกน้อย

รู้จักไหมแอกน้อย แอกน้อยมันพอถนัดมือเนี่ยมัน ขนาดศอกอันเนี่ย แอกน้อยๆ จับได้...ตีเข้าใส่ขมับ เลือดแตกออกทางปาก ทางดัง(จมูก) ปื้ดๆๆๆ อยู่ แม่ตายแล้ว เห็นตายล่องง่อง พะงาบๆ อยู่ ไปเขย่ายังไงก็ไม่ฟื้นแล้ว แม่ๆๆ ตายซะแล้ว บ่ฟื้น ตายแน่นอน เออ วิ่งเป็นบ้า อ้า บ่กินข้าวซ้ำ ข้าวที่ก่องข้าวน้อย บ่กินอาหารที่แม่หามา ก็ไม่กินข้าว ลุกขึ้นได้ก็อุ้มแม่ไปเข้าบ้านเข้าเมืองไป อ้า เสียใจจนจะเป็นบ้าเป็นใบ้ วิ่งเข้าวัดเข้าวา ว่าตัวทำแม่ตาย ครูบาอาจารย์เพิ่นก็สอนว่า โอ้ ทำบาปใหญ่แล้วลูกเอย

 

ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ มันเป็นอนันตริยกรรม

 

เป็นกรรมอันหนัก ทำยังไงจะหายจากบาปจากกรรมได้ ต้องก่อธาตุ(ที่บรรจุอัฐิธาตุ) เวลาเผาแม่เราก่อธาตุ(ที่บรรจุอัฐิธาตุ) ก่อพระธาตุ(ที่บรรจุอัฐิธาตุ)งุม(ครอบ)กระดูกแม่ ให้สูงขนาดนกเขาเหินยอดหนึ่ง ยอดให้สูงขึ้นถึงนกเขาเหิน เหินขึ้นแค่ไหน มันก็ลงแค่นั้น มันบิน ปั๊บๆๆๆๆ ขึ้นไป มันๆ หมดกำลังลง มันก็ลงมา แค่นั้น

 

ให้ยอดเจดีย์สูงขนาดนกเขาเหิน

f75.psd

 

 

แหน่เด้อ อืม เออ ลูกเอยหลานเอยจึงจะคุ้ม ถ้าดึงเอาตัวออกจากนรกมาได้

 

ก็วิ่งเข้าวัดไหน เพิ่นก็บอกอย่างงั้น

วิ่งเข้าไปวัดไหน เพิ่นก็บอกอย่างงั้น

 

ฆ่าแม่ตัวเองตายแล้ว ต้องทำบุญทำคุณ เรียนพระเจ้าพระสงฆ์ เออ ให้ทั่วให้ถึง แล้วก็ก่อสร้างเจดีย์นั่น ถ้าบรรจุธาตุของแม่ของตัวเอง ให้ไปไหว้ไปกราบทุกวันๆ เออ นี่ มื้อเช้าก็กราบ มื้อแลง(เย็น)ก็กราบอยู่อย่างงั้นทุกวัน ขอขมาลาโทษอาจจะเบา อาจจะกลายเป็น ของหนักกลายเป็นของเบาขึ้นมาได้ ค่อยเบา ไปทุกวันก็ทำตามผู้เฒ่าผู้แก่ ครูบาอาจารย์สอนสั่ง ทำได้จนก่อสร้างก่องข้าวน้อยจนสูงได้ขนาดนกเขาเหิน อืม มันไม่มีคำ อ้า ปรัมปรามีนิทานเป็นหลักเป็นฐาน อยู่บ้านสะเดา ตาดทอง ยโสธร อ้า จังหวัดยโสธร นั่นบ้านสะเดา ตาดทอง ตรงนั่นเนาะ(นะ) อยู่ที่นั่น

 

ธาตุก่องข้าวน้อย

 

อยู่ที่นั่น ไปดูเอาก็ได้ ไปตรงนั้นแวะเยี่ยม ธาตุก่องข้าวน้อย เป็นที่สงวนไว้ ผู้ที่ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ มีหลักมีฐาน ว่าอยู่ที่บ้านสะเดาตาดทอง ธาตุก่องข้าวน้อยนี้เป็นที่ระลึก

 

ผู้ใด๋ได้ไปเห็น ได้ยินจำมาว่าเว่า อ้า ฝูงคนเฒ่าโบราณเฮา

เพิ่นเว่าว่า ฝูงศรัทธาพี่น้องฟังแล้วให้คิดตรอง

อย่าหลงโมโหนี้พาโตตกต่ำ อย่าทำอย่างนั้น

(ได้จดจำเอามาพูดคนโบราณเขาว่า

ให้ศรัทธาพี่น้องฟังแล้ว ก็เอาไปใคร่ควรพิจารณาว่า

ความโกรธนี้พาทำให้ตัวตกต่ำ)

 

อย่าทำอย่างนั้น เอาอันนั้นมาสอนลูกต่อมา ให้มีความอด ความกลั้น

 

ขันติ หิตะ สุขาวะหา

 

ความอดกลั้นทนทานนำความสุขมาให้

ขันติ ธีรัสสะ ลังกาโร

ขันติ

 

ความอดกลั้นทนทานเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ นักปราชญ์จะเป็นคนนักปราชญ์ขี้โมโหโกรธา ฆ่าตีบีฑ์โบยลูกศิษย์ลูกหาแหลกลาญไป นักปราชญ์แบบนั้นมันเป็นยังไง นักปราชญ์... อ้า เอาค้อนไล่ตีลูกศิษย์ลูกหา หัวร้างข้างแตกไป อย่างนั้นไม่ใช่นักปราชญ์นะ นักประหาร เออ ไม่ใช่นักปราชญ์ นักปราชญ์ก็ต้องอบรม อืม นิสัยใจคอลูกศิษย์ลูกหาด้วยความเยือกเย็น อบรมด้วยเยือกเย็นที่สุด อย่าให้กระทบกระเทือนจิตใจของลูกศิษย์ลูกหาเป็นอันขาด อ้า

ลูกศิษย์ลูกหาบางคน ถ้าครูบาอาจารย์ทำท่าโกรธให้อย่างงั้นอย่างงี้ โกรธ ไม่มาใกล้เลย เคยมานวดฟั้นท่านเป็นมือให้ ก็ยงโย่ยงหยก เวลาว่างๆ ก็เข้ามานวดฟั้นท่านเป็นมือให้ ถ้าเพิ่นไล่ จู้จี้ขึ้นมาก็ ไปไกล ออกไป ไม่เอาแล้ว ไปเลยน่ะ หนีไปอย่างงั้น เรียกว่า ช้างเหลือขอ หมากกะลอเหลือฝาก อ่ะ เฮอะ มันไม่คุ้ม อืม มันไม่คุ้ม ช้างเหลือขอ หมากกะลอเหลือฝากแล้ว

f79.psd

ศิษย์ไม่ฟังครูบาอาจารย์ ฝืนคำสั่งคำสอนไปเรื่อยๆ ไม่เข้าท่า เพิ่นสอนเท่านั้น เพิ่นห้ามเท่าไหร่ ก็มุดเข้าไปๆ อ้า เพิ่นด่า เพิ่นว่ายังไง มุดเข้าไปๆ อันนี้ให้เอา เออ อันนั้นเป็นตัวอย่าง ไปทรมานของพระเจ้า เออ อะไร เออ เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นผู้ปกครองประเทศ แต่ว่าโดนด่า ว่าร้ายกับลูกศิษย์ลูกหา เออ เออ ใครล่ะเป็นผู้ไปทรมานเอาล่ะ เออ รถเสน เออ รถเสน เออ สุรเสน เป็นผู้ทรมานเอาพระเจ้ามิลินท์ เอาความดีเข้าสู้ ท่านจะให้ยังไง ก็เอาความดีเข้าสู้ อยู่อย่างงั้น เอาจนแก้ปริศนาปัญหาที่สงสัยทั้งหลายให้เจ้าพระยามิลินท์ พอยอมอ่อนข้อ ฟังตามยอมจำนน รับเป็นโยมอุปัฏฐาก อ้า ให้ดูแล นิมนต์มา เข้ามาในวังทุกวัน ทุกสัปดาห์ก็ได้ จะมาเท่าไหร่ก็ไม่ว่า พระยามิลินท์รับเลี้ยงหมดทุกอย่าง ยกชนะใจพระยามิลินท์ด้วย

 

ขันติ หิตะ สุขาวะหา

ขันติ ธีรัสสะ ลังกาโร

 

ขันติ เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์อันมีค่าราคาสูง เออ

 

ขันติ หิตะ สุขาวะหา

 

มีขันติ อดกลั้นทนทาน นำความสุขมาให้ อย่าเอาแต่โมโหโกรธาว่ากันแค่นั้น สามีภรรยาก็เหมือนกัน ถ้าสามีภรรยามีความอดกลั้นทนทานต่อกัน ความทะเลาะกันก็ไม่มีในครอบครัว เพราะทะเลาะด่าว่า หยาบๆ คายๆ กัน โคตรพ่อโคตรแม่ก็ไม่มี อะไรก็ไม่มี ดีต่อกัน

ขอให้ไทยสามัคคีดีต่อกัน จึงจรรโลงไทยให้รุ่งเรือง

 

รักไทย รักความเป็นไทยของไทย ยิ่งชีวิตจิตใจล้ำเหลือ เลือดเนื้อต้องพลี แม้ถูกรุกถอยร่นลงเรื่อยไป จนกลายเป็นชาวใต้ไปทุกที เพิ่นบอกไว้ ภาษิตโบราณเขาเขียนเนื้อเพลงไว้ รถจากพู้น(โน้น) นครเวียงจันทน์... เมืองอื่น เมืองเหนือ เมืองจีน ถอยจากเมืองจีน ข้ามแม่น้ำโขง ข้ามแม่น้ำโขงก็มาตั้งหลักฐานในภาคอีสานทั่วไป ถอยจากภาคอีสาน ก็ลงไปพู้น(โน้น)ไป ลงไปเป็นภาคใต้ ไปรับจ้าง รับ... เป็นลูกจ้าง ฉีดยา กรีดยาง ทำกับสวนยาง ทำสวน อืม บักเงาะ มังคุด ละมุด ลำไย อ้า จนว่า ทุเรียน สวนทุเรียน ทุเริน เกิดขึ้นในจังหวัดจันทบุรี

f81.psd

เพราะน้ำใจของภาคอีสานลงไปช่วยพัฒนา... เลยเป็นสวนเงาะ สวนทุเรียน เต็มบ้านเต็มเมือง อยู่เมืองจันทบุรี ได้เอามาขายในภาคอีสาน เออ ภาคอีสานมันปลูกไม่ขึ้น อืม

มังคุด ละมุด ลำไย ลิ้นจี่ ดียิ่ง อ้า มะวิ่ง... ข้าวนึ่ง ลูกชิ้น ลิ้นชัก อะไร อ่ะเฮอะ มันต่อกันไปเรื่อยๆ อาศัยแรงกายแรงใจร่วมพลัง...มัน รักษาประเทศขัณฑสีมาเอาไว้ได้ เพราะความพร้อมเพรียงสามัคคี

สุขา สังฆัสสะ สามัคคี สะมัคคานัง ตะโป สุโข

สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา

 

เพิ่นบอกว่า ความพร้อมเพรียงของชนหมู่ใหญ่ ย่อมเป็นพลังอย่างสำคัญ สามารถรักษาประเทศชาติไว้ได้ เพราะความสามัคคีของคนหมู่ใหญ่นั่นเอง แตกกันมาหลายสมัยแล้ว

กรุงศรีอยุธยาจะแตก ก็เพราะความแตกแยกสามัคคีกันนั่นเอง ถ้าเมืองไหนๆ จะแตก จะแยก ก็เพราะความไม่สามัคคี กันนั่นเอง อ้า ในเมืองไทยเราก็ยังมีหลายยุคหลายสมัย มีคน

 

ยุให้รำ ตำให้รั่ว ยั่วให้แตก และก็แยกให้ออก

 

เป็นพรรค เป็นพวก เป็นเหล่า เป็นกลุ่ม เป็นก้อน เป็นเหล่ากัน มีคน

 

ยุให้รำ ตำให้รั่ว ยั่วให้แตก

 

ก็มี ถึงกับร่วม รวบรวมพละกำลังพลเดินขบวนกัน จนไม่มีทางจะเดินพู้น(โน้น)ล่ะ อ้า เดินขบวนทำไม เดินขบวนจะเอาประชาธิปไตยขึ้นมา ก็เขาเอาประชาธิปไตยเต็มที่แล้ว จะเอาขึ้นมาที่ไหนอีก มีอนุสาวรีย์ เป็นอนุสาวรีย์ เป็นที่ ...อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญขึ้น ตั้งรัฐธรรมนูญขึ้นในประชาธิปไตยเต็มที่ ในที่นั่นยังไม่พอ ในที่เมืองกรุงเทพฯ ก็มีเสรีประชาธิปไตยอีก อ้า แห่งหนึ่งอีก ประชาธิปไตยแห่งหนึ่งก็เพื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ จบลง สร้างที่วัดพระศรีมหาธาตุ เป็นวงเวียน เปิดเสรีประชาธิปไตยเหมือนกันน่ะ เนี่ยมีขึ้นอย่างนี้ ธิปไตยเกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง วัดวาศาสนาที่เจริญรุ่งเรือง พระธาตุพนม วัดพระศรีมหาธาตุ วัด อ้า นครปฐม เหล่านี้ เกิดขึ้นเพราะประชาธิปไตยใช่หรือเปล่า เออ แต่ว่ามีประชาธิปไตยเต็มที่แล้ว ยังไม่พอใจ ยัง อ้า เดินขบวนประท้วง เอาเสรีประชาธิปไตยจากไหนมาอีก อันนั้น อันนี้มาอีกอยู่อย่างงั้น พอดีกันล่ะ มีคำสั่งจากหน่วยเหนือ สั่งให้หยุดการเดินขบวนกันเสียแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้เป็นประชาธิปไตยเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่าให้มีเรื่องระหองระแหง ทะเลาะเบาะแว้ง อ้า จ้องล้างจ้องผลาญซึ่งกันและกัน แต่ปานนั้นก็เจ้าหน้าที่ก็ถูกทำร้าย เออ ฆ่ากันตายไปหลายศพ ดังนี้เป็นตัวอย่างความแตกแยกสามัคคี ทำให้บ้านเมืองระส่ำระสายขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้น พวกเราเป็นคนไทย เลือดไทย อืม เลือดไทยนี่หล่ออยู่

 

เลือดไทยเจ้าเอ๋ย ไหลเลยมานี่

ปรองดองน้องพี่ อย่ามีร้าวราน

โลหิตสายเดียว กลมเกลียวกันไว้

อย่าแตกแยกไป เป็นหลายลำธาร

f14.psd

 

นี่เขาก็มีเพลงขึ้นมาน่ะ เราจำได้

 

อย่าแตกแยกไป เป็นหลายลำธาร

โลหิตสายเดียว กลมเกลียวกันไว้

 

กลมกลืนกันไว้ ให้รักกันฉันพี่ฉันน้อง เออ เป็นคนไทยก็ดี เป็นคนลาวก็ดี เป็นคนภาคเหนือก็ดี เป็นคนภาคใต้ก็ดี กลมกลืนกันขนาดใด กลมเกลียวกันไว้ อย่าแตกแยกไป เป็นหลายลำธาร

 

เลือดไทยเราเอ๋ย ไหลเลยมานี่

ปรองดองน้องพี่ อย่ามีร้าวราน

โลหิตสายเดียว กลมเกลียวกันไว้

อย่าแตกแยกไป เป็นหลายลำธาร

 

(เตรียมน้ำมนต์) เอออออ เอออออ ทำน้ำมนต์ สามัคคีกันไว้ซะก่อน

 

ขอให้ไทยจงสามัคคีดีต่อกัน จึงจะจรรโลงไทยให้รุ่งเรือง

 

รักไทย รักความเป็นไทยของไทย ยิ่งชีวิตจิตใจล้ำเหลือ เลือดเนื้อต้องพลี อืม ที่ถูกรุกถอยร่นลงเรื่อยไป จนกลายเป็นชาวใต้ไปทุกที ไปอยู่สงขลา ยะลา นราธิวาส ที่ใด แต่ปานนั้น เขาก็ยัง มีการยุให้รำ ตำให้รั่ว ยั่วให้แตก แยกให้ออก บอกไม่ถูกเลยอย่างนี้

 

(จุดเทียนน้ำมนต์) อันนี้ เอาล่ะ พอแล้ว

 

อันนี้พูดเรื่องความกลมเกลียวสามัคคี เราอยู่หมู่บ้านสร้างใหม่ ถ้ามิตรเป็นคนมีนก ๒ หัว ยุคนนั้น ยุคนนี้ ให้แตก ให้แยกกัน มาจากจังหวัดไหนๆ อ้าวมันเป็นคนเมืองนู้น เมืองนี้ แล้วรังแกกันและกันอยู่อย่างงั้น แล้วมันจะเป็นคนไทยได้ไหม อย่างนั้นน่ะเป็นคนไทย เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไหม อย่าว่าเมืองนั้น จังหวัดนี้ ไม่ใช่คนไทย คนไทยทั้งประเทศ ภาคเหนือ ภาคใต้ ไทยด้วยกันทั้งนั้น รักไทย รักความเป็นไทยของไทย ยิ่งชีวิตจิตใจล้ำเหลือ เลือดเนื้อต้องพลี แม้เลือดเนื้อ พลี พลีอุทิศให้ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นี่เป็นหนึ่ง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อย่าทะเลาะเบาะแว้งกัน

แม้แต่เป็นพระเป็นเจ้า ก็ยังทะเลาะเบาะแว้งกัน เพิ่นกลัวบ้านเมืองจะแตกแยกกัน เพิ่นตั้งวงธรรมยุตขึ้นมา ให้เป็นวงธรรมยุต ให้ยึดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ปฏิบัติธรรมวินัยให้สม่ำเสมอกัน แต่ปานนั้น เออ เราเคยไปพักวัด ทางอื่นไม่ใช่วัดธรรมยุต เขาไม่ให้อยู่เลย เขาให้ไปพักที่อื่น ที่นี่ไม่รับรอง เออ เขาว่าอย่างนี้ เอ้ วัด นึกว่าเป็นสาธารณประโยชน์ ทุกภาค ทุกชาติ ทุกภาษา มีสิทธิเสรีเท่าเทียมกัน อยากจะบวช ก็จงบวชเข้ามาเถิด มาในธรรมวินัยนี่เป็นอันหนึ่งเดียวกัน อืม เหมือนแม่น้ำ ทะเล ไหลมาจากภาคเหนือ ไหลมาจากภาคกลาง ไหลมาจากที่ไหน รวมกันเข้า เทแล้วก็ไหลลงสู่มหาสมุทรทะเล แล้วก็เป็นน้ำเค็มด้วยกันทั้งนั้น เออ ไม่ได้เป็นน้ำหวาน น้ำเปรี้ยว น้ำอะไรไม่มี เป็นน้ำเค็มด้วยกันทั้งนั้นอยู่ในทะเล จนออกมาเป็นนาเกลือได้

(เสียงเด็กรบกวนดังมากขึ้น)

 

อ้า เออ อ้า เออ อ้า เออ

 

เป็นนาเกลือได้ เอามากักกันไว้ให้มันแห้งลงไป แล้วก็เกิดเป็นเกลือขึ้นมา แล้วเป็นนาเกลือเหมือนกัน เอาไปทำอะไรก็ได้ทำปลาเค็มก็ได้ ทำไส้กรอก อาจทำหม้ำ ทำส้ม ทำหม้ำ ทำอะไรได้ทั้งนั้น เป็นนาเกลือขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้น เป็นพวกเราเป็นคนไทยด้วยกัน อยู่ในประเทศเดียวกัน ก็ให้มีความเค็มเสมอกัน อย่าให้มีเค็มน้อยเค็มมาก ให้รักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง เหมือนสายโลหิตเดียวกัน เหมือน

 

โลหิตสายเดียว กลมเกลียวกันไว้

อย่าแตกแยกไป เป็นหลายลำธาร

 

เออ เฮอะๆ

 

เลือดไทยเราเอ๋ย ไหลเลยมานี่

ปรองดองน้องพี่ อย่ามีร้าวราน

 

เรามาอยู่หมู่บ้านอันนี้ เขาเอิ้น(เรียก)ว่าหมู่บ้านอะไรเนี่ยจัดสรร หมู่บ้านจัดสรรในหุบ แม่น้ำอันนี้ ก็ล้วนแล้วแต่ได้ภัยทั้งนั้นแหละมา แต่มาแต่คนละภาค ภาคเหนือก็มาทำงานร่วมกัน ภาคใต้ก็ขึ้นมาทำงานอยู่รวมกัน ภาคอีสานก็ลงมาเข้าร่วมงานสำคัญ เป็นใช้แรงงานเดียวกัน ถ้าเรามาทะเลาะกัน เทวดาหัวเราะ อ่ะ เทวดาหัวเราะ โอ้ มนุษย์เอย มนุษย์ ชาติอื่นมันยังรู้จักกลมเกลียวกันขนาดไหน อย่างพวกต่อ พวกแตน พวกผึ้ง หากมีอะไรมากำกายทำร้ายถึงรังมัน มันก็กรูเข้ามาทันที เออ ไม่มีปรานีปราศัยอ่ะ ผึ้ง มีตั้งหลายร้อย ก็รุมๆ กันหมด

แจ้นหนี แตกหนี ช้างก็ยอมแพ้ ยอมแพ้มดตัวน้อยๆ มันวิ่งเข้างวง เข้ารู เข้าดัง(จมูก) วิ่งเข้าไปๆ ในดัง(จมูก)ช้าง ช้างมันจะกระทืบเรา มาๆ พวกเรา มาๆ เอาช้างพยศตัวนี้ ให้มันหายพยศ มดทั้งหลายก็ฟังความหัวหน้า แล้วก็วิ่งเข้างวง เข้ารูดัง(จมูก)เนี่ย วิ่งเข้ารูดัง(จมูก) วิ่งเข้ารู อย่าพึ่งกัดๆ ให้ฟังคำลงมือได้ จึงค่อยกัด กัดแล้วเยี่ยวทา กัดแล้วเยี่ยวใส่เลย เข้าไปในจมูกจนลึกๆ ล่ะเนาะ(นะ) กัด เข้าไปฮอด(ถึง) ไปไหน กัด กัดหมดแล้วก็เยี่ยวทา เยี่ยวใส่ๆ ความแสบ ความแสบเพิ่นร้อง แปร๋แปร้น สั่ง(จมูก)ปี้ปิ๊ด ให้ก็ไม่ออก มันอยู่ในนู้น แน่ะ มด

ไปขู่ตวาด พวกสัตว์ที่...น้อยๆ ปะเดี๋ยวเพิ่นจะทืบทีเดียว ตายหมดทั้งรัง ขู่อย่างเนี่ย

โอ้ย ข้าแต่ช้างเจ้าขา เออ ช่วยกรุณายกเอารังนี้ขึ้นพาดง่ามไม้ให้หน่อย ฝนลงมาเลยรังตกลงมา เออ แล้วก็ช่วยยกนี้ขึ้นหน่อย ท่านผู้มีกำลังทั้งหลาย ยกขึ้นไปพาดง่ามไม้ไว้ เอ้ ช้างตัวนี้ทำไมพยศถึงขนาดนี้ ต้องทรมานสักหน่อย เว้ย มดแดงทั้งหลายก็พยักหน้ากัน เอาพยศ ช้างพยศตัวนี้ ให้มันอยู่สักทีสิพวกเรา อ้า เข้าไปหัวยก เข้าไปแล้ว วิ่งเข้าไปในงวงจมูก วิ่งเข้าไปหมดทุกตัว หมดแล้วก็ ๑ ๒ ๓ แล้วก็กัด กัดในโพรงจมูก เยี่ยวทา เยี่ยวใส่ด้วย กัดด้วย เยี่ยวใส่ด้วย มันจะแสบไปถึงขนาดไหน มันอยู่ใกล้ๆ สมอง

 

f66.psd

ช้างก็ร้อง แปร๋ๆ ข้าแต่พ่อขา ข้ายอมแล้ว ข้านี้โง่ โง่เง่า เปล่าปรีชา ชั่วช้า ใหญ่แต่กายาเท่านั้น หาปํญญาไม่มี เพราะฉะนั้น ให้อภัยฉันเถอะ ยอมแล้วๆๆ

จึงค่อยหยุด พวกเราหยุด หยุดๆ กัน หยุดแล้ว จงออก ให้ออกมาๆ ให้หมด แล้วก็สั่ง

แปร๋แปร้น อยู่อย่างงั้นน่ะ สั่ง(จมูก)ยังแสบอยู่ในสมอง เท่าทุกวันนี้ล่ะ มดแดงเข้าไปไม่ได้ ช้างกลัวมดแดง เออ

อันนี้ก็เหมือนกัน ถ้าพวกเรากลมเกลียวสามัคคีกัน มันก็ยิ่งกว่ามดแดง มีพลังกำลังยิ่งกว่ามดแดง มีศาสตราอาวุธทุกชนิด ผลิตกันขึ้นมา มีถึงระเบิด มีถึงพลังปรมาณู อาก้า(AK-47) อาเก้อ มีกันขึ้นมามากมาย จะเอาพวกโมโหโกรธาเล่นงานกับมันจะเป็นยังไง แล้วก็โง่กว่ามดแดงอีกแหละ เออ โง่กว่ามดแดงอีกแหละ พวกเราเกิดในประเทศเดียวกัน เป็นมนุษย์ด้วยกัน ตาดำๆ ด้วยกัน มีครอบมีครัวด้วยกัน แล้วมาเบียดเบียนศัตรู ข่มเหงรังแกซึ่งกันและกัน ชื่อว่าเป็นมนุษย์หรือเปล่า เกิดเป็นอมนุษย์หมดล่ะ เป็นอมนุษย์ หึ

เพราะฉะนั้น ที่บรรยายเป็น ปกิณณกนัย เพื่อต้องการให้ท่านทั้งหลาย นำไปใคร่ครวญพินิจพิจารณาด้วยปัญญาอันชาญฉลาดของตนๆ เองเถิด อัปปมาทธรรม ตั้งอยู่ในความประมาท พร้อมเพรียงสามัคคีดีต่อกัน จึงจรรโลงไทยให้รุ่งเรือง อ่ะ ก็จะทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง อยู่ด้วยกันอย่างมีความผาสุก ใครๆ ก็รักษาชีวิตของใครของมัน ในครอบครัวของใครๆ ก็รับผิดชอบของกันและกัน มีงานอะไรเกิดขึ้น มีโยธาอะไรเกิดขึ้น พวกเราเองอยู่ในกลุ่ม หมู่ ในแหล่งนี่ ก็ต้องช่วยเหลือกันอย่างมดแดงเป็นตัวอย่างนะ เออ ต้องช่วยเหลือดูแลกันต่อ ไม่เอารัด ไม่เอาเปรียบกันหรอก อ่ะเฮอะ อย่าเอารัดเอาเปรียบกัน ให้ช่วยเหลือเจือจุนกัน เอาใจใส่ช่วยกันทุกหมู่เหล่า อย่าเห็นแต่แก่ได้ แก่เอา เออ ต้องสงเคราะห์สงหากันไปตามมีตามได้

ผู้เพิ่นมั่งมีศรีสุข เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี สมัยก่อน ท่านก็สร้างตนเป็นสาธารณประโยชน์เห็นปานนี้ ดังที่แสดงมา ก็ยุติด้วยเวลา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

 

สัพพะโรคะวินิมุตโต

สัพพะสันตาปะวัชชิโต

สัพพะเวระมะติกกันโต

ยะถา ทีโป จะ นิพพุโตติ ฯ

 

(เสียงดับเทียนน้ำมนต์)

 

(หลวงปู่แจกเทียนน้ำมนต์) อ่ะ อ่ะ อ่ะนี่ เอานี่ แบ่งกันไป คนละนิดละหน่อยเนาะ(นะ) เอาใส่นวด(สีผึ้งทาปาก) เอาไปใส่ขี้ผึ้ง สีปาก แบ่งคนละน้อยๆๆ คนละข้อๆ ไป เอามีดเฉือนเอา ให้มันเป็นแว่นๆ แจกกันไปใส่นวด(สีผึ้งทาปาก) เออ ใส่ยาขี้ผึ้ง แทนลิปสติก(lipstick เครื่องสำอางทาริมฝีปาก) เออ ทาปาก หรือจะใส่สีลิปสติก(lipstick เครื่องสำอางทาริมฝีปาก)ผสมเข้าไป ก็ยิ่งดีใหญ่ อ้า เป็นเสน่ห์นิยม

 

(เป่า เพี้ยง)

เอ้า รับพรกันแล้ว ปะเนี่ยเด้อ รับพรกันเด้อ

f78.psd

 

(ถวายสังฆทาน) เออ ถวาย...

 

มีกัณฑ์เทศน์ด้วยเหรอ ถ้ารู้จะว่ามีกัณฑ์เทศน์ ป่านนี้ยังไม่ลงน่ะ ไม่บอกซะก่อน ไม่มีใครเตือน เด้อ ไม่บอกซะก่อน ป่านนี้ก็เอาจนสว่าง ก็ได้อยู่ อ้าวๆ เอา เดี๋ยว ว่า่คำซะก่อนๆ

(หลวงปู่กล่าวนำ)

 

อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามะ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามะ

อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามะ

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,

พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ

(กราบ)

 

ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,

ธัมมัง นะมัสสามิ

(กราบ)

 

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

สังฆัง นะมามิ

(กราบ)

 

อิมานิ มะยัง ภันเต, ปังสุกูละจิวะรานิ,

สะปะริวารานิ, จะตุปัจจะยานิ, ภิกขุสังฆัสสะ,

โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ,

อิมานิ ปังสุกูละจิวะรานิ,

สะปะริวารานิ, สังฆะทานานิ, ปะฏิคคัณหาตุ,

อัมหากัญเจวะ, มาตาปิตุอาทีนัญจะ, ญาตะกานังจะ,

เปตานัง, เทวะตานังจะ, สัพพะสัตตานัง,

ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ.

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายมีความยินดีในทาน การให้ของของข้าพเจ้านี้

 

ขอให้ถึงซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน

ขอให้ถึงพระนิพพานในอวสานของชาตินี้ด้วยเทอญ

 

ให้ถึงพระนิพพาน

 

 

พุทโธ ธัมโม สังโฆ

พุทโธ ธัมโม สังโฆ

พุทโธ ธัมโม สังโฆ

ชัยโย ชัยยะ พุทโธ พุทธะ

นะโม ตัสสะ ชนะศัตรู

ผู้ใดคิดร้าย จงกลับกลายเป็นดี

นะ เมตตา โม กรุณา พุท ปรานี ธา ยินดี ยะ เอ็นดู

(นะ โม พุท ธา ยะ)

 

เพี้ยง เพี้ยงๆๆ ดีทุกคนๆ อย่าดื้อ ผู้ตีหัวแล้วอย่าดื้อ อย่าเถียงกัน กระจองอแงเป็นอันขาด ด่าว่า ฆ่าตีบีฑ์โบย ซึ่งกันและกัน ด่าโคตรพ่อโคตรแม่ ซึ่งกันและกัน อันเป็นเหตุให้แตกร้าว ร้าวฉาน แม้แต่กระเบื้องปั้นไว้ ถ้าหากเกิดทะเลาะกันแล้ว กระเบื้องก็ร้าวฉาน ก้อนอิฐก็แตกหักพังไปได้ อันนี้ก็เหมือนกัน คนเราถ้าหากมีการทะเลาะเบาะแว้ง แตกแยกย่ำยีแล้ว ก็เป็นสิ่งที่แตกร้าว ร้าวฉาน ดังที่แสดงมา

หมดลมหายใจแล้ว ด้วยประการฉะนี้

 

(สาธุ)

 

พอแล้ว พอแล้ว พอแล้ว

ถ้าเทศน์มากกว่านี้ มันจะ เออ ตัวเองจะเมื่อยตัวเอง

 

(พูดถึงเทียนน้ำมนต์)

เออ ผ่าแจก ไม่ได้ให้เอาคนเดียวนะ มันแข็งๆ พอได้ตอก ตอกหลังนี้ ป๊อกๆๆ ลงไป ฝานแม่นๆ แม่นๆ มันใหญ่แล้วก็จะปาดยาก ปาดน้อยๆ ไม่เป็นไรหรอก เอาไปใส่ตลับขี้ผึ้ง เอาไปใส่ไว้ตรงกลางตลับขี้ผึ้ง เอาไปใส่ในตลับลิปสติก(lipstick เครื่องสำอางทาริมฝีปาก) ทาปาก จะไปค้าไปขายที่ไหน เอา เอาขี้ผึ้งอันนี้ทาปาก แล้วไปพูดขึ้น มันถูกหูเขาและเรา ถ้า ไม่พูด ไม่ถูกหู เอาหูมา จะพูดให้ดังๆ

 

(พูดเสียงดัง) ได้ยินไหม

 

เออ เฮอะๆๆ จะเอาหูมาใกล้ๆ เอาหูมาใกล้ๆ มาๆ นี่

 

(พูดเสียงดัง) ได้ยินไหม ได้ยินเปล่า เออ

ได้ยินแล้ว แค่เนี่ยแหละจำ แน่ะ

 

เอาใส่ขี้ผึ้ง ปาดใส่ขี้ผึ้งๆ ปาดใส่กล่องพลาสติกของตัวเอง ลิปสติก(lipstick เครื่องสำอางทาริมฝีปาก)ของตัวเองเอา

(เล่าเรื่องขบขันภาษาอีสาน)

 

คนภาคอีสานคนหนึ่ง เอาควายแม่ลูกอ่อน เชือกมัดใส่มือ เนี่ย โค้งๆๆ อย่างเนี่ย พาแม่มันไป ลูกมันดื้อ ลูกมันกำลังซน กำลังดื้อ ซุกซนมาก วิ่งไปโน้น วิ่งไปนี้ วิ่งไปวิ่งมา มาวิ่งผ่านเชือกของแม่มัน มันก็รัดเอานิ้วมือซะ เนี่ยรัดเอานิ้วมือเนี่ย ขาดปั๊ดไปเลย

 

ไปหาหมอ(จีน)

 

ลุงๆ

 

เป็นอะไรฮะ

 

เออ เชือกควาย(สำเนียงภาคอีสาน)ฮะ เฮอะๆ

 

ไอ้หมอก็ฟัง ฟังคำที่พูดนี้ไม่ได้ โกรธ

ถามดีๆ ก็เชือกควายฮะ เชือกควายเฮอ

 

เอ้า กูก็เว่า(พูด)ดีขนาดนี้เว้ย

เชือกควายมันรัดเอาเนี่ย มันรัดเอาเนี่ยลูกมันตามเอาเชือก

 

โกรธกัน จนไม่พูดกันไปล่ะ หมอกับคนไข้

 

 

วัดป่าเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน

 

สวนนั้นได้ล้อมไว้ด้วยไม้ไผ่ ท่านจึงเรียกว่า เวฬุวัน

ที่สวนนั้น ชนทั้งหลายได้ให้เหยื่อแก่กระแต

ด้วยเหตุนั้นจึง เรียกว่า กลันทกนิวาปะ

กระแตทั้งหลายท่านเรียกว่า กลันทกะ

 

ครั้งก่อนพระราชาองค์หนึ่งเสด็จมาประพาสพระอุทยาน

ณ ที่นั้น ทรงเมาด้วยฤทธิ์สุราบรรทมหลับในตอนกลางวัน

พวกบริวารของพระองค์รู้ว่าพระราชาบรรทมหลับ

จึงเลี่ยงไปเก็บดอกไม้และผลไม้จากข้างโน้นข้างนี้

ลำดับนั้น งูเห่าได้กลิ่นสุราจึงเลื้อยออกจากโพรงไม้ต้นหนึ่ง

เลื้อยไปทางพระราชา รุกขเทวดาเห็นดังนั้นจึงคิดว่า

เราจักให้ชีวิตพระราชา จึงแปลงเป็นกระแตกระซิบที่

พระกรรณ พระราชาทรงตื่นบรรทม งูเห่าเลื้อยกลับ

พระราชาทอดพระเนตรเห็นกระแตนั้น

ทรงดำริว่ากระแตนี้ให้ชีวิตเรา

จึงทรงให้จัดหาเหยื่อไว้ให้กระแตที่พระราชอุทยานนั้น และ

ให้ประกาศพระราชอุทยานนั้นเป็นเขตให้อภัยแก่กระแต

เพราะฉะนั้น ตั้งแต่นั้นมาพระราชอุทยานนั้นจึงชื่อว่า

กลันทกนิวาปสถาน สถานที่ให้เหยื่อแก่กระแต

 

(อรรถกถา ขุททกนิกาย สุตตนิบาต

มหาวรรค สภิยสูตร ที่ ๖)

 

อัพ๎ยาปัชฌัง สุขัง โลเก ปาณะภูเตสุ สัญญะโม

ความไม่เบียดเบียน คือ ความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย

เป็นสุขในโลก

 

ขันติ หิตะ สุขาวะหา

ความอดทน นำมาซึ่งประโยชน์สุข

 

ขันติ ธีรัสสะ ลังกาโร

ขันติเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์

 

 

คาถาดับเทียนชัย (บทสุดท้าย)

 

สัพพะโรคะวินิมุตโต

จงพ้นจากสรรพโรคทั้งปวง

 

สัพพะสันตาปะวัชชิโต

จงเว้นจากความเดือดร้อนทั้งปวง

 

สัพพะเวระมะติกกันโต

จงล่วงเสียซึ่งเวรทั้งปวง

 

ยะถา ทีโป จะ นิพพุโตติ ฯ

ดับสิ้นไปเหมือนประทีปดวงนี้

 

คำบูชาพระรัตนตรัย

 

อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อะภิปูชะยามะ

ข้าพเจ้าทั้งหลายขอบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการสักการะนี้

 

อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภิปูชะยามะ

ข้าพเจ้าทั้งหลายขอบูชาพระธรรมเจ้าด้วยการสักการะนี้

 

อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามะ

ข้าพเจ้าทั้งหลายขอบูชาพระสังฆเจ้าด้วยการสักการะนี้

 

 

บูชา

ให้ด้วยความนับถือ ความเคารพเทิดทูน

มี ๒ คือ

 

อามิสบูชา การบูชาด้วยอามิส คือ

ด้วยสิ่งของมีดอกไม้ ของหอม อาหาร และวัตถุอื่นๆ

 

ปฏิบัติบูชา การบูชาด้วยการปฏิบัติ คือ

ประพฤติตามธรรมคำสั่งสอนของท่าน

บูชาด้วยการประพฤติปฏิบัติกระทำสิ่งที่ดีงาม

 

 

คำกราบพระรัตนตรัย

 

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,

พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์

ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง

ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

 

พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ

ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

(กราบ)

 

ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,

พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว

 

ธัมมัง นะมัสสามิ

ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม

(กราบ)

 

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว

 

สังฆัง นะมามิ

ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์

(กราบ)

 

พ๎รัห๎มวิหารผรณา

บทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

 

สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ถึงความสุข

 

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร

 

สัพเพ สัตตา อัพ๎ยาปัชฌา โหนตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนกัน

 

สัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กายทุกข์ใจ

 

สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงรักษาตนให้อยู่เป็นสุขเถิด

 

 

 

 

สิกขาบท ๕

 

ปาณาติปาตา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการฆ่า เบียดเบียนสัตว์อื่น

 

อะทินนาทานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการถือเอาของที่เขามิได้ให้ ด้วยอาการแห่งขโมย

 

กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ผิดลูกผิดเมียผู้อื่น

 

มุสาวาทา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากการพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ

 

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี

สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

เว้นจากของเมา คือ สุราอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

 

 

ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

นิทานปรัมปรา ไม่ปรากฏหลักฐานและเวลาแน่ชัด

 

ผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว มีครอบครัวหนึ่ง เป็นคนยากจน

มีหญิงแก่ชื่อ นางสี (นามสมมติ) และลูกชายชื่อ นายทอง

(นามสมมติ) ทั้ง ๒ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

บิดาถึงแก่กรรมไปแล้ว ตั้งแต่นายทองยังเล็กอยู่

 

มาวันหนึ่งหน้าทำนา แม่ได้บอกกับลูก ให้ตื่นเช้าไปไถนาไว้

ก่อนแล้วสายหน่อยแม่จะเอาอาหารไปส่งให้ นึ่งข้าวเหนียว

ไว้และไปหาอาหาร กว่าจะได้อาหารก็สาย จึงรีบเดินแต่

เป็นคนแก่จึงเดินไม่เร็ว กว่าจะถึงนาก็สายโข

 

นายทองไถนาไปพลางหยุดพักไปพลาง ด้วยความเหนื่อย

และหิวข้าว เกิดโมโห เมื่อแม่มาถึง นายทองมองเห็น

ก่องข้าวนี้น้อยนักคงกินไม่อิ่ม จึงวิ่งไปที่แม่และว่า

“อีสีเอ๋ย มึงทำไมเอาข้าวมาก่องน้อยนิดเดียว กินก็จะไม่อิ่ม”

 

แม่ตอบว่า “ลูกเอ๋ย มากินข้าวเสียก่อนอย่าเพิ่งโมโหเลย

ต้อนแต้นแน่นในเด้อลูกเอ๋ย” ได้ยินเช่นนั้นนายทองยิ่งโมโห

จึงไม่ยั้งคิด ฉวยได้แอกน้อยแล้ววิ่งไปตีแม่ล้มลงจนหมดสติ

นายทองทองเปิดก่องข้าวขึ้นจะกินข้าว ได้สำนึกว่า

ตัวได้ตีแม่แล้ว จึงรีบไปดูแม่ แต่แม่เสียชีวิตแล้ว

นายทองร้องไห้เศร้าโศกเสียใจ เพื่อทดแทนพระคุณแม่

 

จึงบวชเป็นพระสงฆ์ปฏิบัติธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด

จนได้รับความเคารพนับถือจากชาวพุทธทั้งปวง

ในที่สุดได้ก่อธาตุบรรจุกระดูกแม่สีไว้

ดังที่ปรากฏได้เห็นมาในปัจจุบัน เกิดขึ้นที่บ้านตาดทอง

 

ในพ.ศ. ๒๔๘๒

สังฆนายก คือ สมเด็จพระมหาวีระวงค์ ติสสมหาเถร

เห็นว่าสมควรที่ยกย่องให้เกียรติบุคคลรู้สำนึกผิดเช่นนี้

จึงได้สั่งให้ทางอำเภอเมืองยโสธร จัดงานสรงน้ำ

ธาตุก่องข้าวน้อย ขณะนั้นกำนันตำบลตาดทอง

ได้รายงานอำเภอว่า ที่ธาตุนี้แต่โบราณได้มีก่องข้าวหิน

ติดอยู่ที่ยอดธาตุ ภายหลังถูกฟ้าผ่าก่องข้าวแตกสลายไป

 

นับตั้งแต่จัดให้มีการสรงน้ำและไหว้ธาตุนี้ จึงได้มี

งานสรงน้ำธาตุก่องข้าวน้อย ในเทศกาลสงกรานต์ทุกปี

แต่ภายหลังมีการอ้างว่า ธาตุก่องข้าวน้อยมีอีกแห่งหนึ่ง

อยู่ที่บ้านสะเดา ซึ่งไม่ห่างจากบ้านตาดทองนัก

 

(หนังสือ บุญบั้งไฟและพระธาตุก่องข้าวน้อย

กับชีวิตของชาวยโสธรและชาวอีสาน

โดย บำเพ็ญ ณ อุบล (๒๕๔๐) บทคัดย่อบางส่วน)

บำเพ็ญ ณ อุบล ผู้ได้รับการยกย่องเป็น “ปราชญ์เมืองอุบล

ถวายความรู้ แนะนำและฟื้นฟูการทำพิธีศพโบราณ

เมรุนกหัสดีลิงค์ แก่พระเถระชั้นผู้ใหญ่

 

อนันตริยกรรม

กรรมหนัก กรรมที่เป็นบาปหนักที่สุด

ตัดทางสวรรค์ ตัดทางนิพพาน

กรรมที่ให้ผล คือ ความเดือดร้อนไม่เว้นระยะเลย

มี ๕ อย่าง คือ

 

๑. มาตุฆาต ฆ่ามารดา

๒. ปิตุฆาต ฆ่าบิดา

๓. อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์

๔. โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึง

ยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป

๕. สังฆเภท ทำสงฆ์ให้แตกกัน

 

ผู้ทำอนันตริยกรรมจะต้องตกนรก

ลงไปยังขุมนรกที่ลึกที่สุด คือ มหาขุมนรกอเวจี

 

 

บีฑา [บี-ทา] เบียดเบียน บีบคั้น รบกวน เจ็บปวด

(ฆ่าตีบีฑ์โบย)

 

 

สุขา สังฆัสสะ สามัคคี

ความพร้อมเพรียงของหมู่ ให้เกิดสุข

 

สะมัคคานัง ตะโป สุโข

ความเพียรของผู้พร้อมเพรียงกัน ให้เกิดสุข

 

(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗

ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ ธรรมบท

อุทาน อิติวุตตกะ สุตตนิบาต

คาถาธรรมบท พุทธวรรคที่ ๑๔ ข้อ ๒๔)

 

สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา

ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช (สา) วัดราชประดิษฐ์

ทรงผูกขึ้นแปลได้ความว่า

“ความพร้อมเพรียงของชนผู้เป็นหมู่ยังความเจริญให้สำเร็จ

 

สัญลักษณ์ของความสามัคคีนั้นเห็นได้จากการ

ประดิษฐานตราแผ่นดินที่มีคาถาภาษิตว่า

“สัพเพสัง สังฆภูตานัง สามัคคี วุฒิสาธิกา”

ซึ่งแปลว่า ความพร้อมเพรียงของคนทั้งปวง

รวมกันเป็นหมวดหมู่ด้วยความสามัคคี

เป็นเครื่องทำความเจริญให้สำเร็จ

อยู่ที่เสาทั้ง ๔ มุมของพระบรมรูปทรงม้า

ในขณะที่ชาติไทยกำลังถูกล่าเป็นเมืองขึ้น

 

เพลงรวมไทย

 

(สร้อย) รวมไทยร่วมใจ

รักษาอำนาจชาติไทย

เทอดไทยทูนไทย

ด้วยน้ำใจมั่นคง

 

สามัคคีระหว่างไทยคงได้ผล

ไทยทุกคนรวมทั้งชาติและศาสนา

เหมือนหนึ่งได้เกิดกำเนิดมา

จากบิดรมารดาคนเดียวกัน

 

(สร้อย)

 

ถ้ารวมไทยได้สิ้นทุกถิ่นแคว้น

คงจะเป็นปึกแผ่นสามารถมั่น

ขอให้ไทยสามัคคีมีต่อกัน

จึงจะจรรโลงไทยให้รุ่งเรือง

 

(สร้อย)

 

 

เพลงเลือดไทย

 

เลือดไทยไหลริน ทาแผ่นดินไว้ชื่อ

ให้โลกเขาร่ำลือ ว่าเลือดไทยกล้าหาญ

เลือดไทยไหลหลั่ง ดุจน้ำเต็มฝั่ง

 

ไหลหลั่งท้องธาร ท่วมแผ่นดินทอง

บ้านพี่เมืองน้อง กันทุกถิ่นฐาน

เลือดไทยเจ้าเอ๋ย ไหลเลยมานี่

 

ปรองดองน้องพี่ อย่ามีร้าวราน

โลหิตสายเดียว กลมเกลียวกันไว้

อย่าแตกแยกไป เป็นหลายลำธาร

 

 

ถวายสังฆทาน

 

อิมานิ มะยัง ภันเต, ปังสุกูละจิวะรานิ,

สะปะริวารานิ, จะตุปัจจะยานิ, ภิกขุสังฆัสสะ,

โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ,

อิมานิ ปังสุกูละจิวะรานิ,

สะปะริวารานิ, สังฆะทานานิ, ปะฏิคคัณหาตุ,

อัมหากัญเจวะ, มาตาปิตุอาทีนัญจะ, ญาตะกานังจะ,

เปตานัง, เทวะตานังจะ, สัพพะสัตตานัง,

ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ.

 

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย

ผ้าบังสุกุลจีวร กับทั้งเครื่องบริวาร ปัจจัย ๔

ทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ

ผ้าบังสุกุลจีวร กับทั้งเครื่องบริวาร

สังฆทานทั้งหลายเหล่านี้

ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ และความสุข

แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย บิดามารดาเป็นต้น แก่ญาติทั้งหลาย

เปรตทั้งหลาย เทวดาทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย

ตลอดกาลนานเทอญ

 

๗๗